Merry Christmas & Happy New Year

คลิปสมองคริสต์มาส   แสดงการทำงานคล้าย Control Panel   มีมิติความลึก (เมนู) ทั้งหมด 4 ระดับ   สามารถพัฒนาเข้าสู่โหมดการทำงานจริงขนาดใหญ่ๆ ได้สบายๆ ตามมาตรฐานแบบ Microservice…

 

เราจึงสามารถให้ความมั่นใจกับผู้มุ่งหวัง  นักลงทุน นักพัฒนา   ม้าศึกจะเกิดขึ้นได้จริง เพื่อความสุขของทุกคน

ส่วนเมนูด้านซ้าย เป็นการบริหารระบบขนาดใหญ่แยกตามหน่วยงานในจอเดียว

จากวิดีโอตัวอย่างแสดงระบบ  Hospital  ในฝัน รุ่นล่าสุด…  ลองขยายจินตนาการกันนะครับ…   ว่าถ้าเมนูแบบนี้มีประจำตัวผู้คน… เหมือนเป็นระบบหลังบ้านออนไลน์  Personal … เชื่อมกับ Hospital…   และเชื่อมโยงกัน 12 แพลตฟอร์มถึงกันหมด …..

จึงเป็นการตอกย้ำแบบว่า “สนิทปิดฝาโลง”  คือพร้อมสรรพ  เพื่อส่งมอบระบบให้ชาวไทย ด้วย Cloud Computing  และเติม BlockChain เข้าไปด้วยเป็นเรื่องๆ ไป  พร้อมกับการแก้หนี้ ไปสู่ไร้หนี้ ด้วยรายได้ โดยเป็นเจ้าของสหกรณ์ร่วมกัน เงิมออมเพิ่ม แก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำตรงจุด

เราออกเดินทางแล้ว… ไม่ต้องพกเงินเป็น 1000 ล้าน ถึงจะทำได้… และกำลังพิสูจน์ให้ดูอีกเรื่องครับ ต่อให้ทำโปรแกรมเสร็จ คนไทยส่วนใหญ่ รวมถึงนักลงทุน ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ว่าผลกระทบมันจะขนาดไหนครับ ทุกอย่างที่เห็นใน Hospital ทำแค่ตัวเดียว ที่เหลืออีก 11 ตัวและตัวที่ยังอยู่ในความคิดอีกจำนวนมาก  คือ เราจะทำให้มันเสร็จไปเรียบร้อยพร้อมกันเลยครับ สมมติ มีอีก 1000 แพลตฟอร์ม สิ่งที่เหมือนกันจะเสร็จพร้อมกัน เราพัฒนาเฉพาะส่วนต่างกับเรื่องกราฟิก

ต้นทุนลดลงทันที 1000 เท่า การวิวัฒนาการของสมองและม้าศึก จะเติบโตรวดเร็ว เกินจินตนาการ  และล้ำไปกว่านั้น…ลองใส่จินตนาการอีกนิดหนึ่ง  พลิกอีกขั้วความคิดเหมือนดูใต้ท้องรถ… ของที่เสร็จแล้ว แพลตฟอร์มที่เสร็จแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน  ประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาประกอบขึ้นด้วยกัน ยังสามารถนำไปใช้เพาะพันธ์ุใหม่ ดัดแปลง ปรับปรุง นำไปใช้งานต่อยอดได้อีกมากมาย

ไม่เพียงแค่นั้น… ผลที่ได้คือทุกแพลตฟอร์มจะฉลาดขึ้นไปด้วยพร้อมๆ  กัน ทำให้ต้นกำเนิดแรกเก่งตามไปพร้อมกับลูกหลาน   มีอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อยากให้พิสูจน์ว่าผมลดต้นทุนได้จริงไหม?   “…นั่นเป็นคำถามที่ทุเรศที่สุด  บอกอย่างไรคุณก็ล้ำไม่ทันผม … ” เพราะคุณไม่เคยเชื่ออะไร มหาวิทยาลัยจึงกำลังรอวันตาย นี่แหละครับ Disruption ของแท้

ไม่ต่างในอดีต ผมรู้มานานแล้วปัญหาของการพัฒนาธุรกิจที่จะทำให้เติบโตแข็งแกร่ง ไม่ใช่อยู่ที่แค่ Solutions แต่อยู่ที่ตัวจินตนาการและเทคโนโลยีพื้นฐานจริงๆ ปัญหาแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะทำตัวไหน จะมีคู่แข่งเสมอ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ถ้าไม่แข็งแรงพอในระดับเกิดการ Disruption ได้จะเหนื่อยฟรี และเสี่ยงมากครับ   ในยุคที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็ว ในมิติธุรกิจ ต้นทุนสำคัญที่สุด   หากลดต้นทุนไม่ได้  ก็จะโตยาก   ขยายรายได้   ไม่ได้ก็โตยาก   ที่อธิบายมาทั้งหมด ยิ่งโต ต้นทุนยิ่งลด ยิ่งโต รายได้ยิ่งมาก

ต้องอ่านซ้ำที่ผมเขียนประเด็นนี้หลายๆ รอบนะครับ สงสัยอะไรให้ถาม สำคัญคือ อ่านเข้าไปในความคิด แล้วจับที่ความรู้สึกด้วยนะครับ  จับที่ความรู้สึกที่เกิด  ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไร ให้สูดลมหายใจแรงๆ มีสติ ที่ปลายจมูก ทำถี่ๆ จนเห็นความคิด ความรู้สึก วิธีดู คือ ปล่อยวาง เอามือจับแขน ให้รู้สึกเย็น ร้อน อย่าไปบีบให้เกิด ปล่อยให้มันไหลไป เรื่อยๆ เลือกการตั้งคำถาม สำคัญๆ … ใส่ลงไปในจิต ไม่ต้องหวังคำตอบ ปล่อยไป เดี๋ยวมันจะมาเองครับ

ภายใน 24 เดือน การตื่นรู้ของคนไทย จะขึ้นไปอีกระดับด้วยม้าศึก 12 ราศี แต่จำนวนเท่าไหร่ ประเมินยังไม่ได้แน่นอน เดินทางไปแบบนี้เดี๋ยวเราก็จะเห็นแน่นอนครับ ม้าศึก อารมณ์ที่มาพร้อมกับความสุขของผู้คน   บทความคุณบัณฑูร ล่ำซำ ที่มีคำถามต่อสังคมไทย  .. เรามีทางออกให้ผู้คนแน่นอนแล้ว มาพร้อมๆ กัน ทางหนึ่ง มองคุณปั้น คือ ตัวแทนผู้คน มองสมองฯ  คือ ผู้รับปัญหาไปแก้ไข วันนี้เบื้องต้นเรามั่นใจว่า   เส้นทางนี้ไม่ผิดเพี้ยน   ตอกย้ำ ด้วยแนวนโยบายเพื่อไทย  เน้นที่สาระกันนะครับ  ไม่เอี่ยวตัวบุคคล  แนวคิดสอดคล้องกับแนวทางของสมองฯ ตรงๆ ทุกประเด็น   เราประกาศตัวออกเดินทางก่อนด้วย   ประกาศสาธารณะอีกด้วยซ้ำ

ปี 2019 คือจุดเริ่มต้น “…คนไทยใช้สมอง ครองสติ …”   สนใจแนวคิดนี้ … แวะดูที่สมองไทยแลนด์ครับ   เรายังต้องการเพื่อนๆ มาเข้าร่วม  สร้างสรรค์  เพื่อต้นไม้ของพ่อครับ

จอภาพ UI… นำอารมณ์ความรู้สึก ของระบบปฎิบัติการ จับมาใส่ นำเอาอารมณ์การใช้ google มาใส่  ดูไม่แข็งทื่อแบบธุรกิจ  เหมือนไมโครซอฟท์ที่นำเอาความรู้สึกแบบสื่อสารด้วยภาพ  เข้ามาผสมและไม่ให้ใช้งานง่าย จนเกินไป ให้ความรู้สึกต้องปีนป่าย บ้าง เพื่อนำไปสู่การพูดคุย ศึกษา แลกเปลี่ยน

สรุปแล้ว UI แกน .. มีแค่ตามในคลิป ที่เหลือคือ รายละเอียด และการแปลงไปนำเสนอบนโมบาย ต่อไป ตัว personal นี่เปิดตัวเมื่อไหร่ ไม่เกิน 6 เดือนทะลุ 5-10 ล้านบัญชีแน่นอน รับรองได้เลยครับ  เราจะเอาเงินเข้าสู่ระบบสหกรณ์ จากนั้นอีก 6 เดือน เมื่ออีก 5-10 ล้านบัญชี เข้าระบบ   ตั้งสหกรณ์ซอฟต์แวร์ ทั่วทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์ Blockchain อัดเงินลงไป แบบกองทุนหมู่บ้าน ส่งคน ทีมเฉพาะกิจ เข้าช่วยพัฒนาแก้ไขปัญหา สร้างงาน สอนอบรม ร่วมกันพร้อมพัฒนาระบบ แลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน สร้างเมืองแห่งความหวังของผู้คน

Line True Money Facebook google ยอดโฆษณา จะหายไป ธนาคารยอดกู้ ยอดฝาก ดอกเบี้ยจะหดหาย มาอยู่ที่สหกรณ์ คืนเงินปันผลกลับไปทุกชุมชน ตลาดหุ้น จะไม่ฟู่ฟ่าเหมือนก่อน CPALLราคาจะตก หุ้นชาวบ้านโชว์ห่วยในอดีต จะกลับมาพร้อมระบบเครือข่ายทั่วประเทศ ผลงานของลูกหลานของเรา ที่มีความหวังและรอยยิ้ม ผู้คนไม่ต้องกังวลตกงาน เพราะจะไม่มีใครตกงาน แต่จะมาเข้าร่วมพัฒนาสมองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น เพราะยิ่งเก่งต้นทุนยิ่งลด เงินสะพัด กินอิ่ม นอนหลับ มีสติ ใช้สติ ปัญญาญาณก็ตามมา จิตสาธารณะก่อเกิด ต้นไม้ของพ่อ เติบโตยั่งยืน ผลิดอกออกผล อะไรจะมีความสุข ปานนี้ครับ… แค่คิดก็สุขใจแล้ว ผมนี่ตื่นเต้นจริงๆ หัวใจเต้นแรงเลย พ่อแม่ จะอยู่กับลูกมากขึ้น…. ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน… การพัฒนาและวิวัฒนาการของประเทศ จะล้ำไปไกลโดยไม่ต้องพึ่งทุนต่างชาติ ไม่ต้องพึ่งนายทุน… สมองฯ คือคำตอบแรกของประเทศ ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ เราไม่ใช่แค่บอกว่าอะไรจะเกิด ไม่ใช่แค่บอกให้รู้ งานนี่คือการเคลื่อนย้าย ดิน ลม ไฟ น้ำ ให้ตกทั่วฟ้าเมืองไทยครับ การต่อสู้สงครามครั้งสุดท้ายในครั้งนี้ ช่วงเวลานี้คือมีค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ เมื่อสำเร็จแล้วหันหลังกลับ ไม่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋า แต่เราจะไม่รู้สึกเสียดายชีวิตนี้ที่เกิดมา

แบงค์หนีตาย !

ดูจะรุนแรงเกินไปมั๊ยที่จะกล่าวหาว่าแบงค์หนีตาย !

แต่กระแสข่าวมันเยอะ  มันรุนแรงมาก ๆ  ที่สารพัดแบงค์ได้ขยับขับเคลื่อนจับมือกับคนนั้นที  คนนี้ที  ไม่ว่าจะแบงค์สีเขียว  แบงค์สีม่วง  แบ่งสีเหลืองน้ำตาล ในขณะที่หลายแบงค์ยังงก ๆ เงิ่น ๆ อยู่   แบงค์กสิกร  สีเขียว  จับมือกับ Grab Taxi , Line,  และแต่งตั้ง  เจ้าพ่อสตาร์ทอัพ  เป็น จนท ตำแหน่งใหญ่โตมโหฬาร  ก็ไม่รู้ว่าใครต้องพึ่งใคร

แบงค์สีม่วง  กวาดต้อน  developer เข้ามุ้ง   แบงค์กรุงศรีฯ  จับมือ  SIX Network  นี่ก็ไม่รู้ใครพึ่งใคร  ใครพึ่งเทคโนโลยีใคร  ใครพึ่งเงินใคร หรือจะพาล่มกันทั้งคู่เข้าทำนอง  “ผีจูงผี”

….

นานๆ ที่ผมจะแวะเข้าแบงค์ซะที   แต่ก็บ่อย  มากพอ  มากจน  จนท  แบงค์ จำได้และทักทายว่าพี่ขา  ทำงานอะไรที่ไหน  มาแบงค์บ่อยจัง   แวะมาซื้อ  กองทุนซะหน่อยมั๊ย  ไอ้ผมก็ตอบ  ผมนี่เป็นหนี้แบงค์ตรึม  พอแล้ว  ไว้ผมมีตังค์จะมาซื้อแบงค์ทีเดียวเลยจะดีกว่า  555  ไม่ขำซิครับ    จนครั้งต่อ ๆ มา  ผมก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับ  จนท แบงค์อย่างสนิทสนม   เป็นเวลาพอสมควร (ผมคงต้องไปซื้อกองทุนตอบแทนซะหน่อย)  เธอถามว่า  พี่ค่ะ   แบงค์จะแย่มั๊ยคะ   จะตกงานกันเยอะมั๊ยนี่  เห็นเขาประกาศปิดสาขากัน

ผมก็ตอบซิครับ  แบบไม่ต้องเกรงใจเลย  ตกงานแน่ !!

อ้าว  แล้วนี่หนูจะต้องทำอย่างไร   และเด็กรุ่นใหม่จะต้องเรียนอะไร   ผมตอบ  เรียนวิชา  ศีลธรรม  ศึกษาพุทธศาสนา  หรือ  ศาสนาอะไรก็แล้วแต่  และศึกษาคำว่า  หลัก  แก่น  ของคำว่า  “สติ”   …  เธอก็งงซิครับ ว่าพี่บ้าไปแล้ว  นี่มันยุคไอที  ดิจิทัล  ตู่ 4.0   จะให้ไปเรียน  ศีลธรรม  มาตั้งสตินี่อะนะ  ผมแถมบอกเธอให้อีกหน่อยว่า  “พอเพียง”  งัย  ในหลวงสอนไว้  “สติ”  ที่จะตื่นรู้ว่าต้องพอเพียง  “ไร้หนี้ก่อน”  แล้วค่อย ๆ คิดอ่าน  เดี่ยวก็ดีขึ้น  “มีเงินออม”    ผมบอกต่อ  ไอทีและแอพอะไรแบบนั้นพวกผมก็ทำ   นี่งัยเวบไซต์ผม  แอพผม  เยอะแยะ  ทำมันทั่วไทยเลย

ผมถามว่า  แอพอะไรที่คนต้องเปิดทุกเช้า  แล้วไอ้แอพนั่น  มันคืนตังก์ให้เรามั๊ย  แล้วไอ้แอพพวกนั้น  มันจ่ายภาษีให้ลุงตู่มั๊ย ( 20  ธค 2561  ยังไม่เห็นคืนความสุขมาเลย)  ก็ไม่อีกนะแหละ  แล้วจะดีมั๊ยถ้าเรามีแอพหลายๆ ตัวให้คนใช้กันอย่างไม่มอมเมา  ได้ประโยชน์และได้เงินคืน

ห๊ะ  มีด้วยหรือพี่    …..  ก็มีซิครับ  นี่่งัย  สมองไทยแลนด์งัย  ไอ้พวกนี้มันบ้า  บ้าไปแล้ว

ตรรกะของแบงค์  คือ  หาเงิน  ดูดเงินจากประชาชน  ที่ทุก ๆ แพกเกจ  ทุก ๆ เคมเปญ  ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่  พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา  คือ  พูดดีไป สารพัด จะบอกว่าแบงค์ขะขยายอย่างนั้นอย่างนี้  แบงค์จะใช้ big data มาใช้เพื่อ  เพื่อบริการให้เงินกู้แก่ประชาชน  พ่อง !  ลงท้ายก็คือ  รายได้และความอยู่รอดของแบงค์   

อะไรบ้างละที่คุณแบงค์คิดจะคืนสู่สังคม   ผมพูดมากก็เจ็บขอ  ปวดนิ้ว  บอกไบ้ไว้แค่นี้ก็พอ  ว่าแบงค์ควรจะทำอย่างไร

ถึงคราวแล้วที่แบงค์ต้องหนีตาย  ปืดสาขา  ลด ค่าใช้จ่าย  ให้เร็วที่สุด   การปล่อยสินเชื่อในยุคหน้าจะเป็นเรื่องของ  Crypto currency  ที่เกิดจากความเชื่อมั่น  เชื่อในคุณค่าของการให้บริการ  เชื่อในสิ่งที่ดี   เชื่อในสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนในสังคมนี้ดีขึ้น

สมองไทยแลนด์งัยครับ  สมองเวนเจอร์  สมองซอฟต์แวร์   เรานำเสนอทางออกให้สังคม  ด้วยสารพัดแพลตฟอร์ม  แพลตฟอร์มเพื่อความสุขของประชาชน 

แพลตฟอร์มเพื่อนักเรียน  แพลตฟอร์มเพื่อการสาธารณสุข  แพลตฟอร์มเพื่อเกษตรกร  แพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจ  แพลตฟอร์มที่จะสร้างรายได้ให้นักพัฒนา  สร้างรายได้ให้ประชาชน  ให้ประชาชนเข้าถึงและมีชีวิตเป็นของตนเอง  ให้ชีวิตไร้หนี้  มีความสุข

ม้าศึก  12 ราศี  คือการประกาศสงครามไอทีครั้งสุดท้าย  ที่จะเป็นการระดมเอาเครือข่ายนักพัฒนา  ร่วมมือ  ร่วมใจกันพลิกแผ่นฟ้า  สร้างทางออกให้ประเทศ  แทนรัฐบาลที่ไร้ทางออก   

ถึงเวลาที่นักพัฒนา  ต้องทำความเข้าใจคำว่า  “สติ”   “สติดิจิทัล”  สติของคนดิจิทัล  สตินักพัฒนา  ค้นหาตัวเอง  หรือจะให้เราช่วยบอก

มาเถอะครับ  มาติดตาม  ทำความเข้าใจเรากันให้ลึกซึ้งกว่านี้  ติดตามเราได้หลากหลายช่องทาง   

เราเป็นใคร  เราเป็นทีม  นักพัฒนางานระดับแพลตฟอร์ม  เรามีเทคโนโลยี  เรามีคน  เรามีเทคนิคการพัฒนา  ที่คุณต้องอึ้ง  อึ้งว่าเรามี เทคโนโลยีอะไรที่จะรองรับผู้ใช้ได้  ดีเทียบเท่าแบงค์ที่ลงทุนไปนับหมื่นล้าน  

พูดไปก็หาว่าโม้  ขวนมาลงทุนทำบุญเพื่อชาติ  ก็ว่าไหนขอดูของก่อน

ไม่ทันแล้วคุณเอ้ย  หากคุณคิดจะลงทุนแบบเห็นของก่อน   เราขายแพงนะ   ลองทักมาคุยกัน  ไม่แน่จริง  เราไม่แกว่งเท้าหาเซียน แน่นอน

บอกตามตรง  แล้วคุณจะรักเรา  ไปจนวันตาย

“เลิกทาสไอที สงครามครั้งสุดท้าย”

หลาย ๆ บทความที่ผ่านมา  ที่เราพาท่านเริ่มต้นและจบลงเหมือนจะกลั้นหายใจแล้วกระโดดหน้าผาดิ่งพสุธาอะไรประมาณนั้น  แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันขยี้ตาเบา ๆ  เอ๊ะนี่ฝันไป  และดูๆ เหมือนจะไปไม่ถึงสวรรค์ซักกะที

มีผู้ติดตามอ่านบางท่านติชมเราแรงส์ๆ  ว่า  ทำไมมันเยิ่นเย้อ  ไม่ไคลแม็กซ์  ซะที  ฝันลมๆ แล้ง ๆ ตลอด จะลงทุนด้วยก็ไม่กล้า

ใช่ครับ  เราไม่รีบร้อนเรื่องเงิน  และเพราะความจริงที่พวกเราได้ค่อย ๆ ถ่ายทอดออกมานั้น  เพราะมันไม่ใช่ฝันที่เราจะเดินทางไปสู่ฝั่งได้ในพริบตา

เพราะ  ในชีวิตจริง  ธุรกิจจริง ๆ  ไม่มีความสำเร็จใด ๆ ที่จะได้มาโดยบังเอิญเลย  ล้วนต้องเจ็บปวด  ต้องอาศัยปัจจัย  ความพยาบามและความพร้อมต่าง ๆ มากมาย

แม้นสถาปนิกเก่ง ๆ ยังต้องใช้เวลา  ต้องการบรรยากาศในการบิวท์อารมณ์ ก่อนจะสร้างผลงานดีๆ ออกมา  และยังต้องใช้เวลาอีกพอควรแม้นว่าจะตกผลึกความคิดไอเดียปิ๊ง ๆ เพื่อประดิษฐ์งานชิ้นเอกได้แล้ว

“5G”  คือ  จุดเริ่มต้นของยุคดิจิทัลใหม่อย่างสมบูรณ์ที่สุด  กล่าวคือ  ความเร็วและประสิทธิภาพ  จะช่วยให้งานใหญ่ๆ ยาก ๆ  บรรจุและติดตั้งปฏิบัติการได้สำเร็จในเครื่องอิเลกทรอนิกส์เล็ก ๆ  และจะเป็นสิ่งเสริมให้งานแอพพลิเคชั่นในระดับแพลตฟอร์มเกิดขึ้นได้อย่างมีความเชื่อมั่น  เติบโตรวดเร็วและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

งานของสมองไทยแลนด์  ได้ก้าวเดินมายาวนาน  มีร่องรอย  มีการออกแบบ  สร้างสิ่งแวดล้อม  ปัจจัยที่จำเป็นไว้ก่อนอย่างพร้อมสรรพ  ผมยกตัวอย่างเช่นว่า ในการสร้างแพลตฟอร์ม 1 ระบบ จำเป็นจะต้องมีพื้นที่สำหรับเฟสการเดินเรื่องต่าง ๆ กัน เช่น

  • การเตรียมพื้นที่ออนไลน์เวบไซต์ทำงานสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่จะเป็นคู่มือการผลิต (ที่จะต้องรองรับนักพัฒนาจำนวนมาก  มาทำงานต่อเนื่องการรุ่นต่อรุ่น เป็นเวอร์ชั่น  ที่ยากที่ใครจะจดจำไว้ในสมอง  และนี่คือมาตรฐานการทำงาน)
  • เราเตรียมเวบไซต์คู่มือออนไลน์สำหรับผู้ใช้งานเหมือนแพลตฟอร์มระดับโลกทั้งสอง  และจะเป็นทางเข้าสำหรับเวบแอพพลิเคชั่น
  • และเราเตรียมเวบไซต์ออนไลน์สำหรับผู้ดูแลแพลตฟอร์ม  ซึ่งหมายถึง  ลูกค้า องค์กร  ที่จะมาบริหารธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่ร้องขอให้พัฒนาต่อยอดในอนาคต

ในด้านเทคนิคการพัฒนาแพลตฟอร์ม  เรามุ่งเน้นไปที่การออกแบบโครงสร้างและโมเดลทางธุรกิจมากกว่าการลงมือพัฒนาโค้ด  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีโซลูชั่นเรื่องโค้ดอย่างชัดเจน  และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการจะสร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้กับลูกค้าระดับเจ้าของแพลตฟอร์ม (Platform Operator) ที่จะต้องบริหารธุรกิจเชิงปฏิบัติการหรือ Operation Management   ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกันกับซอฟต์แวร์  และประสพความสำเร็จอย่างแท้จริง

การออกแบบแพลตฟอร์ม  จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างฐานข้อมูลหลายระดับ  ทั้งความลึก  ความกว้าง  ที่มีความเป็น Microservices และรองรับ  Blockchain  พร้อมการเข้าออกประตูระบบด้วย API  อีกชั้นหนึ่ง

เหล่านี้คือ  สิ่งที่ผู้ให้บริการพัฒนาระบบทั่วไปไม่ได้คิดไปถึง   เพราะระบบเหล่านั้นเป็นเพียงระบบขนาดเล็ก  ไม่มีบูรณาการกับระบบอื่น ๆ  หรือจะเรียกว่าระบบไม่มีการเจริญเติบโต หรือจะเรียกว่า  “ไม้ล้มลุก”  ก็ได้

หลาย ๆ StartUp ที่ไปต่อไม่ได้  เพราะไม่มี Dev หรือหมดตัวกับการเริ่มต้น Dev-Ops  หรือ  Scale ไม่ได้  หรือหาคนร่วมลงทุนจริง ๆ ไม่ได้  เพราะโมเดลธุรกิจมันไม่ใช่ตั้งแต่ต้น

หลาย ๆ StartUp ที่ฟังดูดี  แต่เหมือนจะมีการระดมทุนอยู่บ่อย ๆ  ประมาณว่าทำเพื่อขาย  หรือไม่ก็มีผลประกอบการที่ไม่สวยงาม  ผมว่าคนจะลงทุนซื้อเขาก็ไม่โง่นะ   จึงเข้าทำนองว่าทำได้แค่แหกตาชาวบ้าน  ปลุกกระแส StartUp ให้แตกตื่น  จบลงตรงที่  ใครมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นแถมหมดตูดอีกตะหาก

ดูเหมือนจะมืดมน  หมดหนทางจริง ๆ  ที่จะให้  Tech StartUp ของไทยเดินไปได้

Tech StartUp ของไทยจึงยังต้องเป็นลูกมือ  เป็น “ทาสไอที”  “ทาสเครื่องมือ”  “ทาส  ดิจิทัล”  ไปอีกยาวนาน

บทความนี้ผมเขียนขึ้นเนื่องในโอกาส  วันสำคัญ  วันปิยะมหาราช   พระมหากษัตริย์  ผู้ทรงบุกเบิกและพัฒนาระบบสื่อสาร  คมนาคม  เทคโนโลยีต่าง ๆ ของไทย  และทรงเป็นผู้ประกาศปลดเปลื้อง ระบบทาสไว้ในสมัยของพระองค์

วันนี้  “เราจะเลิกเป็นทาสไอทีกันอย่างไร”   หรืออย่างน้อย  เราจะแข่งขันกับชาวโลกได้อย่างไร

ทาสไอทีฟังดูเป็น “วาทะกรรมดิจิทัล”  อีกแล้ว   ผมคิดออกเมื่อวันวานนี้นี่เอง  แต่จะแก้ออกอย่างไรนี่ซิท้าทายกว่า

แต่ผมกล้าพูดว่า  อย่างน้อยเราจะทำให้คนไทย และชาวโลกได้เห็นว่า  เรามี  “สติตื่นรู้   สติดิจิทัล”  แล้ว  และสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ  ผมมีภาพสวยๆ จาก Internet  มาแชร์  เขาว่าด้วยรูปแบบของ  Blockchain  ที่นำมาใช้กับการ  Tracking สินทรัพย์  ในแวดวง  Fintech

และอีกภาพคือ  สถาปัตยกรรม  การออกแบบโครงสร้างงาน  และฐานข้อมูลทั้งทางกว้างและทางลึก  และความเหมือนที่เข้ากันได้ (Applicability)  กับเรื่อง  Blockchain

ลองพิจารณาดูนะครับว่า  ในทุก ๆ ระบบงาน  มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างไร  และมีสิ่งที่ต่างกันอย่างไร

หรืออาจจะลองคิดดูว่า  ร้านค้าธุรกิจต่าง ๆ ที่แตกต่างกันที่หน้าร้าน  แต่ระบบจัดการภายในเหมือนกันอย่างไร

นี่แหละครับตัวอย่างสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม   ที่พร้อมจะ “แปลงกายสยายปีก”  โดยมีคุณสมบัติพันธุกรรมเดียวกัน  พร้อมเติบโตและแข็งแรงปลอดภัย

…..  ดูเหมือนบทความนี้จะจบลงแค่การขายฝันอีกครั้ง

ปล่าวเลยครับ  นี่เป็นการแง้ม  การปล่อยข่าว  การประกาศตัวสงครามไอทีครั้งสุดท้ายต่างหาก  ที่จะต้องไม่ผิดพลาด  แต่จะเดินหน้าสำเร็จเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนจริง ๆ พร้อมๆ ไปกับการสร้างงานนับแสนนับล้านตำแหน่ง  และอาจจะเป็นการประกาศเลิกทาสไอทีกันเลยทีเดียว  เหลือจากนั้นก็เป็นความสมัครใจของผู้คนเอง  ว่าจะเป็นอยู่อย่างนี้สืบไป  หรือจะปลดเปลื้องพันธนาการ  แล้วเดินหน้าด้วยจินตนาการที่เสริมพลังด้วย  Samong Platform  & iSTEE Framework

นับถอยหลังหลักเดือนเท่านั้น  กับ ปรากฏการณ์   “เลิกทาสไอที  สงครามครั้งสุดท้าย”

โอกาสการร่วมเดินทางมีได้หลากหลาย  ทั้งการเป็นนักพัฒนาร่วมฯ   นักลงทุน  ผู้ถือหุ้น  และเจ้าของแพลตฟอร์มที่ออกแบบเติมสีตีเส้นตามใจของท่าน  

กดไลก์  กดเพจ  กดแชร์  รอๆ กันได้เลยครับ

เจอกันในบทความหน้านะครับ  ขอบคุณครับ

สติดิจิทัล (Mindfulness Digital Technology)

ในโลกใบเดิม  … ที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลได้พัฒนารวดเร็วแซงหน้าการหมุนของโลก  จนแทบจะหลุดพ้นไปสู่อีกจักรวาลแบบไม่มีวันหวนกลับ  มนุษย์ยังคงเป็นสัตว์โลกสายพันธุ์เดิมเพียงสายพันธุ์เดียว  ที่สร้างนวัตกรรมป่วนโลกได้มากที่สุด   แต่มีมนุษย์เพียงไม่กี่ชนชาติที่เป็นผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างแท้จริง

ความเร็วของเทคโนโลยีการสื่อสาร (Speed of Communication)  ความล้ำของเทคโนโลยีการคิดคำนวณ (Computing & Processing Technology)  และขนาดของอุปกรณ์โปรเซสเซอร์ที่เล็กลงตรงกันข้ามกับความสามารถที่เพิ่มขึ้น  ช่องว่างของระดับชั้นเทคโนโลยีของชนชาติชั้นนำกับชนชาติผู้ตามที่เปิดกว้างและจะค่อยๆ ถ่างมากขึ้นจน  “ผู้นำมองไม่เห็นผู้ตาม”  จนผู้ตาม “หลงตน” นึกว่าเดินนำหน้าอยู่อย่างลำพัง  พร้อมกับการประกาศ  ประเทศ…. นี้ มีพละกำลังมากพอที่จะเดินไปสู่ 4.0  

ผมหมายถึง   ประเทศของเราก็อินเทรนด์ไม่น้อยที่จะพูดจาภาษาโลก  แต่ในกะโหลกของชนชั้นนำในชาติกลับไม่มีอะไร  มีแต่เชื้อร้ายที่ยังไม่มีตัวยารักษา

“วาทะกรรมดิจิทัล”  เช่น  บล็อกเชน (Blockchain)  ระบบอัจฉริยะ “ปัญญาประดิษฐ์” Artificial Intelligence (AI)  ที่พูดกันมาก  ได้ยินกันบ่อยและอีกนาม  Robotic Process Automation  หรือ RPA ที่คำนี้ถูกพูดถึงกันเพียงในวงแคบๆ เท่านั้น

รวมไปถึง  Enterprise Architecture  Machine learning, Deep learning Digital Transformation  และ  Digital Government  ที่เป็นอีก  “กระบวนวาทะกรรมดิจิทัล”  เป็นคำศัพท์ให้นักวิชาการได้ท่องจำ  แต่กลับยังไม่มีปรากฏการณ์ที่เป็นรูปเป็นร่างมากนักใน “ประเทศผู้นำส่วนหลัง” แห่งนี้  แต่ก็ใช้เป็น “คำ” ทำมาหากิน  ใช้จัดสรรงบประมาณกันอย่างสนุกมือ

อะไรที่กำลังจะมาพลิกผัน  และล้มล้างการดำรงชีวิตและวิธีการทำงาน  การบริหารงานแบบเดิม ๆ และจะมีผลอย่างไร ? 

ดิจิทัล  เงินดิจิทัล (Crypto currency)  บล็อกเชน (Blockchain)  Artificial Intelligence (AI)  การเชื่อมโยงของสรรพสิ่ง (Internet of Things : IOT)  ทั้งหมดทั้งหลาย  ผสมรวมกันเป็นเนื้อเดียว  วนรอบซ้ำๆ ในการพัฒนาและใช้งาน (Dev-Ops Process)  จนแยกแยะก่อนหลังไม่ได้  จนกลายเป็นนวัตกรรมชิ้นใหม่  “AI ซ้อน AI”  ที่ยากจะจินตนาการถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง  และยากที่จะยับยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น

 

 

แต่ทราบหรือไม่ว่า ในขณะที่ท่านกำลังเลื่อนหน้า News Feed ในเฟสบุค  หรือแอพพลิเคชั่นในโซเชียลต่าง ๆ นั้น   มี  AI บางตัวกำลังทำงานอยู่ตรงหน้าท่าน   

การเมือง  การทหารได้ล้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้เล่น  AI  

 

 

 

 

RPA  คือ Robot ที่มองไม่เห็นตัว  แต่มันคือ  “Digital Processing Robot”  ที่จะแปลงกระบวนการการทำงานที่เกิดซ้ำๆ  ในทุกๆ กระบวนธุรกิจให้เป็นงานที่สำเร็จ  ปิดงานจบได้โดยอัตโมมัติ  เช่น  กระบวนการทำงานของธนาคารที่เคยใช้พนักงานจำนวนมาก    กลับเป็นการใช้พนักงานน้อยลงในขณะที่ขนาดของธุรกรรมการเงินกลับโตขึ้นอย่างมหาศาล  และดำเนินการจบกระบวนการได้อย่างรวดเร็ว  เช่น  การอนมุติสินเชื่อ  ที่ดำเนินการอัตโนมัติ   เพราะระบบมีชุดข้อมูลของลูกค้าอย่างมากเพียงพอแล้ว  ระบบทำงานด้วยซอฟต์แวร์  และโปรแกรมการเรียนรู้การทำงานของคน  จนมันสามารถทำงานนั้น ๆ ได้

การวิเคราะห์  การตัดสินใจ  เดิมที่เป็นการแข่งขันระหว่าง “คน”  ความเชี่ยวชาญ  ความฉลาด  มุมมอง  ของนักธุรกิจ  นักลงทุน  เช่น  การซื้อขายหุ้น  ไม่ผิดที่ในวันนี้จะพูดว่า  นักเลงหุ้นตัวน้อย ๆ กำลังคำนวณโอกาสการทำเงินแข่งกับซอฟต์แวรฺอัจฉริยะของนักเลงหุ้นขาใหญ่   แปลว่า  แมงเม่าจะทยอยตายตามกันไป  การทำเงินจากการเก็งกำไรจะยากขึ้น  การสร้างรายได้จากการเคลื่อนย้ายการส่งมอบบริการจริง ๆ  จะมีความยั่งยืนและแน่นอนกว่า  และแน่นอนการแข่งขันจะทำให้มันยากขึ้น

การแข่งขันของทุนธนาคาร  ที่หันมาแตกไลน์ธุรกิจใหม่  การสร้างทีมเทคโนโลยีของตนเอง  หรือการเกิด Corporate Veture Capaital (CVC)  เพื่อสนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีเพื่อนำองค์กรหนีไปสู่ที่ยืน  หรือสนามแข่งแห่งใหม่   คือ  การเกิด “สติ” ของทุนเหล่านั้น  เพื่อต่อลมหายใจ

ไม่ห่างไกลจากความจริงมากนักหากจะกล่าวอีกว่า  “ผืนดินบนโลกใบนี้แม้นจะกว้างใหญ่เพียงพอ  แต่แทบจะไม่มีที่ยืนสำหรับชนชาติที่ล้าหลังทางความคิด”

การไม่ฉลาดคิด  การไม่คิดนอกกรอบ  การไม่ส่งเสริม  การไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง  คือ การยืนยันและยอมรับความพ่ายแพ้ของชนชาติโดยปริยาย  ที่รายได้  เศรษฐกิจ  และความเป็นอยู่ของประชาในชาติจะถดถอย  ที่จะใช้ที่ยืนเป็นหลุมฝังศพแบบตายทั้งเป็น

ในบรรยากาศของความปั่นป่วนของดิจิทัล (Digital Disruption) เช่นนี้  เราจึงอยากจะขอปลุก  ปลุกสำนึก  ปลุกสติ  “สติดิจิทัล”  ของประเทศนี้  แต่มันคืออะไร ?

  • สติดิจิทัล  ความหมายแรก  คือ  สำนึก  หรือตื่นรู้ในทิศทางของเทคโนโลยีปัจจุบันและอนาคต  เพื่อเดินไปในทิศที่ถูกต้อง
    • สำหรับนักพัฒนา  หมายถึง  การเกิดสำนึกตื่นรู้ว่า  ทิศทางที่ถูกต้องที่ควรจะเดินไปอย่างปลอดภัยและประสพความสำเร็จคืออะไร  หมายถึง  การเลือกที่จะศึกษาเจาะลึกสร้างเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับอนาคต
    • สำหรับผู้บริหารประเทศ  หมายถึง  การเกิดสำนึกตื่นรู้ว่า  จะให้การสนับสนุนการพัฒนา  จะสร้างสิ่งแวดล้อมทางนวัตกรรม (Ecosystem) อย่างไร  และยังหมายความไปถึง  “ยุทธศาสตร์ข้ามชาติ”  มากกว่า  “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี”   
  • สติดิจิทัล  ในความหมายที่สอง  คือ  วัตถุประสงค์แห่งงานนวัตกรรม  เทคโนโลยี  ที่ผู้สร้างได้ถ่ายทอดลงในผลงาน  เช่น  นักสร้างเกมส์  สร้างความสนุกตื่นเต้นและจินตนาการลงในเกมส์   นักสร้างแอพบริการ  สร้างความสะดวกในการใช้บริการ   นักสร้างระบบชำระเงิน  หวังสร้างความสะดวกในการชำระเงินแลกกับรายได้ในรูปแบบต่าง ๆ  แต่น่าเสียดายที่เราไม่สามารถมองหาแอพพลิเคชั่นที่สร้างความสำนึก  ความตื่นรู้  สร้างการวางแผนในการมีชีวิต  สร้างนิสัยการออม  สร้างแนวคิดการก้าวเดินอย่างมั่นคงและปลอดหนี้

และน่าเสียดายที่เราจะไม่สามารถมองเห็นแอพพลิเคชั่นหรือ  แพลตฟอร์ม  ที่มีการเชื่อมโยง  ที่มีพัฒนาการยั่งยืน

และน่าเสียดายที่เราจะไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาจากสมองคนไทย  ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลไทย

 

 

 

 

 

  • สติดิจิทัล  ในความหมายที่สาม  คือ  แอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์ม (Application Platform) หรือ  แอพพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงหลากหลายแพลตฟอร์ม (Multiple Platform Application)  ที่มีระบบเครือข่ายเส้นประสาท (Neural  Network System)  มีระบบเฝ้าติดตามและควบคุม (Monitoring & Control System)  คือ  ระบบแอพพลิเคชั่นอัจฉริยะ  ที่ทำงาน 24 ชั่วโมง  ปกป้องความเป็นส่วนตัว  ปกป้ององค์กร  ช่วยบริหารงานองค์กร   และมีฟังก์ชั่นหลากหลายแตกหน่อไปตามเจตนาของนักพัฒนา  ที่ทำงานอยู่บนแนวความคิดที่ถูกต้อง และพร้อมขยายสายพันธุ์ความล้ำเลิศ  พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม  เพื่อไล่ปิดช่องว่างทางเทคโนโลยี  และไม่เป็นผู้ตามอยู่เพียงลำพัง

การมีสติดิจิทัล  จึงมีความสำคัญ  ที่จะต้องรู้ทัน  รู้ลึก  และรู้ไปไกลในวันข้างหน้า   เพื่อการสร้างความอยู่รอด  ความมั่นคง  ปลอดภัย  ไม่ต่างไปจากการที่คนต้องมีสติสัมปชัญญะ

สมองไทยแลนด์   ในบทบาทผู้นำแห่ง  “สติดิจิทัล”  ในทุกๆ ความหมายและพร้อมนำเสนอ  “Samong.AI”  คือ  “Mindfullness Digital technology” หรือ  กระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีสติ  ที่จุดหมายมีนักรบ  มีระบบอัจฉริยะรองรับการพัฒนางาน  และสุดยอดที่สุดที่จะยืนยันความมหัศจรรย์เหล่านั้นคือ  เรามีสติ  เรามีเครื่องมือที่ดีพอจะสร้างดิจิทัลแห่งอนาคตขึ้นมา  และพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันกับเครือข่าย  กับการให้บริการแพลตฟอร์มอย่างกว้างขวาง