Digital Twin สวนมีชีวิต สานเศรษฐกิจเกษตรกรมั่งคั่ง

สวัสดีครับ  เจอกันอีกครั้งครับ

วันนี้ต้องปรบมือให้กับความก้าวหน้าของทาง  DEPA มากๆ เลยครับ  ที่ผ่านมาในรอบใกล้จะ  2 ปี  ที่  DEPA  ได้มีการปูพื้นทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลไว้ดีทีเดียว และในหลาย ๆ ด้านไปพร้อม ๆ กัน  แต่วันนี้ขอชมกันแค่ด้านเดียวก่อน  นั่นคือ  เรื่อง  การจัดทำฐานข้อมูลที่สำคัญๆ  ที่จำเป็นสำหรับเป็นเครื่องกำหนดทิศทางของเหล่านักเดินทาง  StartUp และผู้ประกอบการอีกจำนวนมาก

ใช่ครับ  การตัดสินใจเพื่อเดินหน้าการทำธุรกิจ  หรือการพัฒนางานใหญ่ ๆ ซักงานหนึ่ง  จำเป็นต้องตัดสินใจจากการคิดวิเคราะห์จากข้อมูลที่สำคัญให้รอบด้าน

ผมยกตัวอย่างเลย  ว่าจากตารางข้อมูลนี้  ซึ่งมีที่มาจากฐานข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น  บอกได้ชัดเจนมากๆ ว่า  กำลังเกิดอะไรขึ้น  และประเทศนี้ต้องการอะไร ?

ตารางแรกนี้  เป็นการบอกว่า  บริษัท ฯ กิจการ  ซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก  และขนาดกลางกำลังจะตายในไม่ช้านี้ (สาเหตุก็เรื่องต้นทุน  แหล่งทุน  ช่องทาง  ความยอมรับคนไทยของคนไทย)  แม้นแต่รายใหญ่ๆ เองก็มีแนวโน้มไม่ดี  มีผลกำไรที่ลดลง  โดยที่กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 10% ของยอดขายเท่านั้น  ทั้งๆ ที่ธุรกิจด้านนี้ควรจะมีกำไรสุทธิสูงกว่านี้ (ผมละไว้ในฐานที่เข้าใจกันว่า  การรายงานตัวเลขก็ทำไปตามแบบแผน)

รูปแถว 2 รูปแรกนี้  บอกว่าเรายังต้องการการผลิตภายในประเทศอีกมาก  และยังสามารถส่งออกได้อีกด้วย

รูปกลางขยายความรูปก่อนหน้าว่า  เรานำเข้ามาใช้ในประเทศ  และมีส่งออกบ้าง  ฝรั่งเองรับของไทยได้  แต่ก็มีการผลิตส่งออกน้อยอยู่

ส่วนรูปที่  3  ขวามือสุด  บอกว่า  ตลาดด้านแอพพลิเคชั่น  On Premise นั้นใหญ่โตมาก  แต่งาน  SaaS  On Cloud Services  นั้นยังมีผู้ผลิตอยู่น้อยมาก

เหล่านี้แหละครับ  เป็นหลักฐานสนับสนุนชิ้นดีว่า  แนวคิดการพัฒนา  “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  SaaS On cloud”  คือตลาดใหญ่แห่งอนาคต  ที่อะไร ๆ ก็จะแห่ขึ้น  Cloud  ไม่เว้นแม้นแต่ ระบบราชการไร้รอยต่อตามนโยบายรัฐบาล ประเทศไทย  4.0

ความลับไม่ได้จบแค่ตรงนั้น  แต่ทว่า  งานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อส่งออกมากกว่าครับ  ที่ยังมีมูลค่ามหาศาล  ไหนจะการพัฒนาเพื่อทดแทนระบบ On-premise เดิม  ไหนจะระบบ SaaS ใหม่   เหล่านี้  จึงเป็นที่มา  ให้เรามองเห็นว่า  “อุตสาหกรรมชิ้นส่วนซอฟต์แวร์เพื่อการบริการ Cloud Computing”  คือตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล

มันใหญ่มาก ๆ

มาต่อกันกับข่าวสารการรับสมัครโครงการ  ตามภาพเด่นของบทความนี้   มีเรื่องราวน่าสนใจ  ทำให้เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย  นั่นคือ  การพัฒนางานดิจิทัล  เพื่อเป็นกลไก  เครื่องยนต์ขับเคลื่อนอนาคต Digital Thailand  ของไทยแลนด์

โครงการก็ผุดขึ้นมาในสมองเลยว่า    “สวนมีชีวิต  สานเศรษฐกิจ  เกษตรกรมั่งคั่ง  ประเทศมั่นคง”

การพัฒนาเกิดขึ้นบนแนวคิด  Digital Twin++ กล่าวคือ  การสร้างระบบ  Digital Platform คู่ขนานกับการทำสวนผลไม้เศรษฐกิจทุกขนาด

ที่ปัจจุบันเกษตรกร ประสบกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ  ต้นทุนสูง  ขาดความรู้ด้านวิชาการ  ขาดการจัดการด้านการเงินการบัญชีและการบันทึกต้นทุนการผลิต

จะทำอย่างไร  ให้เกษตรกรบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีความสุข  มีกำไร  จะทำอย่างไรให้สวน  ฟาร์มมีความเป็นอัจฉริยะและบอกแก่ชาวสวนว่า  ฟาร์มของเขากำลังมีสุขภาพดีแค่ไหน  ต้นทุนเป็นอย่างไร  คุณภาพผลไม้  ความหวาน  คุณประโยชน๋สูงสุด  อยู่ที่ตรงไหน  และจะเข้าถึงแหล่งจำหน่ายเพื่อลูกค้าออนไลน์ทั่วโลกได้อย่างไร

เหล่านี้เราพร้อมจะตอบโจทย์ด้วย  โครงการ  “สวนมีชีวิต  สานเศรษฐกิจ  เกษตรกรมั่งคั่ง  ประเทศมั่นคง”   ด้วยการพัฒนาเป็น  ดิจิทัลแพลตฟอร์มในนาม

พบกันแน่นอนกับโครงการของเรา

อนาคต ERP จาก Desktop ถึง RPA บน Cloud ? นะออเจ้า

นาคต ERP จาก Desktop ฤาจะไปไกลถึง RPA ?

ด้วยกำลังนั่งทางใน  พิจารณา ว่าด้วยหน้าตาของ ERP แห่งอนาคต  ว่าจะมีหน้าตามีแขนขาอย่างไร

ERP  ย่อมาจาก Enterprise Resources Planning   หรือ  โปรแกรมการวางแผนการจัดการทรัพยากรใองค์กรธุรกิจ  จะเรียกง่าย ๆ ว่าโปรแกรมช่วยในการทำงานของไม่ผิดนัก

ยุคสมัยก่อนที่ยังไม่มีไฟฟ้า  ประปา  หรือ  คอมพิวเตอร์  นั้น  เจ้าของกิจการผู้ทำการค้าขาย  ทำการจัดเก็บข้อมูล  ทำการคำนวณ  ทำการวิเคราะห์อย่างไรนี่น่าคิดอยู่  เลยกลายเป็นว่า  เจ้าของคนไหนหัวดี  ความจำดี  คำนวณเก่ง  แถมปากเก่ง  คิดการ  เอาเปรียบ ทำกำไรได้เก่งก็ร่ำรวยกันไป  เรียกว่า  ช่องว่างระหว่างคนเก่งกับไม่เก่งนั้นกว้างมาก ๆ

เอาละ  พอต่อมามีเครื่องคิดเลข  มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้งาน   ก็เป็นการช่วยให้  เจ้าของกิจการ ที่สมอง ไม่เก่งมากนัก  ก็พออาจจะปรับช่องว่างกับคนหัวดีขึ้นมาได้  ด้วยการอาศัยความสามารถของคอมพิวเตอร์  หรือ  ว่าจ้างคนเก่งมาช่วยทำงานเฉพาะอย่าง  เช่น  งานบัญชี  งานการเงิน  งานการผลิต

ก็ทำให้กิจการที่รู้จักประยุกต์ใช้  หรือหูไวตาไวกับเทคโนโลยี  ก็สามารถปรับตัวให้สามารถแข่งขันได้

ต่อมาก็เป็นยุคแห่งการมีโปรแกรม  ช่วยงานองค์กรที่มีความสามารถ  Feature หรือลูกเล่นแบบสุดยอดออกมามากขึ้น  ทำงานได้หลายอย่าง  หลายฟังก์ชั่น  หลายหน้าที   โดยมีคนคอยใส่  คอยป้อนข้อมูล  กดปุ่มโน่นนี่ไป   เป็นว่ายุกต์นั้น  และก็หมายถึงยุคนี้ด้วย (2018)  ก็ยังมีคน กับ คอมพิวเตอร์คู่กัน

ผมพักไว้ตรงนี้ก่อน  เรื่อง  คน กับ คอม ทำนาประสาคน  หรือ คนกับคอมฯ ทำนาประสาคอมฯ

กลับไปดูเรื่อง  ที่อยู่ที่ใช้ของ  โปรแกรมพวกนี้

  • ที่เริ่มจากคอมตัวเดียว
  • ต่อมาก็เป็นระบบเครือข่าย  ทำงานในออฟฟิต
  • ต่อมาก็  ไม่ต้องไปออฟฟิตแล้ว  ต่อสายหมุนโมเด็ม  เข้าออฟฟิตก็ได้
  • เท่ห์หน่อย  ก็เป็นการฝากระบบ ERP ไว้บน  Server  ในแบบ  Hosting
  • ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยี  ทั้งระบบเครือข่าย  ระบบการสื่อสาร  และเครือข่ายมือถือ  ที่มีความเร็วมากขึ้น  จนทำให้ทุกอย่าง  ห่างกันเพียงแค่หยิบมือเดียว
  • บัดนี้  เทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปไกลมาก  จนระบบ ERP ต้องเคลื่อนย้ายไปสู่อีกระบบใหม่  คือ Cloud  ที่อันที่จริงมันก็คือ Server นะแหละ  แต่เพียงแต่เป็นการจัด Configuration ทั้งด้าน  ฮาร์ดแวร์และด้านซอฟต์แวร์  ทำให้เรียกได้ว่า ระบบ ที่อยู่บน Cloud นั้นมันจะตายยาก  หรือไม่ดับไม่เจ๊งลงได้    ก็กลายเป็นสิ่งใหม่  งานด้าน ซอฟต์แวร์ จึงได้พัฒนาการไปกองอยู่บน Cloud หมดแล้ว

ไอ้แบบนี้แหละ  คือ Saas  หรือ Software as a Service ที่มีบริการให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ในระบบ Cloud กันเลย  อยากจะใช้ก็ใช้เท่าที่อยากใช้  ใช้และจ่ายตามที่ต้องการใช้  เลยเรียกว่า  as a Service  คือ  ตามใจคุณที่อยากจะใช้นะแหละ  ไม่ต้องซื้อซอฟต์แบบเหมาเข่งอีกต่อไป   เขาจะแยกเป็นโมดูล  เป็นส่วน ๆ  ที่มันต่อถึงกันได้ราวๆ กับมีชีวิต  แบบว่า เอ้อ  ซอฟต์แวร์มันต้องฉลาด  แต่คนเขียนมันขึ้นมาต้องฉลาดกว่าอยู่ดี   ด้วยวิธีการแบบนี้  เจ้าของโปรแกรม  หรือคนผลิตโปรแกรม  หากจะแก้ไขปรับปรุงก็แก้ไขอยู่ทีเดียวนั่นแหละ  เรียกว่าสบาย  ไม่ต้องออกท้องที่  วิ่งทั่วไทยเหมือนคนขายซอฟต์แวร์ยุคก่อน  ขายได้แต่กำไรไม่เหลือ  หายไปกับค่ารถค่าน้ำมัน

ผู้ใช้งานไม่ต้องเป็นภาระ  ทั้งด้านการลงทุน  ด้านการจ้างพนักงานดูแล  ไปจนการออกรายงานต่าง ๆ

จากที่เดิมต้องเป็นแบบว่าคนต้องมาคอยออกแรงคิด  ออกแรงทำบ้าง  แต่ต่อไปนี้งานประเภทที่ทำประจำหรืองาน Routine  นั้นกำลังจะถูกโปรแกรมให้มั้นทำเองเสร็จเอง  โดยการเรียนรู้ของเครื่องนี่แหละ 

แหละมันคือ  RPA  หรือ Robotics Process Automation  นี่เองเป็นกระบวนการอัตโนมัติแบบหุ่นยนต์  ที่เรามองไม่เห็นตัวตนของหุ่นยนต์  แต่เป็นผลลัพธ์มาจากเทคโนโลยีการเขียนซอฟต์แวร์    ตรงนี้แหละครับ  คือ  กำเนิดของ Virtual  Office   ที่อะไร ๆ  ก็ Virtual   ตัวผู้คนเอง  ก็จะมีผู้ช่วย  Personnel Assistant ที่มันคือ  แอพฯ บนมือถือ เหมือนสิริ  ใน iphone  Virtul พวกนี้จะถูกเขียนมาให้เรียนรู้  จดจำ  แล้ววันหนึ่งมันก็กลับมาสอนเรา  เตือนเรา  ในเรื่องต่าง ๆ นานา  ที่วัน ๆ หนึ่งเราจะไม่สามารถจนจำเรื่องราวได้ทั้งหมด

เขียนอ้อมไป อ้อมมานานมาก  ขอกลับมา  มาตกผลึกเรื่อง  ที่ว่า  แล้ว ERP มันมีฟังก์ชั่นอะไรกันบ้าง  มีใครผลิตกันบ้าง  มีแนวโน้มจะไปกันทางไหน

ผมขอยกตัวอย่างพอได้เห็นภาพ  โดยอ้างอิงมาจากเวบไซต์    http://www.vridhisoftech.com/remco-erp/  และ https://gbenterprisesystems2014.wordpress.com/2014/11/16/5-erp-vendors-their-products-features-and-market-share/

ที่อาจจะเก่าหน่อย คือ ปี 2014 แต่ก็  ไม่แตกต่างกันมากนัก  จะต่างก็เรื่องของที่อยู่  คุณภาพ  และต้นทุนการหามาใช้งาน

จะเห็นว่า  มีผู้ผลิต ERP ออกกันมาหลายเจ้า รายใหญ่ๆ ทั้งนั้น  ไม่ต้องหาว่ามีชื่อไทย ๆ บ้างหรือไม่   แต่ก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่  รัฐบาลให้ความสำคัญในการร่วมกันผลิต ERP ให้กับ  SME ของไทยได้ใช้งานกัน  โดยเริ่มทดลองกันมาตั้งแต่ปี 2015 ที่มีผู้ใช้งานไม่มากนัก  เพียง 150 ราย (ตอนนี้ 2018 ………. )

ERP แบบ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม  มีความสามารถอะไรบ้างลองดาวน์โหลดเอกสารมาอ่านกันดู  ตามลิงก์นี่ครับ

มาดูในแง่  Feature  ว่า  ในแต่ละ Module มันทำอะไรได้บ้าง   นี่เป็นตัวอย่างของเจ้า  Remco-ERP

ครานี้  มาถึงตอนที่ว่า  หาก  คุณจะยังต้องการมีที่ยืนอยู่ในสนาม ธุรกิจ  และธุรกิจของคุณมันต้องวุ่นวายกับข้อมูล  กับตัวเลข  และซ้ำจต้องให้การบริการลูกค้า  ที่นับวันจะมีตัวเลือกทางเลือกมากมาย   มีตำถามว่า   คุณจะแข่งขันได้อีกต่อไปมั๊ย

มีสองทางเลือก  คือ  ยอมแพ้  กับ  เดินหน้าหามันมาใช้ให้ได้

หากจะต้องหามาใช้  ก็ต้องเริ่มดูรอบด้าน  ทั้งเรื่องฟังก์ชั่น  และหน้าที่ของมัน

ก็กลายเป็นเรื่องทั้งจำเป็นและยากไม่น้อย  ที่ องค์กร  บริษัทเล็ก ๆ จะเอื้อมถึง

จึงเป็นเวลาของ  เรื่อง  ของดี  ราคาเหมาะสม  จะออกโรง

ใครละ  ผู้ให้บริการรายไหนละ  และจะมีคนไทยซักคนมั๊ย จะมีปัญญาสร้างมันขึ้นมา

มันจึงเป็นเรื่องราว  มหากาพย์ที่ใหญ่มาก  

เทคโนโนโลยีอะไร  ที่จะไปถึง AI, RPA เหล่านั้นได้ซื้อเขาเหอะ  เป็นคำยอดฮิต  แต่หากเราผลิตมันได้ละ  เรารู้ว่าจะต้องทำอย่างไร  เรารู้ว่าจะเจออะไร  เรารู้วางจะต้องระดมสรรพกำลังขนาดไหน   การเดินทางไกลจึงเริ่มแล้ว  ที่จะต้องเดินอย่างอดทน  พร้อมเพื่อนร่วมทาง  และปลอดหนี้

ก่อนจบ  มีสไลด์ย่อ ๆ ว่าด้วยปัญหาใน SME  ที่เป็นที่มาของการผลิต ERP ฉบับ  DIP ขึ้นมา

ติดตามบทความดี ๆ กันต่อไปครับ