Back to the future of : Digital Transformation

ที่มาของการเขียนบทความนี้มาจาก 2 เรื่องครับ   คือ  จากบทความ ความล้มเหลวของ Start Up และ เรื่อง  Digital Transformation

อะไร  คือ  หัวใจของความสำเร็จในยุคที่เรามีเทคโนโลยีที่รวดเร็วมาก ๆ ?  ที่ทำให้การสื่อสารแบบข้ามโลกเกิดขึ้นได้ในพริบตา  ดวงอาทิตย์ และพระจันทร์ต่างหากที่หมุนตามไม่ทันจริงๆ

จากบทความ  ความล้มเหลวของสตาร์ทอัพนั้น  ผู้เขียนได้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการปรับตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทำได้ดีกว่า  กับพฤติกรรมและทัศนติของสตาร์ทอัพจำนวนหนึ่งที่ช้ากว่า “เต่ากับกระต่าย”

เพราะความได้เปรียบด้านเงินทุนของธุรกิจเดิมๆ แต่มีเงินทุนขนาดใหญ่  จึงได้พยายามหนีจากจุดยืนเดิมไปสู่จุดใหม่ได้ง่ายกว่า  ภายใต้การลงทุนทางเทคโนโลยีที่เหมาะสม

การสร้าง CVC เพื่อเฟ้นหาเทคโนโลยีมาปรับธุรกิจของตนเองทำให้หลายๆ องค์กรหนีพ้นไปจากความเสี่ยง Disruption ไปได้  ในขณะที่ สตาร์ทอัพจำนวนมากยังคง “ติดกับ”  กับการปั้้นธุรกิจเพื่อขาย   โดยพยายามสร้าง Transaction ที่ให้ผลตอบแทนต่ำติดดิน (แน่นอนครับ  ก็พอมีสตาร์ทอัพบางรายที่ฝ่าวิกฤติไปได้)

มีกลุ่มไอทีเทคโนโลยีไม่มากนัก  ที่ไม่หลงไปกับกระแสสตาร์ทอัพ  ที่พยายามสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองด้วยรูปแบบที่แตกต่างที่มุ่งสร้างรายได้อย่างจริงจังจากเทคโนโลยีในรูปแบบที่ตัวเองถนัดและลงลึกไปในแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป”  มากกว่าการคิดก้าวกระโดดแบบ  “ไร้พลัง และภูมิคุ้มกันต่ำ”

เทคโนโลยี  หรือ  อะไรกันแน่ที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่ง  สร้างความสามารถในการแข่งขันให้ธุรกิจไปต่อได้ ?  ธุรกิจจำเป็นต้องเลือกองค์ประกอบให้ถูกต้อง

  • Business Model
  • Technology Solution
  • Corporate behavior

Business Model กล่าวคือ  การเลือกธุรกิจ  ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ใช่  วิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่มีความแม่นยำสูง และฝีมือการบริหารที่ยอดเยี่ยม

Technology Solutions  หรือ  เครื่องมือที่จะเข้ามาสนับสนุน Business Model และ Corporate Behavior

ในขณะที่  Corporate behavior  คือ สิ่งสำคัญ ไม่แพ้กัน  และมันคือ  วัฒนธรรมหรือรูปแบบการทำงาน  workflow ขององค์กร  จะแบบไทยๆ หรือแบบฝรั่ง

ผมจะนำเสนอรูปแบบการทำงาน 4 Model  คือ

  • Compartmentalization
  • Multiuser
  • Sharing และ
  • Collaboration

Compartmentalization  คือ  การที่ต่างคนต่าทำ  อยู่กันคนละกล่อง  ไม่ต้องถามว่า  จุดจบจะจบอย่างไร

Multiuser ในวงการ ไอที  ก็เช่นการรุมเข้าไปใช้แอพ หรือ  เวบไซต์ออนไลน์  ในแบบที่ต่างคนต่างใช้  คนละ session  หรือการที่ต่างคนต่างเข้าไปเปิดไฟล์ใน  shared drive ที่เปิดได้ไม่พร้อมกันบ้าง  หรือพร้อมกันบ้างในโปรแกรมสมัยใหม่

ส่วน Sharing เสมือนกับการแบ่งปัน สิ่งที่คนใดคนหนึ่งทำ  โดยอีกคนอาจจะคอมเม้นท์ได้ แต่ไม่ได้มีส่วนในการปรับแต่งให้ตอบโจทย์

ผลลัพธ์ของวัฒนธรรมการทำงานทั้ง 3 แบบที่ผ่านมา  จึงไม่ใช่เรื่องสุดยอดที่จะทำให้องค์กรธุรกิจแข่งขันได้  เป็นเพียงแค่ “me too” หรือทำตามๆ กันไป

Collabortion  คือการทำงานร่วมกันในงานเดียวกัน  ที่จำเป็นต้องทำหลายคนและทำไปพร้อมๆ กัน  ที่จะได้ทั้งความสร้างสรรที่หลากหลาย  ประสิทธิภาพด้านความเร็ว  และความตื่นตัว  การเรียนรู้ไปพร้อมกัน  ที่จะทวีคูณพลังของทีมไปแบบ  Utlimate’y Team Perforamance

Collabaoration  ไม่ใช่สิ่งใหม่  แต่มันคือ “Teamwork” เดิมๆ  ที่มีมาแต่ไหนแต่ไร  ที่พูดกันในทุกชาติทุกภาษา  แต่การทำงานร่วมกันในรูปแบบนี้  เกิดขึ้นได้ยาก  หากมีความห่างไกลกันทางภูมิศาสตร์

Teamwork และ Collaboration จึงเป็นภาษาและวัฒนธรรมของสากล

และ Digital Technology  คือ  สิ่งที่ทำให้  Collaboration แบบระยะทางไกลสุดขอบฟ้า  เกิดขึ้นได้ในพริบตา

Digital Transformation ที่แท้จริง  จึงหมายถึง  “การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานไปสู่รูปแบบ Collaboration โดยมีเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญ”  ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือโดยตรง  หรือเครื่องมือในการแปลง  การวิเคราะห์ข้อมูล

การทำ Digital Transformation  จึงไม่ใช่แค่เพียงการสรรหาคอมพิวเตอร์มาใช้ในอง์กร  หากแต่จะต้องส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมการทำงานในแบบ Collaboration ที่แท้จริง

การทำงานร่วมกันบน Google drive  คือ  ตัวอย่างที่ชัดเจนมากที่สุด  การแก้ไขสไลด์บนไฟล์เดียวกันไปหลายๆ คนพร้อมกัน  สะท้อนการประสานความคิด  การสร้าง Spread sheet พร้อมกันหลายคน  ให้แต่ละคนหยอดข้อมูลตัวแปรที่สำคัญไปพร้อมกัน  ในขณะที่ผู้บริหารเฝ้าดูผลการวิเคราะห์ไปแบบฉับพลัน  ในขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังนำเอาไฟล์ spread sheet ไปฝังลงไปในไฟล์สไลด์ที่จะต้องส่งให้ผู้บริหารสูงสุดนำเสนอในเช้าวันรุ่งขึ้น  ที่ผู้บริหารจะสามารถแชร์ผลลัพธ์ให้กับผู้เกี่ยวข้องได้รับชมได้ทำความเข้าใจก่อนการประชุม

การแชร์สิทธิ์การทำงานบนไดรก์ โดยผ่านกลไกการแชร์ผ่านอีเมล์  คือกลไกที่สุดแสนจะธรรมดาแต่ล้ำลึกในเรื่องประสิทธิผล  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังจึงเป็นเรื่องที่สุดยอด

การ  “Back to the Future” ของการทำงานแบบ Collaboration ผ่านเทคโนโลยี  จึงเป็นแก่นของ  “Digital Transformation” ที่แท้จริง

แนวคิดปรัชญาในการออกแบบวัฒนธรรมคือสิ่งสำคัญ  และการเลือกเครื่องมือเป็นเรื่องประกอบรองลงมา  ที่เหลือ  คือ “เปลือก”

ขอขอบคุณที่ติดตามครับ พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ

28 Feb 2020

5G กับทิศทางของ สมองไทยแลนด์

ข่าวคราวความคืบหน้าในการเปิดบริการ 5G ที่มีความเร็วจาก 4G อีกหลายเท่าตัว  คือตัวเร่งอัตราการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับชีวิตประจำวันและธุรกิจ

ไอโอที  เทคโนโลยีผสมผสานระหว่าง ฮารด์แวร์และซอฟต์แวร์  ก็จะยิ่งเข้ามามีส่วนในแวดวงได้เร็วขึ้น

ดิจิทัลแพลตฟอร์มขนาดใหญ่จะทำงานได้อย่างลื่นไหล  สะดวกสบายมากขึ้น

ภาคธุรกิจจะขยับตัวไปให้บริการ  โดยมีดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นสื่อกลางได้มากขึ้น

จึงกล่าวได้ว่า  แทบจะไม่มีธุรกิจใดที่จะอยู่รอดได้โดยไม่เข้าสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม

มันคืออะไร ?

มันคือ  ระบบรวมของแอพพลิเคชั่ขนาดใหญ่  ที่จะต้องรองรับการใช้บริการของผู้คนได้จำนวนมาก  ประสิทธิภาพดี  มีความปลอดภัย  มีประโยชน์  สร้างรายได้แก่ผู้เี่ยวข้อง  ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ

ความสำเร็จของธุรกิจจะเกิดขึ้นได้จึงต้องอาศัยความเป็นเลิศของ 2 อย่างเป็นขั้นต่ำคือ   การบริการที่เป็นเลิศ  และระบบแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพ  ต้นทุนต่ำปรับตัวตามเทคโนโลยีได้ทัน

จุดตัด  จุดความสำเร็จ  คือ  ดิจิทัลลแพลตฟอร์ม นั่นเอง

ความยากของดิจิทัลแพลตฟอร์ม  เริ่มตั้งแต่การคิด Business Model ที่ถูกต้อง  การพัฒนาด้วยต้นทุนที่เหมาะสม  การบำรุงรักษาที่ไม่เป็นภาระของผู้ลงทุน

เราจึงเห็นร้านค้าออนไลน์หลายเจ้าต้องปิดไป  เพราะเรื่องสมรรถนะของแพลตฟอร์มที่ตำ  หรือต้นทุนสูง  หรือการไม่มีคนดูแล  หรือการไม่มีเงินทุนบริหารแพลตฟอร์มให้ฝ่าช่วงฤดูมรสุมไปได้

ย่างปีที่ 4 ของสมอง(ไทยแลนด์)  ที่ปีนี้เราเปิดความสัมพันธ์  สร้างความร่วมมือกับหลายภาคธุรกิจ  อุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา  กำลังจะแสดงให้เห็นถึงพลังของเครื่องมือที่ได้สะสมมาอย่างยาวนาน

เราจะร่วมสร้างความสำเร็จแบบ Win Win Win แก่คู่ค้าและลูกค้าของเรา  ความร่วมมือ  การแลกเปลี่ยน  การถ่ายทอด  ที่พันธมิตรของเราจะต้องประทับใจ

บนข้อแม้ว่า  คุณก็ต้องใช่  กล้ามอง  กล้าตัดสิน  มีความเชื่อมันในวิสัยทัศน์ของเราแะของเขา

ขอบคุณความเชื่อ ความศรัทธาและความพยายามของเราและกองเชียร์  แฟนเพจ เวบไซต์ที่ติดตามกันทุกท่าน

ดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยคนไทย เพื่อคนไทย ก้าวไปด้วยกัน

ได้อ่านบทสัมภาษณ์บรรดา  Start Up แถวหน้า   ตามลิงก์   Techsauce

ที่ได้กรุณาเล่าถึงความเป็นมา  และก้าวต่อไปกับการที่จะ Scale อัพไปข้างหน้า

ขนาดเม็ดเงินของการลงทุน และผลตอบแทน  ที่ไม่ได้กล่าวถึง  แต่พอถอดใจความได้ว่า  ยังคงต้องเหนื่อยกันอีกนาน  เพื่อจะไปถึงคำว่า Unicorn

ในความเห็นส่วนตัว  เห็นว่า Line เท่านั้นที่ดูจะพอมีอนาคตสดใส

ในขณะที่รายอื่นๆ ที่ใช้หลักการเริ่มต้นที่บางอย่าง ให้สำเร็จ  หรือ จะ fail fast ก็แล้วแต่

จุดแตกต่างที่สำคัญของ Line  คือการวางเกมส์  มองอนาคตไว้ชัดเจนแม่นยำตั้งแต่เริ่มต้น  ตั้งแต่การให้ใช้ฟรี  ใช้ง่าย  ในแนวเดียวกับกูเกิลที่ให้ใช้ฟรีกันมานานนม

Line ได้กวาดเอาบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมหาศาล  พฤติกรรมการบริโภค  การจับจ่าย  การสื่อสาร  ที่ถูกรวบรวมผ่านทางเครื่องมือดิจิทัล

Line คงต้องมี  Dev มือดีจำนวนไม่น้อย  Line คงต้องมีซอฟต์แวร์ดีๆ มีการจัดการต้นทุนที่ดี  และพร้อมเดินหน้าทำเงินเมื่อมีโอกาสในขณะที่ผู็ใช้ในฐานะผู้บริโภคก็ยังคงสนุกกับการใช้ฟรีต่อไป

การตลาดแบบ  Win Win และมองขาดกันตั้งแต่วันแรก  คือ กลไกแห่งความสำเร็จอย่างแท้จริง

การเร่งเกิด  เร่งขาย  ก็ไม่ต่างกับการเร่งตาย  นั่นเอง

….

กระแส Disruption เที่ยวนี้ 2020  จะเป็นด่านวัดดวงจริง ๆ  ว่า  Start Up  แล้วจะไปไหน

โลกของดิจิทัล  มาถึงยุคของดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มตัวเสียที  ประสิทธิภาพดีไม่เพียงพอ  แต่ต้องต้นทุนการบริหารจัดการต่ำ  ไร้ความเสี่ยงในการพัฒนา  การ scale ต่อ

ลองมาดูแพลตฟอร์มธุรกิจของรายใหญ่กันบ้าง

ขอบคุณภาพจาก CPALL

ขอบคุณภาพจาก TESCO LOTUS

เป็นงัยกันบ้างครับ  การ Start Up ของคนรุ่นเก่า  ที่เดินหน้าอย่างรอบคอบ  วางฐานไว้รอบทิศ  ครบเครื่อง  เชื่อมต่อจุด  ได้อย่างสวยงาม   ที่วันนี้ก็ยกระดับเคลื่อนตัวไปสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มอย่างเต็มตัวเช่นกัน

…..

และวันนี้คุณรู้จัก   เครื่องมือการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม  “Samong Platform”  จากสมอง ไทยแลนด์  กันแล้วหรือยัง

ที่วันนี้ได้ขยายตัวลงไปสู่การพัฒนาในกิจกรรมสำคัญต่างๆ ในภาคธุรกิจ  การศึกษา  การเกษตร  และล่าสุด การเปิดตัวในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ  เมืองน่าอยู่ในภาคประชาชน

  • Thailand  คือ  Thailand 4.0  ที่เราจะต้องมีส่วนช่วยประเทศของเรา
  • Software คือ  Samong Software และ
  • Corporation  หมายถึง Samong Corporation

 

เครื่องมือที่สำคัญ  : ที่เรากล้าประกาศความพร้อมในการพัฒนาแพลตฟอร์ม  คือ iSTEE Framework  และสิ่งแวดล้อมการทำงานบน  Samong  Platform

มันคือ  เครื่องมือที่จะช่วยเป็นตัวเชื่อมระหว่างสองฝั่งให้เป็นจริง  ทำงานได้ลื่นไหล  ฝั่งหนึ่ง  ไม่ว่าจะเป็น

  • ฝั่งหน้าบ้าน  (Front End)   UX/UI หรือ field edge computing  ที่อาศัยการทำงานของ  Mobile, Cloud, IOT, Social Media, หรือ website,  ที่จะไปเชื่อมต่อเข้ากับระบบอีกฝั่งหนึ่ง 
  • ฝั่งหลังบ้าน  (Back End) คือ   Cloud  ฐานข้อมูล  Server  การสนับสนุนต่างๆ ในของทุกๆ ธุรกิจ

…..

  • เพราะโลกดิจิทัลเปลี่ยนรวดเร็ว.. เทคโนโลยีมุ่งไปสู่  Cloud Computing  ออกมาในรูปของ  SaaS
  • ระบบการสร้างฐานข้อมูลการค้า   เทคโนโลยี Big Data   ข้อมูลที่เป็นสินทรัพย์
  • เทคโนโลยี AI หรือประสบการณ์ ที่ถ่ายทอดไว้ในซอฟต์แวร์
  • คำถามคือ  เรา  ท่านจะปล่อยให้มันอยู่ในมือใคร?

แนวทาง :   จึงต้องพึ่งตนเองให้ได้ เพราะ ธุรกิจเติบโต แพลตฟอร์ม ระบบ ต้องเติบโตตาม ถ้าทีมงานลาออก  เปลี่ยนแปลงทีมงาน  คนรุ่นใหม่ที่ต้องหาประสบการณ์และความท้าทายใหม่   ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่   แต่ธุรกิจใด ๆ ต่างหากที่จะต้องเดินต่อ

ภาพทั้ง 3  จึงเป็นการบอกถึงการกำเนิดมาของพวกเรา  ว่าธรรมชาติของเรา   คือใคร มีภารกิจหน้าที่อะไร

มันคือภาพของบทบาท  หน้าที่  ที่เราจะเดินเคียงข้างคุณ ก้าวไปด้วยกันไปได้ไกล

เพิ่มความมั่นใจในธุรกิจของคุณด้วยบริการดิจิทัลแพลตฟอร์ม  จาก Samong Thailand  ซิครับ

ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต   ลงทุนแมน  Blockdit  และ  Crunchbase  CEO World

เมื่อ Samong และ iSTEE ก้าวสู่เวทีอาเชียน

วันนี้  17 สิงหาคม  2562  เวบไซต์  DIA  ได้ครบกำหนดประกาศผลการคัดเลือกการแข่งขัน หาตัวแทนภาคนักศึกษาและผู้ประกอบการ  ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิดภาครัฐ

หนึ่งใน  10 ทีม (รายการ DIA)  และ หนึ่งใน 20 ทีม (รายการ  AODC)  นั้น  มีชื่อ  โครงการ  G-SAMONG  สติดิจิทัล  ที่ส่งเข้าประกวดโดย  ทีมงานสมองไทยแลนด์  ในนาม  สมองซอฟต์แวร์   ที่รอฟังผลการประกาศ

เป็นขณะเวลาที่น่าตื่นเต้น  และภาคภูมิใจว่า  แนวคิด  ความลึกล้ำ  สิ่งที่เราเฝ้าพัฒนามาอย่างยาวนานและหาคนเข้าใจยากนั้น  ได้ผลิดอกออกผลระดับหนึ่งแล้ว  ขอบคุณที่กรรมการชุดนี้มองงานของเราได้ทะลุและเข้าใจแนวทางทั้งหมด  และให้ได้รับการคัดเลือกไปแข่งขันในประเภทในกำกับของ  Microsoft  โดยมีคู่แข่งคือ  ทีมจากต่างชาติอีก  3 ทีมที่ประกวดในประเภทนี้  และมีจำนวนทีมโดยรวมเพียง 10 ทีม  โดยการแข่งขันจะจบสิ้นลงประมาณปลายเดือน  กันยายน 2562  (ที่จะต้องรอความคืบหน้ากันต่อไป)

โดยในข้อเสนอ  นอกจากจะเป็นการอธิบายแนวคิด  และยกตัวอย่างงานที่เราพัฒนาไปแล้วนั้น  เรายังยกตัวอย่างและให้คำมั่นว่าเราจะทำการสร้างระบบที่เชื่อมต่อกับระบบ Opendata  ของรัฐได้เป็นจำนวน 10 ระบบในระยะเวลาอันสั้น  และจะเป็นสิ่งที่เราทำได้จริง  และจะมีขั้นตอนการประกวดใน DIA อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

iSTEE Middleware & Samong Platform  ที่คราวนี้เราหยิบเอาเครื่องมือมาพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง  ที่จะช่วยในการเชื่อมต่อกับ  Opendata เป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้น  จะช่วยให้รัฐลดภาระการพัฒนางาน  และประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

โครงการ  DIA, DGA  หรือ  สพร  นั้น  คือ  หนึ่งฟันเฟืองตัวใหญ่ในโครงการ  ยุทธศาตร์ชาติ  20  ปี

และนี่คือ  สิ่งที่เราเรียกว่า  ความภาคภูมิใจที่จะได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้รู้จักประเทศไทยว่า  เรามีการพัฒนา  Middleware  ที่มีมาตรฐานระดับสากลได้เอง  หนทางที่ผ่านมากได้พิสูจน์ความอดทนของเราต่อเสียงรอบด้าน  ว่าทำไมคุณไม่ผลิตแอพขายซะที  ทำอะไรมานานเกินไปแล้วหรือยัง

และเวลาได้หล่อหลอมให้เราแข็งแรง  ให้คนรอบข้างแข็งแกร่ง  และวันนี้เราจะเป็นแสงสว่างน้อยๆ ที่จุดนำทางการพัฒนาประเทศ  ด้วยดิจิทัล  เพื่อนำพาและเป็นกำลังใจ  ให้นักพัฒนาที่จะมาร่วมเครือข่ายงาน  พัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนกับเรา

ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ร่วมโครงการ  ขอบคุณผู้อุปถัมภ์   ขอบคุณ  สำนักงานทรงลักษณ์  ผู้สนับสนุนรายใหญ่  และผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกจำนวนหนึ่ง

ชัยชนะหรือไม่ในเวทีอาเชียน  ไม่ได้เป็นสาระมากนัก  แต่สำคัญที่สุด  คือการพิสูจน์แล้วว่า  ม้าศึก  มีชีวิตจริงๆ  ซอฟต์แวร์มีชีวิตจริง ๆ

ขอคารวะ ….

16/8/2562

 

 

 

เกษตรดิจิทัล ดูแล ปกป้อง เข้าใจเกษตรกร

ขอขอบคุณภาพจาก  https://www.challenge.org/resources/agriculture-trends-in-2019/

บทความที่แล้วเราได้นำเสนอการแปลบทความภาษาอังกฤษ  ที่ได้อธิบายถึงรูปแบบของอุตสาหกรรมอัจฉริยะ  ว่ามีองค์ประกอบเช่นไร  มีพัฒนาการอย่างไร  และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเกิดการรวมกันของเทคโนโลยี  IIOT,  AI, Robot, Machine learning  ที่มีตัวขับเคลื่อนสำคัญคือ  การสื่อสารความเร็วสูง  และขนาดของอุปกรณ์ IOT ประสิทธิภาพสูงในการประมวลผล  ในระดับราคาที่ผู้ประกอบการเป็นเป็นเจ้าของได้  จนทำให้เกิด  Digital Twin ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตมาแล้ว

วันนี้  และด้วยหลักการเดียวกัน เราจะนำเสนอ  Digital Twin ในภาคเกษตรกรรม  โดยที่มาของเรื่อง  คือ  การที่เราจะแสดงให้เห็นว่า   เรา  ดูแล  ปกป้อง  เข้าใจเกษตรกร  เกษตรกรรมได้ในรูปแบบไหน

พร้อมๆ กันนี้อยากให้ได้ชมสไลด์อันหนึ่ง  ที่โพสต์ออกมาในระยะ  2 – 3 ปีนี้  ว่าด้วยแนวคิด  Digital Twin  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  หรือว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันในการที่เราจะสร้าง  Digital Twin ในภาคการเกษตรกรรม

แรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกษตรกรต้องเดินทางไปถึงจุดนั้น  คือ  การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพผลิตภัณฑ์เกษตร  ที่จะต้องทำให้ผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมมีคุณภาพดี  สม่ำเสมอมีต้นทุนการต่ำลงให้สามารถแข่งขันได้   เทคโนโลยีจึงเป็นคำตอบสำหรับภาคเกษตรกรรมเช่นกัน

ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ก็จะเป็น  Enablers ให้กับการเกษตรอัจฉริยะ

  • การตรวจวัดสถานะสิ่งแวดล้อมของฟาร์ม  การติดตามการเติบโตของพืชผลด้วยไอโอที
  • การสื่อสาร  เก็บข้อมูล  และทำการวิเคราะห์เงื่อนไขการเจริญเติบโตของพืช
  • และการให้การบำรุงให้ปุ๋ยด้วย  โดรน  การขนส่งลำเลียงสินค้าด้วยระบบโลจิสติกส์  เหล่านี้คือ  Enablers  ของภาคเกษตรกรรม
  • เครื่องทุ่นแรงในการไถนา  ด้วยรถไร้คนขับ  เป็นต้น

Digital Twin  คือ  Virtual System  คือแพลตฟอร์มที่เกิดจากการพัฒนาสร้างเป็นระบบขนาน  ระบบจำลองของระบบเกษตรทางกายภาพ   มีตัวเซนเซอร์ไอโอที  ช่วยวัดและสร้างข้อมูล  ส่งผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารไปเก็บยังระบบศูนย์ข้อมูล  ที่จะสามารถประมวลผล   จำลองเป็นฟาร์มคู่ขนาน  และมีการประมวลผลว่าจะให้ฟาร์มทางกายภาพดำเนินการอย่างไร  เช่น  เพิ่มอัตราการป้อนสารบำรุงใบ ดอก ผล  หรือเพิ่มระดับความชื้นในดิน  เพิ่มระดับความชื้อนในอากาศโดยรอบ

การเกษตรกรรม  ไม่สามารถตั้งอยู่เกิดขึ้นตามลำพัง  แต่จำเป็นที่จะต้องประสาน  ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับตลาด  ในระดับราคาที่พึงพอใจ  ผ่านการขนส่ง  ไปถึงผู้บริโภคปลายทางสร้างรายได้ที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิต   แพลตฟอร์มเกษตรกรรมจึงจะต้องสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกฟาร์มได้

Digital Twin ของสวนทุเรียน  คือ  ฟาร์มสวนทุเรียนดิจิทัล  ที่ทราบความเป็นไปของต้นทุเรียนต้นจริง ๆ ได้ตลอดเวลา  ทราบระดับความชื้นโดยรอบ  ทราบปริมาณน้ำในลำต้น  ทราบระดับความสุกของเนื้อทุเรียน  และร้องขอบอกเกษตรกรเจ้าของฟาร์มว่าต้นทุเรียนจริงมีอาการป่วยไข้จากโรครบกวน

Digital Twin ของสวนมังคุดก็ลักษณะเดียวกัน

คราวนี้  ต้นมังคุดก็จะคุยกันได้กับสวนทุเรียน  คุยกันได้กับเจ้าของสวน

เกษตรกรจึงเหมือนกับมี  บุคคลเสมือนของเกษตรกรเอง  ที่รับรู็สถานะของสวนเกษตรของตัวเองอยู่ตลอดเวลา  ลดภาระการดูแล  แต่กลับได้ประสิทธิภาพของการทำสวนที่สูงขึ้น  ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม    มีรายได้  มีเงินออม  มีเศรษฐกิจครอบครัวดี  มีความสุขกาย  สบายใจ

ระบบ  Digital Twin ยังสามารถพัฒนารวมไปถึงระบบบัญชีครอบครัวเกษตรกรรม

Digital Twin ในทางดิจิทัล เกิดขึ้นได้อย่างไร

  • hardware ของอุปกรณ์เซนเซอร์
  • Software ประมวลผลการวัดผลของเซนเซอร์
  • Software  ระบบบริหารจัดการ การจัดเก็บข้อมูล  การประมวลผล  และการแจ้งเตือนสถานะต่าง ๆ

เหล่านี้จำเป็นจะต้องมีเครื่องมือระดับ  Middleware  ที่จะประสานให้การพัฒฯาเป็นไปได้จริง   ให้สามารถติดต่อเชื่อมโยงกับระบบอื่น  ๆที่ได้รับอนุญาต

เกษตรกร สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม ….. แรงงาน สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม ….. พนักงาน สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม …..
เหล่านี้เป็นผลลัพธ์ ของ การดูแล ปกป้อง เข้าใจ
ต้นยาง สุขภาพดี ดิน สุขภาพดี
น้ำยาง คุณภาพดี ลูกมะพร้าว คุณภาพดี คือ ช่วยเพิ่มผลิตอย่างไร
ไร้หนี้ คือ Supply Chain สหกรณ์ ไม่เอาเปรียบเกษตร เกษตรกรมีส่วนร่วม
สมองไทยแลนด์   ในฐานะ  Middleware Enabler  จะร่วมขับเคลื่อน  Digital Twin ให้เกิดขึ้นได้จริง

Digital Twin สวนมีชีวิต สานเศรษฐกิจเกษตรกรมั่งคั่ง

สวัสดีครับ  เจอกันอีกครั้งครับ

วันนี้ต้องปรบมือให้กับความก้าวหน้าของทาง  DEPA มากๆ เลยครับ  ที่ผ่านมาในรอบใกล้จะ  2 ปี  ที่  DEPA  ได้มีการปูพื้นทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลไว้ดีทีเดียว และในหลาย ๆ ด้านไปพร้อม ๆ กัน  แต่วันนี้ขอชมกันแค่ด้านเดียวก่อน  นั่นคือ  เรื่อง  การจัดทำฐานข้อมูลที่สำคัญๆ  ที่จำเป็นสำหรับเป็นเครื่องกำหนดทิศทางของเหล่านักเดินทาง  StartUp และผู้ประกอบการอีกจำนวนมาก

ใช่ครับ  การตัดสินใจเพื่อเดินหน้าการทำธุรกิจ  หรือการพัฒนางานใหญ่ ๆ ซักงานหนึ่ง  จำเป็นต้องตัดสินใจจากการคิดวิเคราะห์จากข้อมูลที่สำคัญให้รอบด้าน

ผมยกตัวอย่างเลย  ว่าจากตารางข้อมูลนี้  ซึ่งมีที่มาจากฐานข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น  บอกได้ชัดเจนมากๆ ว่า  กำลังเกิดอะไรขึ้น  และประเทศนี้ต้องการอะไร ?

ตารางแรกนี้  เป็นการบอกว่า  บริษัท ฯ กิจการ  ซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก  และขนาดกลางกำลังจะตายในไม่ช้านี้ (สาเหตุก็เรื่องต้นทุน  แหล่งทุน  ช่องทาง  ความยอมรับคนไทยของคนไทย)  แม้นแต่รายใหญ่ๆ เองก็มีแนวโน้มไม่ดี  มีผลกำไรที่ลดลง  โดยที่กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 10% ของยอดขายเท่านั้น  ทั้งๆ ที่ธุรกิจด้านนี้ควรจะมีกำไรสุทธิสูงกว่านี้ (ผมละไว้ในฐานที่เข้าใจกันว่า  การรายงานตัวเลขก็ทำไปตามแบบแผน)

รูปแถว 2 รูปแรกนี้  บอกว่าเรายังต้องการการผลิตภายในประเทศอีกมาก  และยังสามารถส่งออกได้อีกด้วย

รูปกลางขยายความรูปก่อนหน้าว่า  เรานำเข้ามาใช้ในประเทศ  และมีส่งออกบ้าง  ฝรั่งเองรับของไทยได้  แต่ก็มีการผลิตส่งออกน้อยอยู่

ส่วนรูปที่  3  ขวามือสุด  บอกว่า  ตลาดด้านแอพพลิเคชั่น  On Premise นั้นใหญ่โตมาก  แต่งาน  SaaS  On Cloud Services  นั้นยังมีผู้ผลิตอยู่น้อยมาก

เหล่านี้แหละครับ  เป็นหลักฐานสนับสนุนชิ้นดีว่า  แนวคิดการพัฒนา  “ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  SaaS On cloud”  คือตลาดใหญ่แห่งอนาคต  ที่อะไร ๆ ก็จะแห่ขึ้น  Cloud  ไม่เว้นแม้นแต่ ระบบราชการไร้รอยต่อตามนโยบายรัฐบาล ประเทศไทย  4.0

ความลับไม่ได้จบแค่ตรงนั้น  แต่ทว่า  งานด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อส่งออกมากกว่าครับ  ที่ยังมีมูลค่ามหาศาล  ไหนจะการพัฒนาเพื่อทดแทนระบบ On-premise เดิม  ไหนจะระบบ SaaS ใหม่   เหล่านี้  จึงเป็นที่มา  ให้เรามองเห็นว่า  “อุตสาหกรรมชิ้นส่วนซอฟต์แวร์เพื่อการบริการ Cloud Computing”  คือตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล

มันใหญ่มาก ๆ

มาต่อกันกับข่าวสารการรับสมัครโครงการ  ตามภาพเด่นของบทความนี้   มีเรื่องราวน่าสนใจ  ทำให้เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย  นั่นคือ  การพัฒนางานดิจิทัล  เพื่อเป็นกลไก  เครื่องยนต์ขับเคลื่อนอนาคต Digital Thailand  ของไทยแลนด์

โครงการก็ผุดขึ้นมาในสมองเลยว่า    “สวนมีชีวิต  สานเศรษฐกิจ  เกษตรกรมั่งคั่ง  ประเทศมั่นคง”

การพัฒนาเกิดขึ้นบนแนวคิด  Digital Twin++ กล่าวคือ  การสร้างระบบ  Digital Platform คู่ขนานกับการทำสวนผลไม้เศรษฐกิจทุกขนาด

ที่ปัจจุบันเกษตรกร ประสบกับปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ  ต้นทุนสูง  ขาดความรู้ด้านวิชาการ  ขาดการจัดการด้านการเงินการบัญชีและการบันทึกต้นทุนการผลิต

จะทำอย่างไร  ให้เกษตรกรบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีความสุข  มีกำไร  จะทำอย่างไรให้สวน  ฟาร์มมีความเป็นอัจฉริยะและบอกแก่ชาวสวนว่า  ฟาร์มของเขากำลังมีสุขภาพดีแค่ไหน  ต้นทุนเป็นอย่างไร  คุณภาพผลไม้  ความหวาน  คุณประโยชน๋สูงสุด  อยู่ที่ตรงไหน  และจะเข้าถึงแหล่งจำหน่ายเพื่อลูกค้าออนไลน์ทั่วโลกได้อย่างไร

เหล่านี้เราพร้อมจะตอบโจทย์ด้วย  โครงการ  “สวนมีชีวิต  สานเศรษฐกิจ  เกษตรกรมั่งคั่ง  ประเทศมั่นคง”   ด้วยการพัฒนาเป็น  ดิจิทัลแพลตฟอร์มในนาม

พบกันแน่นอนกับโครงการของเรา

เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ เราทำ !!

” โครงการ ที่ใหญ่พอ…  จะดึงดูดทรัพยากรมาได้!
โครงการเล็ก Disruption ทีเดียวเจ๊ง
คุณค่าที่ส่งมอบ..ให้ตลาดที่มากพอ  คือการเติบโต “

ข้อความข้างบนนี้ ผมได้มาจากกูรู  นักพัฒนา  นักฝัน  นักนวัตกรรมท่านนึง

“เล็กๆ  ไม่  ใหญ่ ๆ เราทำ”  หลายท่านคงจะคุ้นหูเป็นอย่างดี   เป็นของเครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อหนึ่ง

พวกเรา  สมอง ไทยแลนด์  ก็เช่นกัน  คิดใหญ่  ทำใหญ่  จริงๆ  ครับ

เราเชื่อว่า  “โครงการ  ที่ใหญ่พอ  จึงจะดึงดูด  ทรัพยากรมาได้”    ก็แน่ละครับ  หากไม่ใหญ่ทั้งแนวคิด  ทั้งขนาดธุรกิจ  ก็คงยากที่ใครจะมาร่วมหอด้วย  หรือถ้าคิดใหญ่แต่ไม่เป็นสัปปะรด  หรือเป็นไปไม่ได้  ไม่มีของดีจริง  ก็ไม่เกิดเช่นกัน

“โครงการเล็ก  Disruption ทีเดียวเจ๊ง”  นี่ก็ใช่อีก   ลองนึกถึงธุรกิจอะไรก็ได้  ที่มันง่าย  ไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่ลึกลับซับซ้อน  มันก็จะโดนกอปปี้ง่าย  ทำเงินได้ขายได้แปปเดียว  พรุ่งนี้ก็มีคู่แข่ง  แม้นแต่ในแวดวงเทคโนโลยีเองก็เช่นกัน  เช่น  กลุ่มธุรกิจให้บริการทำเวบไซต์  ทำเวบ e-commerce   นี่  ตอนนี้เหนื่อยหนัก  มีคู่แข่ง ออกมาถล่มเยอะแยะ โดยเฉพาะพี่ใหญ่อย่าง  Alibaba  Lazada Shopee  ที่แข่งกันไป  เจ็บกันไป  จะประสาอะไรกับรายเล็ก ๆ

“คุณค่าที่ส่งมอบ  ให้ตลาดที่มากพอ  คือ  การเติบโต”

ตรงนี้คืออะไร  คุณค่าคืออะไร  ตลาดคืออะไร   การเติบโ๖คืออะไร

  • คุณค่า  เช่น  ใช้ง่าย  ใช้ดี  ถูก  คุ้มค้า  ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น  ช่วยให้ต้นทุนต่ำลง  ช่วยให้ขายดีขึ้น  ช่วยให้ยั่งยืน
  • ตลาด  เช่น  สังคม  ประชาชนทุกคน  ทุกฝ่าย  ธุรกิจทั้งหมด  อุตสาหกรรมทุกด้าน
  • การเติบโต  คือ  ความแข็งแรงของเราเอง  ที่มีตลาดเกื้อหนุน  สนับสนุนกันไป  โตกันไป  ช่วยเหลือ  แบ่งปัน  ปกป้อง  เข้าใจคุณ

และจะต้อง  “สามัคคี พึ่งตนเอง แบ่งปัน”

เอ้ยนี่มันแนวคิด  ของสมองไทยแลนด์เป๊ะเลย  เลยลอกเอาแนวคิดข้างต้น  มาวางไว้ ณ ที่นี้เลย

หากท่านสนใจอย่ารอช้า  ติดต่อสอบถามกันมาว่าคุณทำอะไรกันอยู่  จะเอาด้วยคนได้หรือไม่

ส่งข้อความแสดงความสนใจกันมาเลยครับ

Contact Us
First
Last

ทิศทาง ประเทศไทย “ตู่ 4.0”

ผ่านกันไปกับการแถลงนโยบายรัฐบาล  ตู่ 4.0  หรือ  ตู่สมัย 2

ที่การอภิปรายข้ามวันข้ามคืน  และยังคงไว้ซึ่งความเป็นสภาไทย  ที่เต็มไปศึกเจ้าสำนวนโวหาร   สำหรับคนที่ไม่สันทัดก็นั่งหลับกันไป

รอบนี้ก็มี  สส แจ้งเกิด  กันพอสมควร  และ  สส  รุ่น  หลวงพ่อ คสช ก็ไม่ยอมให้เสียเครดิต

วาทะกระดุม  5  เม็ด ทำให้ได้  คุณพิธา  ฯ ได้ใจเกษตรกรไปเต็มๆ  ไม่เว้นนักธุรกิจ  ข้าราชการ  หรือแม้นแต่นักการเมืองด้วยกัน  ที่การอภิปรายรอบนี้  ทำให้ทุกคนตาสว่างว่าปัญหาของเกษตรกรไทย  คือ อะไร    และควรจะต้องเริ่มแก้ไขที่ตรงไหน

การเข้าถึงโอกาส  การเข้าถึงแหล่งเงินเป็นเรื่องยาก  แต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้มีสินทรัพย์   เกษตรกรจึงได้แต่แหล่งทุนดอกเบี้ยแพง  ในขณะที่คนร่ำรวยได้แหล่งทุนที่แสนถูก  นี่คือ  ความผิดปกติ  ที่ไม่มีใครอยากแก้ให้เบ็ดเสร็จ

และเพื่อไม่ให้เสียหน้า  ท่านรองฯ นายก  ก็ บรรยายวิชาเศรษฐศาสตร์  ชาติไทย  ให้  ทุกคนต้องอ้าปากค้าง

มาฝั่งท่าน  รมต  ศึกษา  คุณหญิงกัลยา  โสภณพานิช   ก็ไม่ยอมตกเทรนด์   เปิดหลักสูตรการ Coding ตั้งแต่ประถมกันเลย  สุดเท่ห์  กับ Coding แบบไม่ต้องใช้จอคอมพิวเตอร์  จนเป็น  Talk of The Town กันไปเลย  ว่าจะโค้ดยังงัยฟะ !

ส่วนทางด้าน รมต  ดิจิทัล  ผมจำไม่ได้ครับว่าท่านว่าอะไร  แต่ผมภาวนาเสียว่า  ขอให้ท่านโชคดี

….

ข่าวคราว  ราคาสินค้าเกษตรกรรม  ขึ้นลง  เหมือน ตลาดหุ้น  เหมือน  BitCoin   เพราะความผิดปกติของการบริหาร (มีท่าน อดีต รมตร  ท่านหนึ่งออกมายอมรับทางช่องฯ แห่งหนึ่ง) มีที่ไหนครับ  ราคาปาล์มน้ำมันขึ้นลงพรวดพราดในสองสามวัน  ตกลงน้ำมันหมดสต็อก  หรือล้นสต็อก  หรือ “สต็อกของกูหมด”

ใครคือเพื่อนแท้เกษตรกร  ที่จะมอบความจริงใจ  ให้ต้นทุนที่ถูก  ให้เข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ

เกษตรกร  จึงต้องพึ่งพาตนเอง  ช่วยเหลือตนเอง  สร้างเครดิตเอง  สร้างแหล่งทุนเอง

ช่องทางเดียวที่จะให้เกษตรกรเข้มแข็ง  คือ  การใช้สื่อดิจิทัล  เพื่อรับความรู้ความเข้าใจ   เพื่อสร้าง  เครดิตจากกิจกรรมของตนเอง  บนแพลตฟอร์มเกษตรกรรม

แพลตฟอร์มที่ช่วยเกษตรกรทำบัญชีครัวเรือนอย่างง่ายดาย  แพลตฟอร์มที่ช่วยออมเงิน และประกันตนเอง  แพลตฟอร์มที่เป็นตลาดออนไลน์ และเป็นแพลตฟอ์มวิชาการเข้มข้น

สมอง  ไทยแลนด์  แบรนด์นี้อีกแล้วจ้า  เราคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว  และกำลังสร้างแพลตฟอร์มแบบนี้  ให้เกษตรกรใช้งานฟรีทั่วไทย

แต่ต้องอดใจรอกันหน่อยครับ  ทีมงานพัฒนากำลังปั่นๆ  กันสุดชีวิต

Opendata Contest

กติกา รุ่นผู้ประกอบการ

กิจกรรมการแข่งขัน Thailand Data Innovation Awards, DIA by DGA

 

เปิดรับ บุคคลธรรมดาทั่วไป หรือนิติบุคคลจดทะเบียน นำเสนอผลงาน โครงการพัฒนานวัตกรรม นวัตกรรมที่กำลังพัฒนา หรือพัฒนาสำเร็จแล้ว โดยชิ้นงานนั้นจะต้องแสดงให้เห็น ถึงการออกแบบระบบ เทคนิค ประโยชน์ของการนำไปใช้อย่างชัดเจน

นำเสนอความคิดของนวัตกรรมในรูปแบบของแผนธุรกิจ ประกอบด้วยแนวคิดที่ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งงานเทคนิค เทคโนโลยี การตลาด และการลงทุน เมื่อผ่านเข้ารอบจึงพัฒนาเป็น Prototype ที่สามารถนำไปสร้าง Business Model ได้จริงต่อไป หรือ เป็นการนำเสนอผลงาน หรือ นวัตกรรม ที่กำลังพัฒนา หรือ พัฒนาสำเร็จแล้ว และนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ พร้อมแผนการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

หัวข้อการประกวด

 

หมวดที่ รายละเอียด
หมวดที่ 1
รัฐบาลดิจิทัล
ครอบคลุมถึงการนำข้อมูลเปิด (Open Data) มาใช้ในการพัฒนาเป็นแนวความคิด หรือนวัตกรรม และกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) การบูรณาการข้อมูลภาครัฐ การยืนยันตัวตนและจัดการสิทธิหรือหัวข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา)
หมวดที่ 2
คุณภาพชีวิตที่ดี
ครอบคลุมถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิตใจ สังคม และปัญญา มิใช่เพียงการปราศจากโรคหรือ ความพิการ หรือมีสุขภาวะยั่งยืน (เทคโนโลยีการแพทย์, สาธารณสุข และสุขภาพที่ดีของประชาชน, สวัสดิการประชาชน สังคมผู้สูงอายุ, การป้องกันโรคระบาด, หรือหัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา))

 

การแข่งขัน Thailand Data Innovation Awards ,DIA by DGA

แบ่งเป็น 2 รอบ

• รอบ Idea Proposal การคัดเลือกข้อเสนอโครงการ (Idea Proposal) Proposal ประกอบด้วย
• ข้อมูลผู้ประกวด
• ข้อมูลผลงาน
• แผนงานละเอียด

• รอบ Final Pitch หรือ การนำเสนอผลงาน (Prototype) นำเสนอโครงการและความเป็นไปได้ของผลงานด้วยตนเอง ต่อคณะกรรมการตัดสิน

 


รางวัล

  • • ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวด Asia Open Data Partnership
  • • โอกาสการต่อยอดทางธุรกิจ (Business Opportunity) กับหน่วยงานภาครัฐ
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน โล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 100,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 70,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุน เป็นจำนวนมูลค่า 50,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลชมเชย จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุน เป็นจำนวนมูลค่า รางวัลละ 15,000 บาท
  • • รางวัลพิเศษ ด้านการออกแบบยอดเยี่ยม จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 10,000 บาท

เงื่อนไขในการสมัครเข้าร่วมแข่งขัน

  • • ผู้สมัคร 1 ทีม สามารถส่งผลงานได้ไม่เกิน 2 ผลงาน
  • • ผลงานที่นำเสนอจะต้องเป็นผลงานที่ไม่ได้ลอกเลียนแนวคิดมาจากที่ใด หรือละเมิดลิขสิทธิ์จากผลงานอื่นๆ
  • • ผู้สมัครสามารถค้นหาชุดข้อมูลจาก data.go.th เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลสำหรับการประกวดได้
  • • กรณีผลงานผ่านการประกวดอื่นๆ มาแล้ว ผู้ประกวดสามารถนำผลงานนั้นเข้าร่วมประกวดในโครงการนี้ได้อีก แต่ต้องไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน
  • • กรณีผลงานเคยได้รับรางวัลจากการประกวดอื่นๆ มาแล้ว หรือ เผยแพร่ หรือ ผ่านการติดตั้งบน Store หรือเปิดใช้บริการเกิดผลประโยชน์ในแง่ธุรกิจแล้ว จะอนุญาตให้ร่วมประกวดได้ โดยมีเงื่อนไขคือ ขอให้ต่อยอดพัฒนาผลงานเพิ่มเติมใหม่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และให้เขียนรายงานเปรียบเทียบข้อแตกต่างผลงานก่อนและหลัง เช่น ผ่านประกวดเวทีไหน ได้รางวัลหรือไม่ เมื่อไหร่ หรือ เพิ่ม feature อะไรใหม่บ้าง มีความแตกต่าง ต่อยอด หรือเพิ่มประโยชน์หรือคุณสมบัติด้านเทคนิค หรือการใช้งานอื่นๆ มาประกอบด้วยให้คณะกรรมการทราบด้วยเงื่อนไขการประกวด

เงื่อนไขการประกวด

 

  • • คำตัดสินของคณะกรรมการถือว่าเป็นอันสิ้นสุด
  • • ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะถูกเก็บเป็นความลับทางการค้า รายละเอียดด้านเทคนิค และข้อสัญญาการค้าเทคนิค/ข้อสัญญา โดยจะเปิดเผยเฉพาะกับทีมงานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และคณะกรรมการ ซึ่งได้ลงนามหนังสือปกปิดความลับเท่านั้น
  • • ในระหว่างการพิจารณาผลงาน ท่านอนุญาตให้ทางเราติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับ ผลงานตามที่อยู่ที่ท่านให้ในใบสมัคร
  • • ท่านอนุญาตให้ สพร. เผยแพร่ผลงานของท่านเพื่อเป็นวิทยาทานโดยทางทีมงานจะทำการประชาสัมพันธ์ ผลงานของท่านในเรื่องของข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับความลับทางการค้า ทางเทคนิค หรือ ข้อสัญญาใดๆ ที่ท่านมีภาระ ผูกพันอยู่กับหน่วยงานอื่นทีมงาน สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้ผลงานของท่านเข้าประกวด ในกรณีที่ทีมงานเห็นว่าผลงานที่ส่งเข้าประกวดไม่เหมาะสมกับการแข่งขันครั้งนี้

 

เงื่อนไขการถือกรรมสิทธ์

 

  • 1.ท่านต้องเป็นเจ้าของผลงาน หรือ ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน ในการส่งเข้าประกวด รวมถึงส่วนประกอบของผลงานและเนื้อหา ต้องไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายทั้งหมด
  • 2.ผลงานแนวคิดทุกผลงานทุกรอบ จะถือเป็นลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ของผู้ประกวด
  • 3.หากบุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใดในผลงานที่ได้รับรางวัล ทางคณะกรรมการพิจารณาผลขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลที่ได้รับสำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามข้อกล่าวอ้าง
  • 4.ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อค่าเสียหายใดๆ อันเกิดจากการการที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใดในผลงานที่ได้รับรางวัล สำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามข้อกล่าวอ้าง

ผู้ผ่านเข้ารอบโครงการประกวดนวัตกรรมข้อมูลเปิดภาครัฐ

 

ทีมที่ผ่านรอบ Idea Proposal (รุ่นผู้ประกอบการ) จำนวน 10 ผลงาน

ขอแสดงความยินดีกับ 10 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบของโครงการประกวดนวัตกรรมข้อมูลเปิดภาครัฐ

 

ชื่อทีม ชื่อผลงาน สถานศึกษา/สถาบัน/องค์กร
Ai Agent Ai Agent Innovation Design and Outsorcing co., ltd.
Black Cat AI วิเคราะห์สภาพการจราจรจากกล้อง CCTV ด้วย Deep Learning บุคคลธรรมดาทั่วไป
EatableTax Platform EatableTax Platform Epic Consulting
G-SAMONG สติดิจิทัล G-SAMONG สติดิจิทัล ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะเพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเปิดภาครัฐ สมองซอฟต์แวร์
HealthSmile PrimaCheck by Health Smile : Smart Algorthm for Health Checkup เฮลท์สไมล์
IRA : Intelligent Reliable Assistant ระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพและประกันภัย IRA Innovation
Prompt Pai พร้อมไป (Prompt Pai) บริษัท เมตามีเดีย เทคโนโลยี จำกัด
SenseMaking การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบฐานข้อมูลเพื่อการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data SenseMaking
Tourwat Tourwat Khaopun Community Co., Ltd.
ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) เค.จี. แอนด์ แพทริค

*รายชื่อทีมที่แสดงไม่ได้เรียงตามลำดับผลคะแนน

*การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

ประกาศผลทีมที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกิจกรรม Asia Open Data Challenge

 

ทีมที่ผ่านรอบ Idea Proposal (รุ่นผู้ประกอบการ) จำนวน 20 ผลงาน

ขอแสดงความยินดีกับ 20 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบของโครงการ Asia Open Data Challenge

 

ชื่อทีม ชื่อผลงาน สถานศึกษา/สถาบัน/องค์กร
AcciPrompt AcciPrompt วอทเอฟเวอร์ มาร์เกตติ้ง
Ai Agent Ai Agent Innovation Design and Outsorcing co., ltd.
Black Cat AI วิเคราะห์สภาพการจราจรจากกล้อง CCTV ด้วย Deep Learning บุคคลธรรมดาทั่วไป
Bearcon School & Bus Bearcon School & Bus แบร์คอน คอร์ปอเรชั่น
Crowdsourcing Fake Catcher ระบบตรวจจับสินค้าและบริการที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยใช้ความร่วมมือจากผู้บริโภค (Crowdsourcing Fake Catcher) Beacraft Technology
Diamate ข้อเสนอโครงการ Diamate แอปพลิเคชั่นดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่บ้าน ร่วมกับการรักษาที่โรงพยาบาล บริษัท เทรคอน (เว็บไซต์) จำกัด
EatableTax Platform EatableTax Platform Epic Consulting
EIWS : Elder Informatics Watchdog System Elder Informatics Watchdog System (EIWS) บริษัท ดาต้าเบส คอมเมิร์ซ จำกัด
G-SAMONG สติดิจิทัล G-SAMONG สติดิจิทัล ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะเพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเปิดภาครัฐ สมองซอฟต์แวร์
IRA : Intelligent Reliable Assistant ระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพและประกันภัย IRA Innovation
Ling ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์แบบพกพา (Mobile GIS) เพื่อเข้าถึงข้อมูลแบบเปิดของภาครัฐ ทริพเพิล ไอ จีโอกราฟฟิก
Papamore Application Papamore Application บริษัท ลิตเติ้ล บีน ซอฟต์ จำกัด
HealthSmile PrimaCheck by Health Smile : Smart Algorthm for Health Checkup เฮลท์สไมล์
SenseMaking การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบฐานข้อมูลเพื่อการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data SenseMaking
TheTaladNud TheTaladNud Bigblue Co., Ltd.
Tourwat Tourwat Khaopun Community Co., Ltd.
ปั่นจักรยานได้ไฟและหัวใจแข็งแรง โปรแกรมวางแผนการเกษตร ซิลเวอร์เลคเทคโนโลยี
พร้อมไป (Prompt Pai) พร้อมไป (Prompt Pai) บริษัท เมตามีเดีย เทคโนโลยี จำกัด
ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) เค.จี. แอนด์ แพทริค
แอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อประเมินภาวะฉุกเฉินสำหรับประชาชน แอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อประเมินภาวะฉุกเฉินสำหรับประชาชน บริษัท ออแพทย์ จำกัด

*รายชื่อทีมที่แสดงไม่ได้เรียงตามลำดับผลคะแนน

*การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

Digital Mindfullness Nation

Digital  Mindfullness Nation

  • ร่วมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล  สร้างชนชาติดิจิทัล
  • ที่มีสติตื่นรู้  สร้างคน  สร้างสำนึก  ผ่านการพัฒนางาน
  • ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักพัฒนา   สร้างรายได้  กระจายรายได้
  • ร่วมแก้หนี้ครัวเรือนด้วยระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล สร้างสติ  สร้างสมดุลชีวิต  สร้างสุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม
  • สร้างความพร้อม  ระบบนิเวศน์สมองอัจฉริยะ   ความพร้อมเพื่อการพัฒนา
  • ขับเคลื่อนเป็นโครงการขนาดใหญ่  ม้าศึก  ต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่คุณร่วมเป็นเจ้าของได้

ดูแล  ปกป้อง เข้าใจคุณ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จของคุณ