น้ำหยดเดียว ไม่ใช่พายุ ฉันใด กองทัพดิจิทัล จึงต้องการ ม้าศึกแพลตฟอร์ม

ถอยหลังไป  20 ปีครับ  ที่  คนๆ หนึ่ง   ถามตัวเองและสังคมว่า   จะแก้ไขปัญหาการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างไร   และซอฟต์แวร์จะต้องช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในระดับมหภาคให้ได้ด้วย

18 ปีต่อมา  คือ  วันที่กำเนิดเกิดก่อเครื่องมือ  iSTEE & Samong Platform  เหมือนเป็นเด็กทารก  ที่เรารู้ว่าเมื่อเขาโตขึ้น  เขาจะฉลาดอย่างไร

อีก 2 ปีต่อมา  เด็กคนนั้นอายุ  2 ขวบ  ได้แสดงความฉลาดปลาดเปรื่อง  พัฒนาตัวตนเป็น  ม้าศึก  12 ราศี  ที่มีลักษณะของม้าศึก  ที่ทรงพลัง  เก่งกาจรอบด้าน  มันคือ  ม้าศึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้วบนระบบ Cloud  เป็นแพลตฟอร์ม  ที่ซ่อนเร้นคุณค่าให้แสวงหา  ว่ามันจะทำอะไร  จะแก้ไขปัญหาอะไรให้สังคม

ลองชมคลิป  ม้าศึกกันครับ

น้ำหยดเดียว  คงไม่รุนแรงเป็นพายุ  ม้าตัวเดียวคงไม่มีแรงเหวี่ยงรุนแรงมากพอ  กองทัพม้าศึก  พร้อมทะยานเป็นกองทัพ 

Digital Transformation อีกครั้ง !

ทักทายสวัสดีปีใหม่กันครับ  ปีที่ท่านว่า  เผาจริง !!

มีคีย์เวิร์ดหนึ่งที่ฮิตกันมากเมื่อราวต้นปีที่แล้ว  และก็เงียบไปก่อนจะสิ้นปี  จะว่ามันดูไม่ดีก็ไม่เชิงนะ  แต่ดูเหมือนว่า เป็น  วาทกรรมดิจิทัลที่ปฏิบัติได้ไม่จริง (ในสังคมไทยแลนด์แดน 4.0)

พอพูดถึง  วาทกรรมดิจิทัล  ผมก็อดจะนึกถึงคำว่า  Enterprise Architecture  ด้วยเสมอ   คือแปลว่าจะทำเรื่อง  Digital Transformation ละก็  จำเป็นต้อง  ทำการออกแบบองค์กร  จัดองค์กรซะก่อนให้ดีๆ ว่างั้น

โดยที่บ้านเมืองนี้  มีคนรู้จริงไม่มากนัก  แต่จะหาคนที่ทำได้จบตลอดรอดฝั่งก็ยิ่งยากกันไปใหญ่

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า  ไม่เข้าใจ  หรือไม่รู้เรื่อง  แต่จะไปติดตรงที่ว่า  แล้วจะข้ามห้วยไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลได้อย่างไร

ด้วยก็เพราะว่า  องต์กรจะเป็นจะต้องมีระบบงาน  มี  ดิจิทัลแพลตฟอร์มคู่ขนาน  ที่ทำงานเป็น Virtual Platform  แน่นอนละครับว่าจะต้องมีระบบบริหารจัดการธุรกิจภายในองค์กร  เช่นว่า  ERP  อะไรทำนองนี้  อาจจะเป็นเรื่องตลาดดิจิทัล  ก็ด้วย  หรือการส่งเสริมให้ความรู้พนักงานขาย  ให้ความรู้ลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขององค์กร

ความยากก็ไปต่อจนถึง  นอกจาก  ERP ที่ต้องซื้อเขามาแล้วนี่  ฉัยทำอะไรต่อไม่ได้อีกแล้ว

อีตอนจะเอา  ERP มาใช้ก็ใช่ว่าจะปลั๊กแอนเพลย์ (Plug & Play) ซะเมื่อไหร่กัน    ต้องออกแบบวางแผนกันนานทีเดียว  เผลอๆ จะล่มเอาง่าย ๆ

ข่าวสารการโกงกันภายในของ  มหาวิทยาลัยชื่อดัง   การเบิก การกู็เงินที่ไร้ร่องรอย  ที่เป็นข่าวสาธารณะ แสดงถึงความไร้ระบบบล็อกเชน  (ฺBlockchain)  สะท้อนความล้มเหลว  การยอมสิโรราบ  เป็นการบอกว่า  มหาวิทยาลัยแห่งนี้  และหลายๆ แห่ง  ขาดเทคโนโลยีของตนเอง  จนต้องไปปรึกษาต่างชาติอีก  นี่คือความล้มเหลวของการศึกษาจริง ๆ

ก็คงไม่ต้องพูดถึง  หน่วยงานราชการครับ  ที่มักจะอาศัยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปช่วยใช้งบที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ  กันมากมาย  เงินสนับสนุน StartUp ก็มักจะไหลเข้ากระเป๋าอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นกัน  หลายโครงการของรัฐบังคับให้  ผู้รับทำโครงการจ้างอาจารย์ที่ปรึกษา  เข้าทำนอง  “ผีจูงผี”  พากันลงทะเลไปซะ

มาถึง  Depa  กับข่าวการออกโรงสนับสนุนส่งเสริม  การพัฒนา  พลังบุคลากรดิจิทัล  อะไรทำนองนั้นเป็นการให้งบ  ต่อคนหัวละ 1 ล้านบาท  และให้การส่งเสริมอบรมใน 5 ด้าน  เช่นการเขียนซอฟต์แวร์ขั้นสูง   และอีก  4 แนวทางตามลิงก์  ลิงก์ ข่าว Depa

เป้าหมาการผลิต 20,000 คน  คนละ 1 ล้านบาท  นี่มัน 2 หมื่นล้านบาท  แม่เจ้าเว้ย  ประเทศไทยจะเป็น 4.0 แล้วด้วยเงินขนาดนี้

เชื่อไหมครับ  ผมขอมาซึก  0.1 %   แค่นี้พอ  เราพร้อมจะสร้างนักพัฒนาระดับเจไดให้ได้เลย

เราเดินทางมาไกลมาก  ไกลจากวันที่เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีก่อน

Digital Transformation  โดยการสร้าง  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform)  ให้กับองค์กร  คือ  งานหลักของพวกเราไปแล้ว   งานกำลังดำเนินไปสำหรับหลายๆ องค์กร   ที่ต้องขอบคุณที่องค์กรได้เล็งเห็นถึง  แนวคิด  เห็นจิตวิญญาณของพวกเรา  ว่าเราทำเพื่อชาติ  เพื่อคนไทยจริง ๆ

 

 

อีกไม่นาน  และไม่ต้องสัญญาครับ  เราจะร่วมเป็นแนวรบสำคัญของสงคราม  Digital Transformation   และเป็นกองกำลัง  Digital Platform ที่เป็นที่นิยม

พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ  ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนเวบไซต์ของเราครับ

สมองฯ ปี 3 ขยับสู่ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม

สวัสดีปีใหม่กันครับ  พี่น้องชาวไทยทุกคน   เราหวังว่าทุกท่านคงกำลังมีความสุขกับครอบครัวและญาติมิตร

หลายท่านคงกำลังเดินทาง  ไปพักผ่อนตามที่ต่าง ๆ หรือกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน   เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัว  ก่อนที่จะกลับมาสู้ศึก  ทั้งปี  12 เดือน  12  ราศีกันในปี 2019

ปีหน้าเขาว่าเผาจริง  ทั้งเศรษฐกิจการเมือง  และโดยเฉพาะเทคโนโลยี

ที่เทคโนโลยีจะมีสารพัดไฮเทค ถาโถมเข้ามาให้เราท่องจำ  สำลักเล่นกัน  ไม่ว่าจะ  AI, Bitcoin, Blockchain , Digital Platform  สารพัดสารพัน  แต่ก็เช่นเดิม  พี่น้องชาวไทยก็ยังต้องซื้อเขากินเขาใช้กันต่อไป

ปีที่แล้วเป็นปีที่  Facebook โดนถล่มซะเหนื่อย  ทั้งประเด็นข้อมูลหลุดรั่ว  ทั้งโดยไม่เจตนา และตั้งใจให้พันธมิตรธุรกิจเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทำเงิน  (เหมือนหลายแบงค์ในบ้านเรา  ที่เน้นสร้างรายได้ให้ตนเอง  โดยไม่ค่อยสนใจชาวบ้านตาดำ ๆ )

Cryptocurrency   ก็ปั่นป่วนมากมาย  ราคาวิ่งขึ้นสุดติ่ง  และดิ่งลงสุดเหว  สลับกันไป  ให้หัวใจวายเล่นๆ 

สำหรับวงการตลาดหุ้น  นักลงทุนก็เริ่มสับสน  มองหาช่องทางใหม่ในการทำมาหากิน  VI  ไม่มีอยู่จริง  เงินหลักสิบ หลักร้อยล้าน  หายไปได้ในพริบตา

เชื่อไหมครับอะไรที่มันเคยง่าย  มันจะไม่ง่ายอีกต่อไป   ชีวิตเราๆ ก็จะยากขึ้น  จนต้องเกิดคำถามว่าแล้วจะอย่างไรต่อ

ผมก็แนะนำยากอยู่เช่นกันว่าจะให้ใครๆ ทำอย่างไรต่อ  เอาเป็นว่า  ใครทำอาชีพอะไรอยู่ก็  ให้ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย  ระวังการสร้างหนี้   ขยันทำงานทำการ  อย่าให้เจ้าของเขาเหม็นหน้าโดยไม่จำเป็น   ส่วนใครทำอาชีพอิสระ  ธุรกิจส่วนตัว  ก็เดินหน้ากันต่อไป

สำหรับพวกเรา สมองไทยแลนด์  ชาวดิจิทัลเทคโนโลยี  ปีหน้านี้จะขึ้นปีที่  3 (เมษายน)  ที่เราไม่ใช่อนุบาล 3  ไม่ใช่  ป 3  ไม่ใช่  นิสิตปี  3  แต่เป็น  นักผจญภัยในโลกดิจิทัล  ที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง  ที่ในปีที่ผ่านมาเราได้สัมผัสชีวิตจริง ๆ ของ StartUp มาเต็ม ๆ   ที่เราได้เรียนรู้ว่า   “กรุณาอย่าหวังพึ่งรัฐบาล  หรือหน่วยงานนวัตกรรมอะไรของรัฐเป็นอันขาด”  รวมทั้ง  “อย่าเผลอใจไปหาแบงค์ (ผมพูดกี่ครั้ง  ก็ยังเจ็บปวดใจไม่หาย)  เพื่อหวังการให้กู้เพื่องานนวัตกรรม   แบงค์เขาไม่เสี่ยงกับนวัตกรรมครับ  555 “

ก่อนปี 2560  รวมเป็นระยะเวลาหลายปี  ที่  CTO ของเราได้ทำการค้นคว้าวิจัยเครื่องมือ  เพื่อหวังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการซอฟต์แวร์ไทย  ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการหวังที่จะแก้ไขปัญหาให้คนไทยทั้งชาติ  (เป็นคำพูดที่ช่างกล้าหาญ บ้าบิ่นซะเหลือเกิน)  จนในปี 2560  ที่เรืยกว่าพัฒนาการด้านเครื่องมือของเราได้เดินหน้ามากว่า 95%

ปลายปี 2560  เป็นช่วงเวลาที่เราได้ทดสอบเครื่องมือ  เพื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มบนมือถือ  ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัล  ผ่านทางเวที StartUp ที่เราได้ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ให้ผู้คนได้รู้จัก  ได้รำคาญตารำคาญใจกันเล่น ๆ  ว่าไอ้พวกนี้มันทำอะไรหว่า  คุยกันนานแค่ไหนก็ไม่เคยเข้าใจ  จริงครับ  จริงที่สุด  มันเข้าใจยากจริง ๆ   จะพยายามพูดให้ง่ายยังงัยก็พูดไม่ง่ายซะที  จนกระทั่งเราก็พูดไปตามที่เราอยากจะพูดนะแหละดีที่สุด

ปี  2561  ที่เราต้องปรับตัว  เมื่อพบว่า  สิ่งแวดล้อมด้านนวัตกรรมของประเทศมันไม่เอื้ออำนวยและเป็นไปได้ยากมาก  เรียกว่า  “StartUp เกิดง่าย  โตยาก  ตายเร็ว”  เหมือนปลูกถั่วงอกประมาณนั้น  จับแช่น้ำ  เข้าแคมป์  อบรม  บ่ม คั่วสารพัดค่าย  สุดท้าย  ตายยกเข่ง

โชคดีครับ  ที่เข็มทิศ  และเครื่องยนต์กลไกของสมองไทยแลนด์  ได้ถูกเตรีบมตัวมาเพื่อต่อสู้กับสภาวะการณ์เช่นนี้จริง ๆ   สภาวะที่นักพัฒนาไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้  สภาวะที่นักพัฒนาของไทยไม่สามารถสร้างงานที่แข็งแกร่งได้

ท่านอาจจะรำคาญต่อคำครหาของเราเช่นนี้  แต่ขอโทษนะครับ  มันคือเรื่องจริง  มันจริงที่ว่า  แท้ที่จริงแล้ว  เรา (คนไทยหลายคนมาก ๆ )  ไม่สามารถสร้างงานในระดับ  world class  ที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ดี  มีขนาดใหญ่  ที่จะสร้าง  Value  ให้กับตัวมันเองและสังคมได้

และแพลตฟอร์มในตลาดดิจิทัลจำนวนมาก  ไม่ตอบโจทย์  หรือไม่คำนึงถึงประชาชนหรือผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง  แบงก์ก็ทำเพื่อแบงค์  คนเก่งบางกลุ่มก็ทำเพื่อตนเอง

ตูมเดียว  ขอยิงคำถามเข้าเป้าเลยก็คือว่า  “คนไทยได้ประโยชน์อะไรจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นบ้าง  ? ”  ก็มันไม่มีงัย  เราจึงได้เรียกมันว่า  “ล้มเหลว  4.0 “

ให้ตายเหอะ  แม้นแต่ผู้บริหารระดับประเทศ  ยังไม่เข้าใจเลย  มองไม่ออก  ไม่แม้กระทั่งจะเปิดใจรับฟัง (คือเราได้ส่งบทความต่าง ๆ ให้  ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้หลายคน  แต่การตอบสนอง  เหมือนคนถูกฉีดยาชา  และดมยาสลบ 10 แกลลอนอะไรประมาณนั้น )

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจของเรา แต่กลับให้เราต้องเร่งพัฒนางานของเราให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็ว  เพราะเราเห็นว่า  สถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่มีทางออก  มันใกล้เข้ามามากแล้ว  24 – 36   เดือนหลังจากนี้  สภาวะเศรษฐกิจ  โอกาสตลาดของเทคโนโลยีไทยจะเป็นทะเลเดือดที่ถูกถมด้วยน้ำลายต่างชาติ

ทุเรียนไทย  กล้วยไม้ไทย  ยางพาราไทย  ใครกันที่ยึดไปทำตลาด  คนไทยได้ประโยชน์จริง ๆ นะหรือ  ไหนละครับ  รัฐบาลอยู่ตรงไหน  ช่วยทำอะไรได้บ้าง

พี่น้องครับ  ผมไม่ได้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง  และจะไม่จับมือกับนักการเมือง  ไม่มีทุนใหญ่หนุนหลัง  แต่เราจะมีประชาชน  มีผมมีท่าน  เราต้องการสร้าง  ธุรกิจดิจิทัล  ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ตามเจตนารมย์ที่เราได้ประกาศมาแล้วอย่างยาวนาน  และวันนี้แพลตฟอร์มของเราได้กำเนิดเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ท่านลองนึกภาพว่า  เรากำลังสร้างตึกขนาดใหญ่จำนวนหลายตึก  กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ  ตึกเหล่านั้นจะรองรับสารพัดธุรกิจบนตึกนั้น  ดังนั้นตึกนั้นจะต้องมีรากฐานที่แข็งแรงที่จะต้องมีการเตรียม  สร้างฐานรากให้ดีเพียงพอก่อน  ต้องช่องทางการสื่อสาร  การคมนาคม  ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้เพียบพร้อม

และตึกเหล่านั้นจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายถึงกัน   และตึกเหล่านั้นทั่วไทย  คือ  ตึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะให้ประโยชน์กับคนไทย  นักธุรกิจ  และหน่วยงานรัฐและเอกชนต่าง ๆ

เราได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียน  สำหรับการรักษาพยาบาล  และอีกหลายๆ ระบบที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  แต่ก็พอจะให้ภาพคร่าว ๆ ได้ในนาม ม้าศึก 12 ราศี

ม้าศึกคืออะไร  มันคือ  แพลตฟอร์มแต่ละระบบ  แต่ความล้ำลึกของมันคือ  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง  ที่มันทำงานได้จริง  รองรับคนเป็นจำนวนมาก  จำนวนหลักล้านได้จริง  มันเชื่อมโยงกันได้จริง  ที่นักเรียนจะมีประวัติ  การเรียนและสุขภาพสอดคล้องกับประวัติในโรงพยาบาล  และผลการเรียน  การทำงานอะไรต่างๆ เหล่านี้  ที่ข้อมูลบางอย่างจะเป็นส่วนตัว  มีความปลอดภัย  ที่ข้อมูลบางอย่างจะมีเทคโนโลยี  blockchain  อยู่ข้างใน  มันจะโต และจะโผล่ออกมาให้ท่านเห็นว่า  เอ้ยนี่่มันมหัศจรรย์   ดิจิทัลแพลตฟอร์มของจริง

ปีใหม่ที่จะถึงนี้  จึงเป็นปี  แห่งการตอกย้ำเจตนา  การสร้าง  อุตสาหกรรมชิ่นส่วนซอฟต์แวร์จริง ๆ   โดยมีผลลัพธ์ออกมาในรูปของดิจิจทัลแพลตฟอร์มจำนวนไม่น้อยกว่า  12 ระบบ  และจะเกิดเครือข่ายนักพัฒนา  เกิดสหกรณ์ซอฟต์แวร์  เกิดกองทุนสมองเวนเจอร์  เกิดความร่วมมือระหว่างนักพัฒนา  นักธุรกิจ  สถาบันการศึกษา  ราชการ  และแหล่งทุน  ที่จะร่วมกันสร้างสรรวงการนวัตกรรมของไทย

มันไม่ใช่ความฝัน  มันไม่ไกลเกินเอื้อม  เพียงแต่ท่านค่อยๆ เปิดใจ  ติดตามเรื่องราวของเรา  ศึกษาบทความต่างๆ ในทุกช่องทาง  และสุดท้าย  ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจได้  และหากคุณทราบว่าขนาดของธุรกิจของ  Facebook และกูเกิล  หรือ Microsoft  มันใหญ่แค่ไหน  เราจะบอกคุณว่า  นั่นแหละคือขนาดของ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะเกิดขึ้นจากการผลักดันของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอความสำเร็จของกันและกัน  ร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมือง  สร้างสุข  สุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม

พบกับ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ม้าศึก  12  ราศี  กับเราเร็วๆ  นี้   สวัสดีปีใหม่ครับ