The Battle Warship

  • ข่าวคราว แวดวง  StartUp  ดูจะเงียบเหงา  เบาบาง  เหมือนสิ้นหวัง
  • Fail fast เป็นคำที่นิยมกล่าวถึง  เพื่อปลอบใจนักเดินทางที่ล้มเหลว  ทำนองไม่ลองไม่รู้  เป็นเสือเป็นนักรบก็ต้องมีบาดแผล
  • การระดมทุนแล้วเงียบหายของ StartUp แถวหน้า  เป็นสัญญาน  บอกว่า  “อย่าตามกูมา  กูหลงทาง”  

แต่ก็ต้องบอกว่าเห็นใจ  และขอเป็นกำลังใจกับทุก ๆ StartUp ครับ

  • การกระพือกระแส  Thailand 4.0  และ  StartUp  โดยขาดความพร้อม  ความแข็งแรง  ก็ไม่ต่างกับการปล่อย  “กองทัพเรือแจว”   ให้กรูกันออกจากปากอ่าวสู่ทะเลใหญ่
  • ลำแล้วลำเล่าที่ออกไป  ไม่เห็นกลับมาเป็นลำเรือ  แต่ขากลับต่างคนต่างต้องว่ายน้ำกลับมาเลียแผลเก็บตัวในถ้ำกันพักใหญ่
  • มันหอมหวลกว่า  การซื้อหวย   โอกาสความสำเร็จที่มีขนาดใหญ่กว่า  แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าเช่นกัน
  • จะออกมหาสุมทร  จึงต้องคิดใหญ่  ออกไปให้เหมือนเรือรบ   “The Battle Warship”

 

  • การแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม  นั้นดุเดือดเข้มข้นมากมาย
  • ดิจิตัลแพลตฟอร์มดีๆ  จึงไม่ใช่แค่เรื่องเวบไซต์   e-commerce  หากแต่จะต้องรอบจัด รอบด้าน
ที่จะต้อง  “เข้าใจปัญหาความต้องการครบถ้วน  รอบคอบ   มีความถ่องแท้ในโมเดลธุรกิจ   งดงามและมั่นคงในสถาปัตยกรรม   แข็งแกร่งในการมาตรฐานการออกแบบการพัฒนา    ยืนยาวด้วยการเรียนรู้และถ่ายทอดวิธีการผลิตและการโค๊ด    แข่งขันได้ด้วยการจัดการธุรกิจ   และต้นทุนที่ต่ำ ,  การจัดการแรงงาน และทีมงานที่มีความสุข  ให้ผู้ใช้ได้รับความปลอดภัยและสมใจในสมรรถนะทั้งเรื่อง server , Network, Security Stability”
 
  • ทั้งหมดนี้จะเว้นสักข้อเดียวไม่ได้เลย   ใครลองเปิดให้บริการแล้วไม่พร้อม   ผลลัพธ์คือ  เรือล่ม  ไม่ว่าจะลำเล็กหรือลำใหญ่
 
  • มือถือ  จะมีปุ่มหรือไร้ปุ่ม  จะรุ่นไหน  แบบไหน  ก็คือมือถือ  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่มีสิ้นสุด  มีโอกาสเสมอสำหรับคนที่คิดจะสร้าง  มือถือ  ในระดับ  นวัตกรรม
  • Application  หรือ แพลตฟอร์ม  ต่าง ๆ ก็คือแพลตฟอร์ม  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน  และมีโอกาสสำหรับนักคิดนักพัฒนา  ที่จะค่อย ๆ คิดค่อยๆ สร้างก่อนตัดสินใจปล่อยเรือออกทะเล
 
  • อย่าให้ข้อจำกัด  ความต้องการบางอย่างมาปิดบังตาบังใจ  จนทำให้มองข้ามความสมบูรณ์  ความพร้อมของลำเรือ
  • ทฤษฏี  fail fast learn fast  มันแพงเกินไปในยุคนี้   เดินไปช้าๆ มั่นคง  พอเพียงตามแบบพ่อหลวง  สร้างงานเพื่อตอบประโยชน์แท้จริงของสังคม  ย่อมนำมาซึ่งความยอมรับในผลงานโดยปริยาย
 
  • เรือรบฝรั่ง  ก็ยังคงนำหน้าเรือไทย  ไปอีกนาน  
  • อย่าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
  • คนไทยต้องคิดสร้างเรือของตนเอง  ร่วมกันแจว  ช่วยกันพาย  มือไม่พาย  ก็อย่าเอาเท้าราน้ำ  จะคุมท้ายเรือ  ก็ให้รู้ทางลม  ให้รู้ร่องน้ำ

  • จะนำประเทศ  ก็อย่าสักแต่ฝัน  ลมๆ แล้ง ๆ  ส่งเสริมให้ถูกจุด  พัฒนาให้ถูกขั้นตอน  อย่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  
  • อย่าแจกเงิน StartUp ให้ไปเสี่ยงตาย  เพื่อเอามันส์
  • อย่าปล่อยให้หน่วยงานผลาญงบ  แค่ว่าได้จัดนิทรรศการล้ำๆ หรือสร้าง  Ecosystem แล้ว
  • จงสร้างความยั่งยืนให้แผ่นดิน   มากกว่าแค่เคยเป็นคนมีอำนาจในหัวโขน
  • มันโคตรสูญเสียเลย  พับผ่าซิ !

สมองฯ ปี 3 ขยับสู่ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม

สวัสดีปีใหม่กันครับ  พี่น้องชาวไทยทุกคน   เราหวังว่าทุกท่านคงกำลังมีความสุขกับครอบครัวและญาติมิตร

หลายท่านคงกำลังเดินทาง  ไปพักผ่อนตามที่ต่าง ๆ หรือกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน   เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัว  ก่อนที่จะกลับมาสู้ศึก  ทั้งปี  12 เดือน  12  ราศีกันในปี 2019

ปีหน้าเขาว่าเผาจริง  ทั้งเศรษฐกิจการเมือง  และโดยเฉพาะเทคโนโลยี

ที่เทคโนโลยีจะมีสารพัดไฮเทค ถาโถมเข้ามาให้เราท่องจำ  สำลักเล่นกัน  ไม่ว่าจะ  AI, Bitcoin, Blockchain , Digital Platform  สารพัดสารพัน  แต่ก็เช่นเดิม  พี่น้องชาวไทยก็ยังต้องซื้อเขากินเขาใช้กันต่อไป

ปีที่แล้วเป็นปีที่  Facebook โดนถล่มซะเหนื่อย  ทั้งประเด็นข้อมูลหลุดรั่ว  ทั้งโดยไม่เจตนา และตั้งใจให้พันธมิตรธุรกิจเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทำเงิน  (เหมือนหลายแบงค์ในบ้านเรา  ที่เน้นสร้างรายได้ให้ตนเอง  โดยไม่ค่อยสนใจชาวบ้านตาดำ ๆ )

Cryptocurrency   ก็ปั่นป่วนมากมาย  ราคาวิ่งขึ้นสุดติ่ง  และดิ่งลงสุดเหว  สลับกันไป  ให้หัวใจวายเล่นๆ 

สำหรับวงการตลาดหุ้น  นักลงทุนก็เริ่มสับสน  มองหาช่องทางใหม่ในการทำมาหากิน  VI  ไม่มีอยู่จริง  เงินหลักสิบ หลักร้อยล้าน  หายไปได้ในพริบตา

เชื่อไหมครับอะไรที่มันเคยง่าย  มันจะไม่ง่ายอีกต่อไป   ชีวิตเราๆ ก็จะยากขึ้น  จนต้องเกิดคำถามว่าแล้วจะอย่างไรต่อ

ผมก็แนะนำยากอยู่เช่นกันว่าจะให้ใครๆ ทำอย่างไรต่อ  เอาเป็นว่า  ใครทำอาชีพอะไรอยู่ก็  ให้ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย  ระวังการสร้างหนี้   ขยันทำงานทำการ  อย่าให้เจ้าของเขาเหม็นหน้าโดยไม่จำเป็น   ส่วนใครทำอาชีพอิสระ  ธุรกิจส่วนตัว  ก็เดินหน้ากันต่อไป

สำหรับพวกเรา สมองไทยแลนด์  ชาวดิจิทัลเทคโนโลยี  ปีหน้านี้จะขึ้นปีที่  3 (เมษายน)  ที่เราไม่ใช่อนุบาล 3  ไม่ใช่  ป 3  ไม่ใช่  นิสิตปี  3  แต่เป็น  นักผจญภัยในโลกดิจิทัล  ที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง  ที่ในปีที่ผ่านมาเราได้สัมผัสชีวิตจริง ๆ ของ StartUp มาเต็ม ๆ   ที่เราได้เรียนรู้ว่า   “กรุณาอย่าหวังพึ่งรัฐบาล  หรือหน่วยงานนวัตกรรมอะไรของรัฐเป็นอันขาด”  รวมทั้ง  “อย่าเผลอใจไปหาแบงค์ (ผมพูดกี่ครั้ง  ก็ยังเจ็บปวดใจไม่หาย)  เพื่อหวังการให้กู้เพื่องานนวัตกรรม   แบงค์เขาไม่เสี่ยงกับนวัตกรรมครับ  555 “

ก่อนปี 2560  รวมเป็นระยะเวลาหลายปี  ที่  CTO ของเราได้ทำการค้นคว้าวิจัยเครื่องมือ  เพื่อหวังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการซอฟต์แวร์ไทย  ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการหวังที่จะแก้ไขปัญหาให้คนไทยทั้งชาติ  (เป็นคำพูดที่ช่างกล้าหาญ บ้าบิ่นซะเหลือเกิน)  จนในปี 2560  ที่เรืยกว่าพัฒนาการด้านเครื่องมือของเราได้เดินหน้ามากว่า 95%

ปลายปี 2560  เป็นช่วงเวลาที่เราได้ทดสอบเครื่องมือ  เพื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มบนมือถือ  ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัล  ผ่านทางเวที StartUp ที่เราได้ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ให้ผู้คนได้รู้จัก  ได้รำคาญตารำคาญใจกันเล่น ๆ  ว่าไอ้พวกนี้มันทำอะไรหว่า  คุยกันนานแค่ไหนก็ไม่เคยเข้าใจ  จริงครับ  จริงที่สุด  มันเข้าใจยากจริง ๆ   จะพยายามพูดให้ง่ายยังงัยก็พูดไม่ง่ายซะที  จนกระทั่งเราก็พูดไปตามที่เราอยากจะพูดนะแหละดีที่สุด

ปี  2561  ที่เราต้องปรับตัว  เมื่อพบว่า  สิ่งแวดล้อมด้านนวัตกรรมของประเทศมันไม่เอื้ออำนวยและเป็นไปได้ยากมาก  เรียกว่า  “StartUp เกิดง่าย  โตยาก  ตายเร็ว”  เหมือนปลูกถั่วงอกประมาณนั้น  จับแช่น้ำ  เข้าแคมป์  อบรม  บ่ม คั่วสารพัดค่าย  สุดท้าย  ตายยกเข่ง

โชคดีครับ  ที่เข็มทิศ  และเครื่องยนต์กลไกของสมองไทยแลนด์  ได้ถูกเตรีบมตัวมาเพื่อต่อสู้กับสภาวะการณ์เช่นนี้จริง ๆ   สภาวะที่นักพัฒนาไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้  สภาวะที่นักพัฒนาของไทยไม่สามารถสร้างงานที่แข็งแกร่งได้

ท่านอาจจะรำคาญต่อคำครหาของเราเช่นนี้  แต่ขอโทษนะครับ  มันคือเรื่องจริง  มันจริงที่ว่า  แท้ที่จริงแล้ว  เรา (คนไทยหลายคนมาก ๆ )  ไม่สามารถสร้างงานในระดับ  world class  ที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ดี  มีขนาดใหญ่  ที่จะสร้าง  Value  ให้กับตัวมันเองและสังคมได้

และแพลตฟอร์มในตลาดดิจิทัลจำนวนมาก  ไม่ตอบโจทย์  หรือไม่คำนึงถึงประชาชนหรือผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง  แบงก์ก็ทำเพื่อแบงค์  คนเก่งบางกลุ่มก็ทำเพื่อตนเอง

ตูมเดียว  ขอยิงคำถามเข้าเป้าเลยก็คือว่า  “คนไทยได้ประโยชน์อะไรจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นบ้าง  ? ”  ก็มันไม่มีงัย  เราจึงได้เรียกมันว่า  “ล้มเหลว  4.0 “

ให้ตายเหอะ  แม้นแต่ผู้บริหารระดับประเทศ  ยังไม่เข้าใจเลย  มองไม่ออก  ไม่แม้กระทั่งจะเปิดใจรับฟัง (คือเราได้ส่งบทความต่าง ๆ ให้  ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้หลายคน  แต่การตอบสนอง  เหมือนคนถูกฉีดยาชา  และดมยาสลบ 10 แกลลอนอะไรประมาณนั้น )

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจของเรา แต่กลับให้เราต้องเร่งพัฒนางานของเราให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็ว  เพราะเราเห็นว่า  สถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่มีทางออก  มันใกล้เข้ามามากแล้ว  24 – 36   เดือนหลังจากนี้  สภาวะเศรษฐกิจ  โอกาสตลาดของเทคโนโลยีไทยจะเป็นทะเลเดือดที่ถูกถมด้วยน้ำลายต่างชาติ

ทุเรียนไทย  กล้วยไม้ไทย  ยางพาราไทย  ใครกันที่ยึดไปทำตลาด  คนไทยได้ประโยชน์จริง ๆ นะหรือ  ไหนละครับ  รัฐบาลอยู่ตรงไหน  ช่วยทำอะไรได้บ้าง

พี่น้องครับ  ผมไม่ได้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง  และจะไม่จับมือกับนักการเมือง  ไม่มีทุนใหญ่หนุนหลัง  แต่เราจะมีประชาชน  มีผมมีท่าน  เราต้องการสร้าง  ธุรกิจดิจิทัล  ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ตามเจตนารมย์ที่เราได้ประกาศมาแล้วอย่างยาวนาน  และวันนี้แพลตฟอร์มของเราได้กำเนิดเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ท่านลองนึกภาพว่า  เรากำลังสร้างตึกขนาดใหญ่จำนวนหลายตึก  กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ  ตึกเหล่านั้นจะรองรับสารพัดธุรกิจบนตึกนั้น  ดังนั้นตึกนั้นจะต้องมีรากฐานที่แข็งแรงที่จะต้องมีการเตรียม  สร้างฐานรากให้ดีเพียงพอก่อน  ต้องช่องทางการสื่อสาร  การคมนาคม  ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้เพียบพร้อม

และตึกเหล่านั้นจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายถึงกัน   และตึกเหล่านั้นทั่วไทย  คือ  ตึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะให้ประโยชน์กับคนไทย  นักธุรกิจ  และหน่วยงานรัฐและเอกชนต่าง ๆ

เราได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียน  สำหรับการรักษาพยาบาล  และอีกหลายๆ ระบบที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  แต่ก็พอจะให้ภาพคร่าว ๆ ได้ในนาม ม้าศึก 12 ราศี

ม้าศึกคืออะไร  มันคือ  แพลตฟอร์มแต่ละระบบ  แต่ความล้ำลึกของมันคือ  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง  ที่มันทำงานได้จริง  รองรับคนเป็นจำนวนมาก  จำนวนหลักล้านได้จริง  มันเชื่อมโยงกันได้จริง  ที่นักเรียนจะมีประวัติ  การเรียนและสุขภาพสอดคล้องกับประวัติในโรงพยาบาล  และผลการเรียน  การทำงานอะไรต่างๆ เหล่านี้  ที่ข้อมูลบางอย่างจะเป็นส่วนตัว  มีความปลอดภัย  ที่ข้อมูลบางอย่างจะมีเทคโนโลยี  blockchain  อยู่ข้างใน  มันจะโต และจะโผล่ออกมาให้ท่านเห็นว่า  เอ้ยนี่่มันมหัศจรรย์   ดิจิทัลแพลตฟอร์มของจริง

ปีใหม่ที่จะถึงนี้  จึงเป็นปี  แห่งการตอกย้ำเจตนา  การสร้าง  อุตสาหกรรมชิ่นส่วนซอฟต์แวร์จริง ๆ   โดยมีผลลัพธ์ออกมาในรูปของดิจิจทัลแพลตฟอร์มจำนวนไม่น้อยกว่า  12 ระบบ  และจะเกิดเครือข่ายนักพัฒนา  เกิดสหกรณ์ซอฟต์แวร์  เกิดกองทุนสมองเวนเจอร์  เกิดความร่วมมือระหว่างนักพัฒนา  นักธุรกิจ  สถาบันการศึกษา  ราชการ  และแหล่งทุน  ที่จะร่วมกันสร้างสรรวงการนวัตกรรมของไทย

มันไม่ใช่ความฝัน  มันไม่ไกลเกินเอื้อม  เพียงแต่ท่านค่อยๆ เปิดใจ  ติดตามเรื่องราวของเรา  ศึกษาบทความต่างๆ ในทุกช่องทาง  และสุดท้าย  ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจได้  และหากคุณทราบว่าขนาดของธุรกิจของ  Facebook และกูเกิล  หรือ Microsoft  มันใหญ่แค่ไหน  เราจะบอกคุณว่า  นั่นแหละคือขนาดของ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะเกิดขึ้นจากการผลักดันของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอความสำเร็จของกันและกัน  ร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมือง  สร้างสุข  สุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม

พบกับ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ม้าศึก  12  ราศี  กับเราเร็วๆ  นี้   สวัสดีปีใหม่ครับ

Merry Christmas & Happy New Year

คลิปสมองคริสต์มาส   แสดงการทำงานคล้าย Control Panel   มีมิติความลึก (เมนู) ทั้งหมด 4 ระดับ   สามารถพัฒนาเข้าสู่โหมดการทำงานจริงขนาดใหญ่ๆ ได้สบายๆ ตามมาตรฐานแบบ Microservice…

 

เราจึงสามารถให้ความมั่นใจกับผู้มุ่งหวัง  นักลงทุน นักพัฒนา   ม้าศึกจะเกิดขึ้นได้จริง เพื่อความสุขของทุกคน

ส่วนเมนูด้านซ้าย เป็นการบริหารระบบขนาดใหญ่แยกตามหน่วยงานในจอเดียว

จากวิดีโอตัวอย่างแสดงระบบ  Hospital  ในฝัน รุ่นล่าสุด…  ลองขยายจินตนาการกันนะครับ…   ว่าถ้าเมนูแบบนี้มีประจำตัวผู้คน… เหมือนเป็นระบบหลังบ้านออนไลน์  Personal … เชื่อมกับ Hospital…   และเชื่อมโยงกัน 12 แพลตฟอร์มถึงกันหมด …..

จึงเป็นการตอกย้ำแบบว่า “สนิทปิดฝาโลง”  คือพร้อมสรรพ  เพื่อส่งมอบระบบให้ชาวไทย ด้วย Cloud Computing  และเติม BlockChain เข้าไปด้วยเป็นเรื่องๆ ไป  พร้อมกับการแก้หนี้ ไปสู่ไร้หนี้ ด้วยรายได้ โดยเป็นเจ้าของสหกรณ์ร่วมกัน เงิมออมเพิ่ม แก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำตรงจุด

เราออกเดินทางแล้ว… ไม่ต้องพกเงินเป็น 1000 ล้าน ถึงจะทำได้… และกำลังพิสูจน์ให้ดูอีกเรื่องครับ ต่อให้ทำโปรแกรมเสร็จ คนไทยส่วนใหญ่ รวมถึงนักลงทุน ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ว่าผลกระทบมันจะขนาดไหนครับ ทุกอย่างที่เห็นใน Hospital ทำแค่ตัวเดียว ที่เหลืออีก 11 ตัวและตัวที่ยังอยู่ในความคิดอีกจำนวนมาก  คือ เราจะทำให้มันเสร็จไปเรียบร้อยพร้อมกันเลยครับ สมมติ มีอีก 1000 แพลตฟอร์ม สิ่งที่เหมือนกันจะเสร็จพร้อมกัน เราพัฒนาเฉพาะส่วนต่างกับเรื่องกราฟิก

ต้นทุนลดลงทันที 1000 เท่า การวิวัฒนาการของสมองและม้าศึก จะเติบโตรวดเร็ว เกินจินตนาการ  และล้ำไปกว่านั้น…ลองใส่จินตนาการอีกนิดหนึ่ง  พลิกอีกขั้วความคิดเหมือนดูใต้ท้องรถ… ของที่เสร็จแล้ว แพลตฟอร์มที่เสร็จแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน  ประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาประกอบขึ้นด้วยกัน ยังสามารถนำไปใช้เพาะพันธ์ุใหม่ ดัดแปลง ปรับปรุง นำไปใช้งานต่อยอดได้อีกมากมาย

ไม่เพียงแค่นั้น… ผลที่ได้คือทุกแพลตฟอร์มจะฉลาดขึ้นไปด้วยพร้อมๆ  กัน ทำให้ต้นกำเนิดแรกเก่งตามไปพร้อมกับลูกหลาน   มีอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อยากให้พิสูจน์ว่าผมลดต้นทุนได้จริงไหม?   “…นั่นเป็นคำถามที่ทุเรศที่สุด  บอกอย่างไรคุณก็ล้ำไม่ทันผม … ” เพราะคุณไม่เคยเชื่ออะไร มหาวิทยาลัยจึงกำลังรอวันตาย นี่แหละครับ Disruption ของแท้

ไม่ต่างในอดีต ผมรู้มานานแล้วปัญหาของการพัฒนาธุรกิจที่จะทำให้เติบโตแข็งแกร่ง ไม่ใช่อยู่ที่แค่ Solutions แต่อยู่ที่ตัวจินตนาการและเทคโนโลยีพื้นฐานจริงๆ ปัญหาแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะทำตัวไหน จะมีคู่แข่งเสมอ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ถ้าไม่แข็งแรงพอในระดับเกิดการ Disruption ได้จะเหนื่อยฟรี และเสี่ยงมากครับ   ในยุคที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็ว ในมิติธุรกิจ ต้นทุนสำคัญที่สุด   หากลดต้นทุนไม่ได้  ก็จะโตยาก   ขยายรายได้   ไม่ได้ก็โตยาก   ที่อธิบายมาทั้งหมด ยิ่งโต ต้นทุนยิ่งลด ยิ่งโต รายได้ยิ่งมาก

ต้องอ่านซ้ำที่ผมเขียนประเด็นนี้หลายๆ รอบนะครับ สงสัยอะไรให้ถาม สำคัญคือ อ่านเข้าไปในความคิด แล้วจับที่ความรู้สึกด้วยนะครับ  จับที่ความรู้สึกที่เกิด  ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไร ให้สูดลมหายใจแรงๆ มีสติ ที่ปลายจมูก ทำถี่ๆ จนเห็นความคิด ความรู้สึก วิธีดู คือ ปล่อยวาง เอามือจับแขน ให้รู้สึกเย็น ร้อน อย่าไปบีบให้เกิด ปล่อยให้มันไหลไป เรื่อยๆ เลือกการตั้งคำถาม สำคัญๆ … ใส่ลงไปในจิต ไม่ต้องหวังคำตอบ ปล่อยไป เดี๋ยวมันจะมาเองครับ

ภายใน 24 เดือน การตื่นรู้ของคนไทย จะขึ้นไปอีกระดับด้วยม้าศึก 12 ราศี แต่จำนวนเท่าไหร่ ประเมินยังไม่ได้แน่นอน เดินทางไปแบบนี้เดี๋ยวเราก็จะเห็นแน่นอนครับ ม้าศึก อารมณ์ที่มาพร้อมกับความสุขของผู้คน   บทความคุณบัณฑูร ล่ำซำ ที่มีคำถามต่อสังคมไทย  .. เรามีทางออกให้ผู้คนแน่นอนแล้ว มาพร้อมๆ กัน ทางหนึ่ง มองคุณปั้น คือ ตัวแทนผู้คน มองสมองฯ  คือ ผู้รับปัญหาไปแก้ไข วันนี้เบื้องต้นเรามั่นใจว่า   เส้นทางนี้ไม่ผิดเพี้ยน   ตอกย้ำ ด้วยแนวนโยบายเพื่อไทย  เน้นที่สาระกันนะครับ  ไม่เอี่ยวตัวบุคคล  แนวคิดสอดคล้องกับแนวทางของสมองฯ ตรงๆ ทุกประเด็น   เราประกาศตัวออกเดินทางก่อนด้วย   ประกาศสาธารณะอีกด้วยซ้ำ

ปี 2019 คือจุดเริ่มต้น “…คนไทยใช้สมอง ครองสติ …”   สนใจแนวคิดนี้ … แวะดูที่สมองไทยแลนด์ครับ   เรายังต้องการเพื่อนๆ มาเข้าร่วม  สร้างสรรค์  เพื่อต้นไม้ของพ่อครับ

จอภาพ UI… นำอารมณ์ความรู้สึก ของระบบปฎิบัติการ จับมาใส่ นำเอาอารมณ์การใช้ google มาใส่  ดูไม่แข็งทื่อแบบธุรกิจ  เหมือนไมโครซอฟท์ที่นำเอาความรู้สึกแบบสื่อสารด้วยภาพ  เข้ามาผสมและไม่ให้ใช้งานง่าย จนเกินไป ให้ความรู้สึกต้องปีนป่าย บ้าง เพื่อนำไปสู่การพูดคุย ศึกษา แลกเปลี่ยน

สรุปแล้ว UI แกน .. มีแค่ตามในคลิป ที่เหลือคือ รายละเอียด และการแปลงไปนำเสนอบนโมบาย ต่อไป ตัว personal นี่เปิดตัวเมื่อไหร่ ไม่เกิน 6 เดือนทะลุ 5-10 ล้านบัญชีแน่นอน รับรองได้เลยครับ  เราจะเอาเงินเข้าสู่ระบบสหกรณ์ จากนั้นอีก 6 เดือน เมื่ออีก 5-10 ล้านบัญชี เข้าระบบ   ตั้งสหกรณ์ซอฟต์แวร์ ทั่วทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์ Blockchain อัดเงินลงไป แบบกองทุนหมู่บ้าน ส่งคน ทีมเฉพาะกิจ เข้าช่วยพัฒนาแก้ไขปัญหา สร้างงาน สอนอบรม ร่วมกันพร้อมพัฒนาระบบ แลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน สร้างเมืองแห่งความหวังของผู้คน

Line True Money Facebook google ยอดโฆษณา จะหายไป ธนาคารยอดกู้ ยอดฝาก ดอกเบี้ยจะหดหาย มาอยู่ที่สหกรณ์ คืนเงินปันผลกลับไปทุกชุมชน ตลาดหุ้น จะไม่ฟู่ฟ่าเหมือนก่อน CPALLราคาจะตก หุ้นชาวบ้านโชว์ห่วยในอดีต จะกลับมาพร้อมระบบเครือข่ายทั่วประเทศ ผลงานของลูกหลานของเรา ที่มีความหวังและรอยยิ้ม ผู้คนไม่ต้องกังวลตกงาน เพราะจะไม่มีใครตกงาน แต่จะมาเข้าร่วมพัฒนาสมองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น เพราะยิ่งเก่งต้นทุนยิ่งลด เงินสะพัด กินอิ่ม นอนหลับ มีสติ ใช้สติ ปัญญาญาณก็ตามมา จิตสาธารณะก่อเกิด ต้นไม้ของพ่อ เติบโตยั่งยืน ผลิดอกออกผล อะไรจะมีความสุข ปานนี้ครับ… แค่คิดก็สุขใจแล้ว ผมนี่ตื่นเต้นจริงๆ หัวใจเต้นแรงเลย พ่อแม่ จะอยู่กับลูกมากขึ้น…. ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน… การพัฒนาและวิวัฒนาการของประเทศ จะล้ำไปไกลโดยไม่ต้องพึ่งทุนต่างชาติ ไม่ต้องพึ่งนายทุน… สมองฯ คือคำตอบแรกของประเทศ ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ เราไม่ใช่แค่บอกว่าอะไรจะเกิด ไม่ใช่แค่บอกให้รู้ งานนี่คือการเคลื่อนย้าย ดิน ลม ไฟ น้ำ ให้ตกทั่วฟ้าเมืองไทยครับ การต่อสู้สงครามครั้งสุดท้ายในครั้งนี้ ช่วงเวลานี้คือมีค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ เมื่อสำเร็จแล้วหันหลังกลับ ไม่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋า แต่เราจะไม่รู้สึกเสียดายชีวิตนี้ที่เกิดมา

“เลิกทาสไอที สงครามครั้งสุดท้าย”

หลาย ๆ บทความที่ผ่านมา  ที่เราพาท่านเริ่มต้นและจบลงเหมือนจะกลั้นหายใจแล้วกระโดดหน้าผาดิ่งพสุธาอะไรประมาณนั้น  แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันขยี้ตาเบา ๆ  เอ๊ะนี่ฝันไป  และดูๆ เหมือนจะไปไม่ถึงสวรรค์ซักกะที

มีผู้ติดตามอ่านบางท่านติชมเราแรงส์ๆ  ว่า  ทำไมมันเยิ่นเย้อ  ไม่ไคลแม็กซ์  ซะที  ฝันลมๆ แล้ง ๆ ตลอด จะลงทุนด้วยก็ไม่กล้า

ใช่ครับ  เราไม่รีบร้อนเรื่องเงิน  และเพราะความจริงที่พวกเราได้ค่อย ๆ ถ่ายทอดออกมานั้น  เพราะมันไม่ใช่ฝันที่เราจะเดินทางไปสู่ฝั่งได้ในพริบตา

เพราะ  ในชีวิตจริง  ธุรกิจจริง ๆ  ไม่มีความสำเร็จใด ๆ ที่จะได้มาโดยบังเอิญเลย  ล้วนต้องเจ็บปวด  ต้องอาศัยปัจจัย  ความพยาบามและความพร้อมต่าง ๆ มากมาย

แม้นสถาปนิกเก่ง ๆ ยังต้องใช้เวลา  ต้องการบรรยากาศในการบิวท์อารมณ์ ก่อนจะสร้างผลงานดีๆ ออกมา  และยังต้องใช้เวลาอีกพอควรแม้นว่าจะตกผลึกความคิดไอเดียปิ๊ง ๆ เพื่อประดิษฐ์งานชิ้นเอกได้แล้ว

“5G”  คือ  จุดเริ่มต้นของยุคดิจิทัลใหม่อย่างสมบูรณ์ที่สุด  กล่าวคือ  ความเร็วและประสิทธิภาพ  จะช่วยให้งานใหญ่ๆ ยาก ๆ  บรรจุและติดตั้งปฏิบัติการได้สำเร็จในเครื่องอิเลกทรอนิกส์เล็ก ๆ  และจะเป็นสิ่งเสริมให้งานแอพพลิเคชั่นในระดับแพลตฟอร์มเกิดขึ้นได้อย่างมีความเชื่อมั่น  เติบโตรวดเร็วและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

งานของสมองไทยแลนด์  ได้ก้าวเดินมายาวนาน  มีร่องรอย  มีการออกแบบ  สร้างสิ่งแวดล้อม  ปัจจัยที่จำเป็นไว้ก่อนอย่างพร้อมสรรพ  ผมยกตัวอย่างเช่นว่า ในการสร้างแพลตฟอร์ม 1 ระบบ จำเป็นจะต้องมีพื้นที่สำหรับเฟสการเดินเรื่องต่าง ๆ กัน เช่น

  • การเตรียมพื้นที่ออนไลน์เวบไซต์ทำงานสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่จะเป็นคู่มือการผลิต (ที่จะต้องรองรับนักพัฒนาจำนวนมาก  มาทำงานต่อเนื่องการรุ่นต่อรุ่น เป็นเวอร์ชั่น  ที่ยากที่ใครจะจดจำไว้ในสมอง  และนี่คือมาตรฐานการทำงาน)
  • เราเตรียมเวบไซต์คู่มือออนไลน์สำหรับผู้ใช้งานเหมือนแพลตฟอร์มระดับโลกทั้งสอง  และจะเป็นทางเข้าสำหรับเวบแอพพลิเคชั่น
  • และเราเตรียมเวบไซต์ออนไลน์สำหรับผู้ดูแลแพลตฟอร์ม  ซึ่งหมายถึง  ลูกค้า องค์กร  ที่จะมาบริหารธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่ร้องขอให้พัฒนาต่อยอดในอนาคต

ในด้านเทคนิคการพัฒนาแพลตฟอร์ม  เรามุ่งเน้นไปที่การออกแบบโครงสร้างและโมเดลทางธุรกิจมากกว่าการลงมือพัฒนาโค้ด  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีโซลูชั่นเรื่องโค้ดอย่างชัดเจน  และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการจะสร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้กับลูกค้าระดับเจ้าของแพลตฟอร์ม (Platform Operator) ที่จะต้องบริหารธุรกิจเชิงปฏิบัติการหรือ Operation Management   ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกันกับซอฟต์แวร์  และประสพความสำเร็จอย่างแท้จริง

การออกแบบแพลตฟอร์ม  จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างฐานข้อมูลหลายระดับ  ทั้งความลึก  ความกว้าง  ที่มีความเป็น Microservices และรองรับ  Blockchain  พร้อมการเข้าออกประตูระบบด้วย API  อีกชั้นหนึ่ง

เหล่านี้คือ  สิ่งที่ผู้ให้บริการพัฒนาระบบทั่วไปไม่ได้คิดไปถึง   เพราะระบบเหล่านั้นเป็นเพียงระบบขนาดเล็ก  ไม่มีบูรณาการกับระบบอื่น ๆ  หรือจะเรียกว่าระบบไม่มีการเจริญเติบโต หรือจะเรียกว่า  “ไม้ล้มลุก”  ก็ได้

หลาย ๆ StartUp ที่ไปต่อไม่ได้  เพราะไม่มี Dev หรือหมดตัวกับการเริ่มต้น Dev-Ops  หรือ  Scale ไม่ได้  หรือหาคนร่วมลงทุนจริง ๆ ไม่ได้  เพราะโมเดลธุรกิจมันไม่ใช่ตั้งแต่ต้น

หลาย ๆ StartUp ที่ฟังดูดี  แต่เหมือนจะมีการระดมทุนอยู่บ่อย ๆ  ประมาณว่าทำเพื่อขาย  หรือไม่ก็มีผลประกอบการที่ไม่สวยงาม  ผมว่าคนจะลงทุนซื้อเขาก็ไม่โง่นะ   จึงเข้าทำนองว่าทำได้แค่แหกตาชาวบ้าน  ปลุกกระแส StartUp ให้แตกตื่น  จบลงตรงที่  ใครมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นแถมหมดตูดอีกตะหาก

ดูเหมือนจะมืดมน  หมดหนทางจริง ๆ  ที่จะให้  Tech StartUp ของไทยเดินไปได้

Tech StartUp ของไทยจึงยังต้องเป็นลูกมือ  เป็น “ทาสไอที”  “ทาสเครื่องมือ”  “ทาส  ดิจิทัล”  ไปอีกยาวนาน

บทความนี้ผมเขียนขึ้นเนื่องในโอกาส  วันสำคัญ  วันปิยะมหาราช   พระมหากษัตริย์  ผู้ทรงบุกเบิกและพัฒนาระบบสื่อสาร  คมนาคม  เทคโนโลยีต่าง ๆ ของไทย  และทรงเป็นผู้ประกาศปลดเปลื้อง ระบบทาสไว้ในสมัยของพระองค์

วันนี้  “เราจะเลิกเป็นทาสไอทีกันอย่างไร”   หรืออย่างน้อย  เราจะแข่งขันกับชาวโลกได้อย่างไร

ทาสไอทีฟังดูเป็น “วาทะกรรมดิจิทัล”  อีกแล้ว   ผมคิดออกเมื่อวันวานนี้นี่เอง  แต่จะแก้ออกอย่างไรนี่ซิท้าทายกว่า

แต่ผมกล้าพูดว่า  อย่างน้อยเราจะทำให้คนไทย และชาวโลกได้เห็นว่า  เรามี  “สติตื่นรู้   สติดิจิทัล”  แล้ว  และสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ  ผมมีภาพสวยๆ จาก Internet  มาแชร์  เขาว่าด้วยรูปแบบของ  Blockchain  ที่นำมาใช้กับการ  Tracking สินทรัพย์  ในแวดวง  Fintech

และอีกภาพคือ  สถาปัตยกรรม  การออกแบบโครงสร้างงาน  และฐานข้อมูลทั้งทางกว้างและทางลึก  และความเหมือนที่เข้ากันได้ (Applicability)  กับเรื่อง  Blockchain

ลองพิจารณาดูนะครับว่า  ในทุก ๆ ระบบงาน  มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างไร  และมีสิ่งที่ต่างกันอย่างไร

หรืออาจจะลองคิดดูว่า  ร้านค้าธุรกิจต่าง ๆ ที่แตกต่างกันที่หน้าร้าน  แต่ระบบจัดการภายในเหมือนกันอย่างไร

นี่แหละครับตัวอย่างสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม   ที่พร้อมจะ “แปลงกายสยายปีก”  โดยมีคุณสมบัติพันธุกรรมเดียวกัน  พร้อมเติบโตและแข็งแรงปลอดภัย

…..  ดูเหมือนบทความนี้จะจบลงแค่การขายฝันอีกครั้ง

ปล่าวเลยครับ  นี่เป็นการแง้ม  การปล่อยข่าว  การประกาศตัวสงครามไอทีครั้งสุดท้ายต่างหาก  ที่จะต้องไม่ผิดพลาด  แต่จะเดินหน้าสำเร็จเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนจริง ๆ พร้อมๆ ไปกับการสร้างงานนับแสนนับล้านตำแหน่ง  และอาจจะเป็นการประกาศเลิกทาสไอทีกันเลยทีเดียว  เหลือจากนั้นก็เป็นความสมัครใจของผู้คนเอง  ว่าจะเป็นอยู่อย่างนี้สืบไป  หรือจะปลดเปลื้องพันธนาการ  แล้วเดินหน้าด้วยจินตนาการที่เสริมพลังด้วย  Samong Platform  & iSTEE Framework

นับถอยหลังหลักเดือนเท่านั้น  กับ ปรากฏการณ์   “เลิกทาสไอที  สงครามครั้งสุดท้าย”

โอกาสการร่วมเดินทางมีได้หลากหลาย  ทั้งการเป็นนักพัฒนาร่วมฯ   นักลงทุน  ผู้ถือหุ้น  และเจ้าของแพลตฟอร์มที่ออกแบบเติมสีตีเส้นตามใจของท่าน  

กดไลก์  กดเพจ  กดแชร์  รอๆ กันได้เลยครับ

เจอกันในบทความหน้านะครับ  ขอบคุณครับ

Samong DOA Jedi นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ตอนที่ 1/2

Samong DOA Jedi  101  หรือ Samong.DOA101

เป็นโครงการความร่วมมือแรกที่ทีมงานสมอง (ไทยแลนด์) ได้รับความไว้วางใจจากฝ่ายฝึกอบรม  กรมท่าอากาศยาน  (Department of Airports)  ให้ทำการฝึกอบรมนักพัฒนาซอฟต์แวร์  เพื่อเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่  ความเป็นองค์กรแห่งยุคดิจิตัล

รูปแบบการฝึกอบรมมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ที่ผ่านการเตรียมหลักสูตรมาอย่างเข้มข้น  ที่ประกอบไปด้วยการอบรมทั้งทางด้านเทคโนโลยี  คือ  (1) การฝึกการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยเครื่องมือ Delphi 10.2 Tokyo  และ  (2) การพัฒนาปลูกฝังแนวความคิดที่ถูกต้อง

ในด้านเทคโนโลยี  เราได้ทำการถ่ายทอดมาตรฐานกระบวนการการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เป็นไปตามหลัก Software Development  Life Cycle และหลัก DevOps  และตามด้วยการพัฒนาระบบงานด้วยหลัก Object Oriented อันประกอบด้วย Object Oriented Analysis (OOA), Object Analysis Design(OOD) และ Object Oriented Programming (OOP)   และหลัก Minimum Viable Product(MVP)  โดยสามารถทำให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมสามารถมองเห็นภาพกว้าง  ภาพความสัมพันธ์  ให้สามารถออกแบบระบบได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน  และลงท้ายด้วยการลงมือเขียนโค้ดให้เป็นไปตามแผนงานที่ออกแบบไว้  แม้นจะไม่มีความชำนาญในทันทีเพราะมีความจำกัดเรื่องกรอบเวลา  ที่นักรบ  นักพัฒนา  เหล่านี้ได้มองเห็นอย่างทะลุว่าการพัฒนาซอฟต์แวร์มีขั้นตอนอย่างไร

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต https://www.slideshare.net/HungHoNgoc/group-8-presentationmetricsforobjectorientedsystem

ในด้านการพัฒนาปลูกฝังแนวความคิดที่ถูกต้อง  ด้วยกระบวนการ Softside  เราได้ถ่ายทอด  ส่งมอบความคิดในการพัฒนาซอฟต์แวร์  ให้เป็นผู้มีความรักในงานระบบที่นักพัฒนาจะทำการสร้างขึ้นในอนาคต  แนวคิดที่มองซอฟต์แวร์เปรียบเหมือนสิ่งมีชีวิต  ที่จะสามารถพัฒนาเติบโต  ให้ดูแลรักษาได้ง่าย  มีต้นทุนการรักษาต่ำและเป็นประโยชน์ยั่งยืน  การสามารถที่จะใช้ซ้ำ (Reuse) ของชิ้นส่วน  การแชร์ชิ้นส่วน  และการสร้างเครือข่ายนักพัฒนา  การสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์ชิ้นส่วน  สร้างความเข้มแข็งเป็นเกราะป้องกันตนเองของนักพัฒนา  เพื่อเดินหน้าไปสู่เส้นทางอันโหดร้ายแห่งยุคดิจิตัล Thailand 4.0

การถ่ายทอด  พัฒนาแนวคิดที่ถูกต้อง  ดำเนินการโดย  อาจารย์นักจิตวิทยา  นักอบรมสไตล์แคมป์  ที่หาตัวจับยากในวงการฝึกอบรมยุคดิจิตัล  ที่มีทักษะผสมผสาน  ประกอบด้วยขั้นตอนการให้ความรู้ตามหลักธรรมะ  ความเข้าใจหลักธรรม  สัจธรรมที่พิสูจน์มาแล้วกว่า 2500 ปี  อันเป็นที่มาของหลัก iSTEE   เราฝึกฝนการทำงานร่วมกัน (Collaborative) ด้วยเครื่องมือ Google App (G-Suite)  ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้นักพัฒนาได้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำการแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนของซอฟต์แวร์ในอนาคตกันเองได้อย่างไรและจพควบคุมเวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ได้อย่างไร  นอกจากนี้  เครื่องมือพื้นฐานนี้ยังสามารถใช้ในการจัดการงานระบบเอกสาร  งานฐานข้อมูลภายในหน่วยงานได้อย่างง่ายดายรวดเร็ว  เพื่อเป็นการเตรียมการออกแบบโครงสร้างฐานข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนที่จะนำไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความจำเป็นจริง ๆ

ผู้เข้าอบรมเป็นตัวแทนมาจากหลายหน่วยงาน  และจำแนกได้เป็น 12 ระบบงาน  ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน  การรวมประสบการณ์และความต้องการ  ก่อให้เกิดการริเริ่มการออกแบบระบบซอฟต์แวร์ที่จำเป็นที่จะมารองรับการทำงานขององค์กรในอนาคตซึ่งเป็นระบบหรือซอฟต์แวร์ที่จะไม่มีใครจากภายนอกจะมาพัฒนาให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น  และหากจะเป็นการว่าจ้างทำการพัฒนาให้ทุกส่วนจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการผลิตและการบำรุงรักษาที่มีมูลค่ามหาศาลที่จะตกเป็นภาระแก่ภาษีของประเทศชาติ  การริเริ่มการออกแบบระบบจากหน่วยย่อยตามหลัก MVP  ที่ผ่านการแชร์ประสบการณ์ความต้องการจากทุกท่าอากาศยาน  ก็จะเป็นเมล็ดพันธ์  เป็นระบบงานให้กับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ได้อย่างไม่สิ้นสุด  ที่อาจจะทำให้กรมท่าอากาศยาน  กลายเป็นองค์กรต้นแบบแห่งยุคดิจิตัล

 

  • การมองเห็นความต้องการของตนเองที่ชัดเจน
  • การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
  • การสนับสนุนที่ชัดเจน
  • การให้การอบรมด้วยแนวคิดที่ถูกต้อง  บนหลักความยากไม่ใช่เรื่อง โค้ด แต่เป็นเรื่องของการสร้างหลักการคิดที่ถูกต้อง
  • ความมุ่งมั่นของนักพัฒนา

ความเปลี่ยนแปลงในองค์กรจะก่อตัวขึ้นและเติบโตอย่างต่อเนื่อง  เปรียบเหมือน เมล็ดพันธ์ุ  ที่ได้รับการปลูกฝังอย่างตั้งใจ จริงจัง อย่างเข้มข้น เมล็ดพันธุ์ที่มีน้ำใจน้ำสปริต  ความรักองค์กรเป็นน้ำหล่อเลี้ยง  และการสนับสนุนจากผู้บริหาร  และในวันหนึ่งเมล็ดพันธุ์  กล้าไม้เหล่านี้จะเติบโต  เป็นร่มเงา  ให้ดอกให้ผล  ให้ความเจริญแก่กรมท่าอากาศยาน และนำมาซึ่งความเป็นโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ  สร้างความสะดวกสบาย  รับใช้ประชาชนให้  “ยิ้มแย้ม  ยินดี  สุขขี ที่บ้านเรา

เราขอขอบคุณกับเสียงสะท้อน  ผลการประเมิน  ที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจ  ประทับใจ  ความมีปิติ  ต่อบรรยากาศการถ่ายทอดปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ “สมอง” และปลูกจิตวิญญาณของทีมงานวิทยากร  ในสไตล์ที่ไม่มีใครทำมาก่อน   ที่สามารถทำให้การเรียนรู้เรื่องที่ยากๆ กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สนุกสนานจนบางท่านอยากเรียนต่ออีกหลายๆ วัน

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ทั้งจากหน่วยงานของกรมฯ  หน่วยงานภาคเอกชน  และขอขอบคุณผู้ร่วมเข้ารับการฝึกอบรม  และในโอกาสเดียวกันนี้เราใคร่ขออนุญาตนำภาพบางส่วนมาประกอบบทความแห่งประวัติศาสตร์นี้

วันนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นประกาศ  การเดินหน้าภาระกิจในการขับเคลื่อนแนวคิดตามพละกำลังของเราที่มีและเราจะเดินหน้าต่อไป   และยินดีที่จะให้บริการแก่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการยกระดับความแข็งแกร่งของทีมงานทั้งทางด้านจิตวิญญาณและเทคโนโลยี

พบกันในตอนหน้า  ที่เราจะมานำเสนอ  คลิปวิดีโอจากงานอบรมสัมมนาในครั้งนี้  รวมทั้งมาติดตาม  การต่อยอดของนักพัฒนาจากกรมท่า  ในนาม  DOA Jedi หรือ นักรบจิตวิญญาณสายพันธ์  รุ่นที่ 1/1 (DOA 101)

Samong Platform ปกป้องและเข้าใจคุณ

มีคำถามว่า  แท้ที่จริงแล้วใครร่ำรวยจากกิจการเหล่านี้    

  • StartUp หลายรายไปไม่รอด  แต่ VC ทำกำไระยะสั้นขาย StartUp เป็นช่วง ๆ หลายต่อ  แนวโน้ม  StartUp คงเป็นแค่ตำนาน
  • Samong Thailand ไม่ได้เป็น StartUp พันธุ์นั้น  หากแต่เราคือ  ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยพันธุ์แท้
  • มีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนางานวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรมซอฟต์แวร์  ให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยและเทคโนโลยีในทุกด้านได้นำเอาไปใช้งาน
  • ด้วยแอพพลิเคชั่นแรก  ที่ไม่สนุก  ไม่ทำเน้นทำกำไร  แต่ต้องรอดได้ในระยะยาว  แต่เพื่อเป็นเพื่อนคุณ  ดูแลคุณ  ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล  ความรวดเร็ว  จนเกินที่คุณจะรับมือตามลำพัง
  • ให้เราได้ดูแลคุณ  เพราะเราพร้อมจะปกป้องคุณ  Privacy ของคุณต้องมีค่าที่สุด

iSTEE & Samong Framework คือ  เครื่องมือ แนวคิด และซอฟต์แวร์  ในการพัฒนางานด้านซอฟต์แวร์  ที่พร้อมจะต่อยอดพัฒนาการไปสู่การผลิตแอพพลิเคชั่นที่มีความซับซ้อน  ที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย  ให้บริการด้วย Microservices  รองรับการใช้งาน Blockchain และพร้อมเดินหน้าสู่ AI & Robotics

RPA หรือ Robotics Process Automation คือ Virtual Robotics คือ  กระบวนการ Process Automation ที่ระบบคอมพิวเตอร์ จะจัดการงานหลายอย่างแทนคน  เป็นการะทำในเบื้องหลัง  โดยไม่มี ตัวหุ่นยนต์ให้เห็นในงาน Physical Robot ทั่วไป   

Samong Framework ทำให้ RPA  เกิดขึ้นได้

 

 

 

 

ถ้ามีวัตถุซอฟต์แวร์หรือคนหลายล้านคน ทำงานอยู่ในหน่วยความจำเครื่องหรือระบบเครือข่าย ด้านขวามือ ในแต่ระดับก็มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน หากเรานำสูตรปัญญาประดิษฐ์หรือชุดคำสั่งซอฟต์แวร์ทำงานแบบอัตโนมัติ บรรจุไว้ที่ต้นกำเนิดในระดับ Gene ด้านซ้าย ท่านนึกออกไหมว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น? วัตถุที่ทำหน้าที่คล้ายอวัยวะของร่างกาย หลายล้านชิ้นในทุกระดับที่ทำงานร่วมกันอยู่ จะมีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกันได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ในขณะที่ความสามารถของระบบจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ขึ้นอยู่กับจำนวนองค์ประกอบที่นำมาทำงานร่วมกัน จำนวนยิ่งมาก ยิ่งทวีคูณ นี่แหละ Disruption ของแท้เป็น Dynamic Disruption เปรียบเหมือน หลุมดำ ยิ่งขยาย ยิ่งแกร่ง ภาพนี้คือ โลกของ รูป และ นาม ภาพนี้คือ โลกของ จิต และ กาย ด้านซ้าย คือ โลกของคลาส และสายพันธ์ุกรรมซอฟต์แวร์ ที่จะนำไปสร้างเป็นวัตถุซอฟต์แวร์ ทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ เปรียบเหมือน แม่พิมพ์ ด้านขวา คือ โลกของวัตถุซอฟต์แวร์ ที่จำลองควบคุมการทำงานต่างๆ ทั้งส่วนคิดและส่วนความจำ ทำงานเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกัน ภาพนี้คือ โครงสร้างของของระบบเทคโนโลยีเชิงวัตถุ นวัตกรรมสมองแพลตฟอร์ม (Samong Platform) ข้อสังเกตง่ายๆ คนมีอวัยวะเหมือนกัน 32 ประการ แต่ทำงานได้มากมายแตกต่างกัน สมองแพลตฟอร์มก็เช่นเดียวกัน มีระบบภายในส่วนหนึ่งที่เปรียบเสมือนอวัยวะบางส่วนที่คล้ายกัน แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำงานได้กับธุรกิจมากมายหลายประเภท รวมถึงส่วนบุคคลด้วย

iSTEE & Samong Framework เกิดมาเพื่อสิ่งใด ?

ก่อนอื่นต้องให้เครดิตกับผู้สร้างภาพ Inforgraphic  ดังต่อไปนี้  ที่จะขออธิบายภาพด้วยข้อความสั้นใต้ภาพ  ก่อนที่จะสรุปในภาพรวมว่าทำไมต้องให้บทความนี้มีชื่อเรียกเช่นนี้  และต้องให้เครดิตสำหรับท่านที่พยายามแสวงหาภาพตัวแทนในจักรวาลแห่งนี้เพื่ออธิบายภาพแห่งอนาคตของ Digital Platform ที่มันควรจะเป็น  โดยไม่ได้เป็นการประดิษฐ์ประดอยขึ้นมาเอง

เปิดเรื่องด้วยรูปนี้ว่า  มันคือ มิติของแพลตฟอร์ฒที่จะเชื่อมประสานอย่างน้อย 4 ส่วน คือ กลุ่มลูกค้า (Customers)  กลุ่มสิ่งของ (IOT Device)  ระบบ IT ดั้งเดิม  และสิ่งแวดล้อมต่าง  (Ecosystems)   โดยตัวเชื่อมที่จะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้คือ  ระบบอัจฉริยะ

 

 

 

 

 

 

ในภาพที่ 2 นี้เป็นการมองในเรื่อง  แพลตฟอร์มของธุรกิจทางดิจิตอลว่า  แพลตฟอร์มของธุรกิจดิจิตอลที่ดีคือธุรกิจที่ประยุกต์เอาส่วนที่ดีที่สุดจากนวัตกรรมด้านต่าง ๆ

กล่าวคือ  Digital Platform ที่ดีเหมาะแก่การลงทุน  คือ  Platform ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง  5 Platform คือ

  • Process Platforms  แพลตฟอร์มภาคการผลิตอุตสาหกรรม
  • Application Platforms  แพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่น
  • Internet of Things Platform แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ
  • Integration & Development Platform  แพลตฟอร์มการพัฒนาและวิจัย
  • Analytic & Cognitive Platforms  แพลตฟอร์มการวิเคราะห์และการบ่งชี้จดจำ

 

 

 

  ในอีกมุมมองหนึ่ง  ที่มองเชิงมิติลำดับชั้น  หรือจะเรียกว่า Digital Dimension หรือ มิติแห่งดิจิตอล  ว่าจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น  คือ ชั้น นอกสุดเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเพื่อดิจิตอล  หรือจะเรียกว่าปัจจัย  อันประกอบไปด้วย  รัฐบาล  ลูกค้า  การค้าปลีก  นักพัฒนา  ผู้สร้างเนื้อหาสื่อ  และองค์กรธุรกิจ

และชั้นในคือ ชั้นที่เรียกว่า  Digital Platform ที่จะต้องประกอบด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีการบริการภายในของตนเอง  ในลักษณะของ Microservices  และการอาศัยและเชื่อมต่อกับงานพัฒนาจากนักพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง

รวมกันเป็นระบบ Digital Dimension ที่เป็นอัจฉริยะสมบูรณ์

ที่มา : Peter-Service

 

 

 

 

 

รูปนี้  ถือ่าเป็นพระเอกของงานก็ว่าได้   ต้องชมว่าผู้สร้าง  มีความล้ำลึกมาก  ในการมองมิติตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้  รูปนี่สามารถที่จะทะยอยตีความไปได้ทั้งแนวราบ  ที่ละชั้น  ตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง 4  คือ 4th Platform คือ แพลตฟอร์มคลื่นที่  4 หรือ 4th wave   และการตีความในแนวดิ่ง  อย่างที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไป

เรามาลองย่อยภาพนี้ออกเป็นส่วน ๆ  ตามรูป

ภาพนี้เป็นการมองในแง่กายภาพของระบบคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี  ที่เริ่มต้นด้วยการมีศูนย์กลางคอมพิวเตอร์  เหมือนที่เป็นอยู่ในอดีต   และเปลี่ยนไปเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายทั้งการจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผล  ต่อมากลายเป็นชุมชนทางดิจิตอลในระดับสากลที่มีโมเดลทางธุรกิจในแบบผสม  และไปสู่  ชุมชนทางดิจิตอลที่กลายเป็นสถาบัน   โดยรวมในมุมมองนี้เห็นว่า  ในเชิงของที่ตั้งของเทคโนโลยีจะกลายไปสู่สถาบันของชุมชนแห่งดิจิตอล

 

 

 

 

 

 

 

 

  

ในภาพนี้มองในด้านผลลัพธ์ของกระบวนการในทุก ๆ กระบวนการ  ที่ยุคแรกจะมองกันในเรื่องประสิทธิภาพของระบบ  ที่ต่อมามองในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตหรือการสร้างได้เร็ว  ต่อมาก็เป็นเรื่องของการจัดการความรู้แบบ Realtime และการวิเคราะห์ข้อมูล  และบนสุดคือการมองเรื่องการสร้างแอพพลิเคชั่นในแบบชิ้นส่วนที่จะหยิบมาประกอบกันได้เป็นระบบๆ เฉพาะงานได้ทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อมาเป็นมุมมองในแง่ของการใช้ประโยชน์  ที่ก่อนหน้าจะใช้ในเรื่องของ Automation  คลี่คลายไปสู่เรื่องของการแบ่งปัน  การทำงานร่วมกัน  และการรวบรวมองค์ประกอบไอทีเขาด้วยกัน  จนอนาคตจะเป็นรูปแบบของการการให้บริการด้าน IT ที่มีความพัฒนาเปลี่ยนแปลงเชิงรูปแบบอย่างต่อเนื่อง  มีการแบ่งปันมุมมอง และเกิดสภาวะของสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 ในภาพนี้เป็นส่วนกลางของภาพที่ให้คำสรุปสภาวะสิ่งแวดล้อมในการใช้งานเทคโนโลยีว่าเป็นอย่างไร  กล่าวคือ

  • เป็นแค่การประมวลผล  หรือ Computing ในแบบ Standalone ที่มีแอพพลิเคชั่น รันบนเครื่อง ๆ เดียว
  • ต่อมาเน้นการใช้ประโยชน์เป็นเครือข่าย  ที่เริ่มมีการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ผ่านทางสายและการ์ดเครือข่าย
  • เริ่มเกิดแอพพลิเคชั่นในลักษณะที่มีการเชื่อมต่อระหว่างข้อมูล  การเชื่อมต่อกับบุคคล  ด้วยความสามารถของ Cloud computing
  • และสุดยอดที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้คือ  การเชื่อมต่อแบบทุกช่องทางของผู้คน  ของระบบอัจฉริยะและกิจกรรมต่าง ๆ  ที่อาจจะเรียกว่า  สภาวะสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ หรือ Smart ที่เรียกกันจนติดปาก  ที่มีการเชื่อมต่อกันของอุปกรณ์  มีความอัจฉริยะของเครื่องที่เรียนรู้ด้วยตนเองไปจนถึงระบบที่เครื่องเรียนรู้จากคนในแบบของ AI

 

 

 

 

 

 

ในขณะนี่ด้านซ้ายของภาพ  เป็นการมองกันในแง่ของจำนวนของอุปกรณ์  ที่เริ่มจากระบบที่มีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว  ไปจนกระทั่งเป็นระบบที่มีอุปกรณ์นับพันๆ ล้านชิ้นต่อถึงกัน

และเกิดคำถามว่า  ระบบอัจฉริยะส่วนกลางนั้น  จะเกิดขึ้น  หรือถูกพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ที่ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและเป็นอัจฉริยะจริง ๆ ได้อย่างไร

ภาพนี้เป็นเพียงภาพเดียวที่ทีมงานเราดัดแปลงแก้ไขเล็กน้อยในบริเวณส่วนกลาง  ว่าเราจะแทนที่มันด้วยระบบที่เราเรียกว่า Samong Platform  ที่ประกอบด้วย iSTEE Middleware และ Samong Platform  ที่มีความสามารถครบถ้วนเพียงพอทีจะสร้างเป็นระบบอัจฉริยะเกิดขึ้นได้จริง ๆ  โดยกลไกสำคัญคือ  ความสามารถในการสร้างระบบที่ต้องมีบริการย่อย ๆ จำนวนมากที่เรียกว่า Microservices  ที่ต้องมีการพัฒนาด้วยแนวคิดเชิงวัตถุที่ล้ำลึกจริง ๆ 

แทบจะกล่าวได้ว่า  iSTEE  ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้จริง ๆ  โดย i  ในส่วนหน้าของ iSTEE หมายถึง Intelligence  คือ  อัจฉริยะปัญญา  ปัญญาที่เกิดจากปัญญาแห่งการใช้สติตรึกตรอง  วิจัยค้นคว้า  พยายาม  จนสามารถที่จะค้นพบเครื่องมือ  ที่นำไปสู่สภาวะอัจฉริยะขึ้นมา

จึงไม่ได้เป็นเรื่องราวของความบังเอิญที่สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

แต่จะหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยหาก  iSTEE ไม่ได้ถูกนำไปใช้ หรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมใดๆ ได้

 

ในภาพนี้  คือ มิติของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะมาถึงในปี 2017  ซึ่งก็ผ่านมาแล้ว  และก็เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นจริง ๆ 

โดยเทคโนโลยีที่จะอยู่ในกลุ่ม  Disruptive & Strategic ที่เรียกว่า  เป็นการปฏิวัติเชิงกลยุทธ์เลยคือ  เทคโนโลยีเรื่อง ดังต่อไปนั้

  • การเปิดเชื่อมต่อ API  การเกิดขึ้นของธุรกิจทางสังคม
  • และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น  คือ 
  • การเชื่อมต่อของสิ่งต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร
  • การพัฒนาของวิทยาศาสตร์ข้อมูล  และ Big Data
  • การเรียนรู้ด้วยตนเองของเครื่องและ AI
  • การเกิดและการใช้งาน Blockchain  และสภาวะเศรษฐกิจในแบบการพึ่งพา  การได้ประโยชน์ร่วมกัน  
  • จะเห็นว่า  ขวาสุดตกขอบในแง่ของการปฏิวัติเทคโนโลยีคือเรื่อง Blockchain
  • และเหนือสุดเลยเมฆ และชิดขอบฟ้า  คือ  เรื่อง  สิ่งแวดล้อมธุรกิจสังคมที่พึ่งพากัน  ได้ประโยชน์ร่วมกัน  ที่มันดูอนิจจังจริง ๆ ว่า  มนุษย์โลก  สัตว์โลกต่างต้องพึ่งพากัน  คือ จุดสมดุลที่สุด  ดีที่สุด

 

นอกจากนี้  ยังจะได้เห็นเทคโนโลยีสำคัญ ๆ ต่าง จะทะยอยพัฒนาขนานกันไปตามเส้นทาง ดังแสดงในส่วน Horizon ของแผนภาพ

ทำไม iSTEE จึงเรียกตัวเองว่าคืออัจฉริยะที่จะยืนเป็นสูนย์กลางของสภาวะทางเทคโนโลยี

  • เพราะ  iSTEE มีการออกแบบในการทำงานในแบบ Microservices ที่มีฐานข้อมูลแบบกระจายส่วนที่มีความปลอดภัยสูงของแต่ละก้อนข้อมูล 
  • เพราะ iSTEE มีการออกแบบรองรับโครงสร้างการใช้ Blockchain
  • เพราะ iSTEE มีจุดเด่นในการสร้างการบริการแบบ SaaS  ที่จะเป็นการใช้งานร่วมกัน  ได้ประโยชน์สูงสุดร่วมกัน
  • iSTEE  จึงเป็นเทคโนโลยี  ในชั้นกลยุทธ์ชิดขอบขวาและขอบฟ้า  ภายใต้กรอบแนวคิด Samong is the Digital Brain
  • iSTEE จะกอบกู้  SME  ที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย  ด้วยการสร้างโซลูชั่นที่ตอบโจทย์  สิ่งนั้นคือ …. Samong SaaS , SME Rescue
  • iSTEE & Samong Platform เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดมาด้วยความเข้าใจถึงปัญหาของสังคม 
  • Samong Platform จึงจะเป็นเครื่องมือที่จะปกป้องและเข้าใจคุณ

ขอขอบคุณภาพ  จาก Internet

ขอแนะนำ Smart Digital Home #1

Smart Digital Home คุณค่าที่คุณเอื้อมถึง

  • House  กับ Home ความหมายที่แตกต่าง  โดย House มีความหมายถึง  ตัวบ้านและสิ่งต่อพ่วง  ตามภาษากฏหมาย
  • แต่ Home หมายรวมถึง  บ้าน  สมาชิกของบ้าน   บรรยากาศ  และความรัก  ความอบอุ่น  ความผูกพัน  และความปลอดภัย

     เมื่อ House มีความสำคัญเป็นส่วนหนึ่งของ Home   และมนุษย์  มีความห่วงไยในทรัพย์สิน  และสมาชิกทุกคนในบ้าน  จึงได้เกิดผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยในการดูแลบ้าน  โดยใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยี

      ง่ายที่สุดเริ่มจากการใช้  Electronic component  จำพวก Switch  ร่วมกับวงจรเซนเซอร์ แบะบอร์ด IOT ที่สามารถวัดและแปรผลและทำการส่งสัญญาณผ่านเครือข่ายมือถือ  ไปยังเจ้าของบ้านได้  ก็ช่วยให้ เจ้าของบ้านรู้สึกมีความใกล้ชิดกับบ้านและคลายกังวลไปได้มาก

      ถึงการใช้กล้องวงจรปิด  การใช้ระบบกันขโมยติดตั้งในประตูหน้าต่าง   จนมาถึงในปัจจุบัน  ที่ราวกับว่า  อุปกรณ์ทุกตัวในบ้านมีชีวิต  คือมี Sensor มีตัวตรวจจับ  มีส่วนแสดงผลของตัวมันเอง   เพื่อเป็นต้นทางสื่อไปยังสมาชิกภายในบ้าน  จะทั้งการแสดงผลต่อหน้าและการแสดงผลแบบทางไกล  และจนกระทั่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านแทบจะคุยกันได้เองทั้งหมด

ขอบคุณ คลิปวิดีโอประกอบจาก Youtube
เราจึงสามารถสรุปย่อ ๆ ถึงระบบ บ้านอัจฉริยะได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

  • ความสามารถในการตรวจวัดสถานะของระบบต่างๆ ในตัวบ้าน
  • ความสามารถในการส่งข้อมูลไปยังศูนย์กลางของบ้าน
  • ความสามารถในการส่งข้อมูลไปยังเจ้าของบ้าน
  • ความสามารถในการส่งข้อมูลไปหน่วยงานสาธารณะเช่น  โรงพยาบาล  สถานีตำรวจ
  • ความสามารถในการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์
  • ความสามารถในการมองเห็นภาพเหตุการณ์ภายในบ้านแบบออนไลน์  เรียลไทม์
  • ความสามารถในการรับคำสั่งทางไกลจากเจ้าของบ้านให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
  • ความสามารถในการแชทหากันระหว่างสมาชิก  เหมือนทุกคนกำลังอยู่ในตัวบ้าน

     จะดีอีกไม่น้อย  หากระบบจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันให้ย้อนกลับมาเกิดประโยชน์ได้อีกมากมาย  รวมทั้งจะสามารถปกป้อง Privacy  Data  ของบ้านและสมาชิกภายในบ้าน

ขอบคุณคลิปจาก Youtube
     

      ทั้งหมดทั้งหลายก็จะทำให้ Home ในความหมายรวม  เกิดขึ้นได้  แม้นสมาชิกจะอยู่ห่างไกลกัน

     สมอง  (ไทยแลนด์)  กับเทคโนโลยีของตัวเอง  จึงพร้อมที่จะเติมฝัน  เติมช่องว่างที่มีอยู่ในตลาดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น  ในนาม Smart Digital Home  ในระดับราคาที่คุณเอื้อมถึง

หากท่านผู้อ่านอยากจะแนะนำ  อยากจะเห็นความสามารถอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวไว้  ท่านสามารถระบุไว้ในช่องความคิดเห็นหรือ อีเมล์หาเรา  paipat@samongthailandcom

เครือข่ายระบบอัจฉริยะสมองแพลตฟอร์ม

องค์ความรู้/เทคโนโลยี:

       เทคโนโลยี “เครือข่ายระบบอัจฉริยะสมองแพลตฟอร์ม” การผลิตซอฟต์แวร์สำหรับให้บริการด้านต่างๆให้มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน

รายละเอียด:

       ในสังคุมยุคดิจิตอล การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวโน้มปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนามาจากแพลตฟอร์ม ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ความต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลและการสื่อสารจึงเพิ่มมากขึ้น

(เพิ่มเติม…)

FAQ101-011 มีจัดอบรมการใช้งาน iSTEE & Samong ไหม?

จะมีการจัดอบรมการใช้งาน iSTEE & Samong ไหม ?

ตอบได้เลยครับว่ามี   ทั้งหลักสูตรแบบฟรี  และหลักสูตรแบบต้องชำระค่าอบรม  เรียกว่า  ค่าบำรุงงานวิจัยจะดีกว่า  เพราะเทคโนโลยีใด ๆ จะไม่จบอยู่แค่วันนี้ตรงนี้
การอบรมฟรี  จะเป็นช่วงของการเปิดตัว  ให้นักพัฒนาได้ทำความรู้จักและคุ้นเคย  ได้ลดข้อสงสัย  เมื่อเรียนแล้วก็จะถึงบางอ้อแน่ว่า  มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด  มันเป็นเรื่องของแนวคิด  ลำดับความคิด  ส่วนเรื่องโ๕้ดนั้นหากเคยเขียนโปรแกรมมาบ้างแล้ว  ก็จะง่ายขึ้น
แน่นอน  พอติดใจ  จะลงเรียนในส่วนที่ล้ำลึก  ติดกระบี่แบบนักรบเจได   ก็ต้องช่วยกันสนับสนุนทุนวิจัยกันหน่อย
ส่วนจะเปิดสอนเมื่อไหร่  ต้องคอยติดตามกันครับ  แต่เกิดขึ้นแน่นอนในปี 2561 นี้