digital platform

Digital Mindfullness Nation

Digital  Mindfullness Nation

  • ร่วมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล  สร้างชนชาติดิจิทัล
  • ที่มีสติตื่นรู้  สร้างคน  สร้างสำนึก  ผ่านการพัฒนางาน
  • ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักพัฒนา   สร้างรายได้  กระจายรายได้
  • ร่วมแก้หนี้ครัวเรือนด้วยระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล สร้างสติ  สร้างสมดุลชีวิต  สร้างสุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม
  • สร้างความพร้อม  ระบบนิเวศน์สมองอัจฉริยะ   ความพร้อมเพื่อการพัฒนา
  • ขับเคลื่อนเป็นโครงการขนาดใหญ่  ม้าศึก  ต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่คุณร่วมเป็นเจ้าของได้

ดูแล  ปกป้อง เข้าใจคุณ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จของคุณ

Digital รีวิว พักร้อน

นานๆ จะได้มีโอกาสพักร้อนแบบยาว ๆ  เลยพอมีเวลานั่งทบทวนเรื่องราวของตัวเอง  และข่าวสารในแวดวงดิจิทัล

ได้ความว่า  ข่าวฮอตระดับท็อปของ สัปดาห์นี้  เห็นจะไม่มีข่าวไหนเด็ดกว่าเรื่อง  Libra  ว่าที่สกุลเงินของ  Facebook  ที่หลายๆ เวบ บลอกเกอร์ นำเอามาแปล ตีข่าวกันไปแล้ว

ทิศทางของคำถาม  การคาดคะเนอนาคต  และผลกระทบ  จากเวบเหล่านั้น  ก็เอ่ยถึง  อนาคตธุรกิจการเงิน  ว่า สถาบันการเงินจะเป็นอย่างไร  หรือ  ผู้บริหารประเทศจะปรับทิศทางการบริหารการเงินประเทศอย่างไร เป็นต้น

แน่นอนว่า  คนไทย  กับตำแหน่งแชมป์การใช้เน็ตสูงสุดของโลก (ใช้ต่อวันนานที่สุด)  และกรุงเทพตำแหน่งเมืองได้แชมป์การใช้ Facebook สูงสุดของโลก  คงจะไม่มีใครไปเบิกถอนเงินที่ธนาคารสาขาอีกแล้วเป็นแน่แท้   หากการกู้เงินออนไลน์เกิดขึ้นได้ง่ายกับธนาคารเฟสบุคของพี่มาร์ค  ก็เป็นอันว่าลืมกันไปได้เลย  จำทางไปธนาคารไม่ได้

ที่ทำการสำนักงานธนาคารสาขาหลายแห่ง  เหมาะกับการจะทำเป็นแหล่งผลิตรังนกมากๆ   “รังนกนางแอ่น” ครับ  เพราะหลายที่เขาก็ปลูกบ้านคล้ายคอนโด  มีหน้าต่างแคบหน่อยให้นกนางแอ่นแวะมานอน  มาทำรังแบบไม่ต้องค่าค้างคืน   แต่แลกเปลี่ยนด้วยรังของมันและเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจชั้นดี   ใครๆ ก็คงไม่ไปเช่าอาคารธนาคารนั้น  มาทำธุรกิจกันอีก  ค่าเช่าคงแพง  รูปแบบอาคารก็ไม่เหมาะทำร้านอาหาร ที่จอดรถก็น้อย   เลวร้ายกว่านั้นก็คือ  การทุบทิ้ง และขายที่ทางเปลี่ยนเป็นธุรกิจอื่นๆ ไป

พี่ๆ  น้องๆ หลานๆ พนักงานธนาคารก็ไม่เพียงแต่การย้ายไปทำงานที่บ้าน หรือทำงานด้านสินเชื่อออนไลน์  แต่จะมีอีกจำนวนมากที่ต้องหันไปทำอย่างอื่นแทน

ส่วนเจ้าของธุรกิจธนาคาร  หรือผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ๆ เขาไม่เจ๊งหรอกครับ  พนักงานลูกจ้างต่างหากที่เจ๊ง   แน่นอนว่ารายได้ขนาดธุรกิจของธนาคารจะเล็กลง  หรือต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสร้างรายได้ทางอื่นเช่นกัน  ต้องหันไปทำอะไรบางอย่างที่คล้าย ๆ ไลน์  เฟสบุค  อะเมซอน  กูเกิล  หรือจะไปร่วมทุนกับเขาเลยก็แล้วแต่

สกุลเงิน Libra  หากจะประกาศพรุ่งนี้ก็เปิดใช้กันได้เลย  เหมือน ๆ  ที่เราซื้อ  Coin  เพื่อแลกสติ๊กเกอร์นั่นแหละเรื่องเดียวกัน  แค่ไม่กี่วันเงิน  Libra ก็เต็มกระเป๋าพี่มาร์ค  แกไม่ต้องไปหาเงินสด  หรือทองคำอะไรมาสำรองเลยแม้แต่น้อย   ผมเองก็จะเอาด้วยทันที  ทุกคนก็จะเอาด้วยเช่นกัน   หลายคนที่พึ่งพาโฆษณาเฟสบุค  แม้นจะรู้สึกกังวลกับค่าใช้จ่าย  แต่ต่างก็ยอมรับว่ามันเป็นช่องทางการตลาดทีดี   ธนาคารพี่มาร์คก็จะเติบโต  เป็นพลุแตกภายใน 5 วัน  7 วัน

เฟสบุค  จงเจริญ  น่าจะเป็นคำด่า  ที่ดี  ที่สุภาพที่สุด

เฟสบุค ไลน์ อะเมซอน ไมโครซอฟต์  จะช่วยกันปิดธนาคาร

Youtube  จะช่วยปิด  สถาบันการศึกษา แนว Education แต่จะเกิด  Learning  และต่อไปจะเกิดสถาบันรับรองดีกรี  คุณสมบัติ   ว่าคนที่เรียนออนไลน์นั้นๆ ผ่านหลักสูตรเทียบเท่า  MIT  Stamford  หรือไม่  สถาบันการศึกษาในไทยก็คงจะคล้ายกัน   พื้นที่มหาวิทยาลัยใหญ่โต  อาจารย์เยอะแยะ  ไม่มีนักศึกษา   งบวิจัยที่รอไหลเข้ามหาวิทยาลัยมากมาย ก็คงจะพอเลี้ยงอาจารย์ไปได้อีกหลายปี  แต่อาจารย์อีกจำนวนไม่น้อย  ก็ต้องเลือกเส้นทางใหม่

Digitsl Disruption มันสร้างความหดหู่ได้พอ ๆ กับความตื่นเต้นเลยทีเดียว   อีแค่คนเขียนโปรแกรมนี่นะ  พลิกโลก  เปลี่ยนโลก  ภาษาอะไรไม่เกียง  facebook นี่ใช้  php เองพลิกโลกได้ขนาดนี้   (เรียนลึกๆ ทำให้เป็นได้จริง ๆ ซักภาษานึงเหอะพ่อคุณนักเรียน software)

แบงค์ไปแล้ว  มหาวิทยาลัยจะตามไป  แล้ว  ประเทศไทยจะอย่างไร

เราอาจจะได้เห็น  รัฐมนตรีโรบอท  สส โรบอท  E-Governement  คงจะเต็มไปด้วย AI   รัฐบาลเราก็จะเก่งเสียที  ส่วนเรื่องคอรัปชั่น  ไม่ขอรับประกันว่าโรบอทจะไม่มีนิสัยเหมือนมนุษย์ขี้โกง

ประชาชน ลูกหลาน  ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า  ที่ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อรอดูผลพวงของ  Digital Disruption นั้น  ต้องรับผิดชอบตัวเองแน่นอน

คนและครอบครัวของเขา  เขาคนนั้นที่เต็มไปด้วยความสามารถและ  “มีโอกาสเข้าถึงโอกาส”   ย่อมจะไม่เดือดร้อนมากนัก

แต่คนอีกจำนวนมาก  ที่แม้นจะเป็น  1 ในผู้ร่วมทำสถิติให้ไทยเป็นแชมป์อินเตอร์เน็ตโลก   แต่ในฐานะ User รอจิ้ม ๆ แชร์  จะมีโอกาสรักษาแชมป์ไปได้นานอีกแค่ไหน

รายได้  กระทบเศรษฐกิจครอบครัว  ครอบครัวที่ขาดการวางแผน  เจอคลื่นเล็ก ๆ ก็ต้องถึงกับเซจนพัง

เร็วที่สุด  และง่ายที่สุด  ที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้  คือ  ความตื่นตัว  สำนึกว่ามีภัยอันตราย  และรอรับมัน  วางแผนเรื่องครอบครัว  การเงิน  และการเรียนรู้งานอาชีพใหม่  ในฐานะพลเมืองดิจิทัล  ของชนชาติดิจิทัล

ใครจะเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้น ?  พลังของพลเมืองดิจิทัลจะแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อรวมตัวเป็นกองทัพ  หากต่างคนต่างรบ  ก็ย่อมแพ้ภัยตัวเอง

นายกดิจิทัล  รัฐมนตรีดิจิทัล  ผู้ว่าดิจิทัล  นายอำเภอดิจิทัล  กำนัน ผู้ใหญ่ดิจิทัล  ครอบครัวดิจิทัล  จะทำอย่างไร ? ใครจะช่วยคุณ ?

สติดิจิทัล  สำนึก ตื่นรู้เรียนรู้  สร้างงานจากสติชีวภาพ

เหล่านี้คือ  แสงสว่าง  จากนวัตกรรมใหม่

Digital Nation by Samong Thailand

ความเดิมในตอนที่แล้วในเรื่อง  Digital Nation  เราได้นำเอารายงานการวิจัยแบบย่อ ๆ มาแปลและเล่าให้ฟังกัน   แม้นจะเป็นการนำเสนอแบบย่อ  แต่ก็ได้สาระเห็นภาพได้มากทีเดียว

สมองของผมในฐานะคนแปล  ก็ยังครุ่นคิดและมองรอบๆ ตัวต่อไปว่า  แล้วประเทศไทยเราจะเดินไปยังงัยต่อ  หรือไม่ก็ต้องถามว่า  แล้วใครจะเป็นคนนำ  คนทำ  ยิ่งตอนนี้ (18/6/2019) รัฐบาลก็กำลังพลิกไปมา  หาคนดูแล  Digital Nation จริงจังไม่ได้ซะที

เอาละครับ  ครั้นจะบ่นๆ  ด่าๆ ว่าๆ รัฐบาลโดยไม่มีข้อแนะนำก็ดูจะกระไรอยู่   วันนี้ทีมงานสมองไทยแลนด์  เรามาแสดงวิสัยทัศน์กันไว้ที่ตรงนี้  ในประเด็น  Digital Nation กันไว้เลย

Vision คือ  นโยบายเดียว  ก็คือ  สมอง(ไทยแลนด์) ร่วมสร้างชนชาติดิจิทัล  (Digital Nation  by Samong Thailand)

ผ่านพันธกิจ  Mission   2 ตัวใหญ่   คือ

  • สร้างสติดิจิทัล ดูแล ปกป้องและเข้าใจคุณ   และ
  • สร้างระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณ

สติดิจิทัล   ฟังแล้วดูเหมือนจะเว่อร์วัง  แต่เปล่าเลยครับ   มันมีการพูดถึงกันในวงกว้างมากขึ้น  (ลองพิมพ์ค้นหาคำนี้ดู) โดยเฉพาะในต่างประเทศ  ที่ฝรั่งศึกษาธรรมะ  ที่กูเกิลให้โปรแกรมเมอร์นั่งสมาธิ  และทีมเราเองก็พูดคำนี้  เขียนคำนี้มานานนักหนาแล้ว   หากจะให้นิยามกันง่าย ๆ ได้  2  ความหมายคือ   (1) การมีสติในการดำรงชีพในสภาวะ  ในยุคความเร็ว 5G  และความวุ่นวายสไตล์ดิจิทัลนี้  และ (2) มันคือระบบไอที  ที่จะช่วยให้คุณมีสติอยู่ตลอดเวลาและไม่เป็นบ้า

และความหมายในข้อ 2  ลึกลงไปก็คือ  ระบบซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันนี่แหละ  เป็นระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่เรากำลังพัฒนามันออกมา  ให้มาเป็นเพื่อนคุณ  และมันจะเรียนรู้จากคุณ  ในเรื่องการใช้ชีวิต  การบันทึกทั่วๆ ไป   การบันทึกข้อมูลสุขภาพ  การเรียน  การทำงาน  และข้อมูลวางแผนชีวิต (แน่นอนรวมเรื่องการวางแผนการเงินของครอบครัวเข้าไปด้วย)  จนระบบนี้มันโต ฉลาดพอที่จะบอกคุณ  เตือนคุณว่า อย่างแม่นยำว่า วันนี้  พรุ่งนี้  เดือนหน้า  คุณมีอะไรจะต้องดำเนินการบ้าง  มันจะบอกคุณว่าฐานะการเงินของคุณจะเป็นอย่างไร  และหากคุณอยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น  เพียงบอกมันว่า  เมื่อไหร่  เท่าไหร่  มันจะแนะนำคุณว่า  คุณต้องทำอย่างไร  และทำงานร่วมกัน

แน่นอนครับว่าคุณอาจจะแย้งว่า  ก็ถ้าคุณไม่ให้ข้อมูลแก่มันเลย  เพราะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย  นั่นก็เป็นสิทธิของคุณ  แต่หากคุณไว้วางใจมัน  มันก็จะช่วยคุณได้มากกว่าที่คุณวางใจมันอีกหลายเท่า

สติดิจิทัล  หรือการสำนึกรู้ตัวเอง  ตนเอง  ไม่ประมาท  ไม่ลุ่มหลง  จะทำให้คุณปลอดภัยจากภาวะต่างๆ ทั้งเรื่องสุขภาพ  ทั้งเรื่องการเงิน   นี่แหละ  คือการดูแล  ปกป้องและเข้าใจคุณขั้นเทพ   คุณช่วยสร้างตัวคุณเอง  ที่มันไม่หลับนอน  มันคอยคิดคำนวณให้คุณ  มันปกป้องเข้าใจคุณยิ่งกว่าคุณ

“ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณ”  อย่างไร  และเกี่ยวข้องกับ  Digital Nation อย่างไร

ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ

ด้วยเพราะเรามองเห็นว่า  ในยุคนี้และไม่กี่ปีข้างหน้านี้  จะเกิดความต้องการให้ระบบอะไร ๆ ต่างๆ มันเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย  และได้ประโยชน์

ก็จะเกิดคำถามต่อว่า  ระบบอะไรจะโยงกันอย่างไร  ระบบที่มาจากต่างค่ายหลายสายพันธุ์  หลายการพัฒนา  ใครจะยอมเชื่อมกับใคร  นั่นก็เพราะเรื่องผลประโยชน์ เรื่องความปลอดภัยของระบบ  เรื่องต้นทุน  การพัฒนา  การรักษา  แม้นกระทั่งความที่มันจะเป็นไปได้  และระบบจะขนาดใหญ่แค่ไหนถึงจะเพียงพอให้มันเชื่อมโยงกันได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ?

นี่งัยครับ  เรามีคำตอบ  เราได้วางแผน  สร้างงานวิจัยทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า  และออกแบบสร้างเครือข่ายอัจฉริยะขึ้นมาแล้วจำนวน 12 ระบบหลักก่อน  ซึ่งมากเพียงพอที่จะครอบคลุมเรื่องทุกเรื่องรอบๆ ตัวคุณ  และนี่คือ  การมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จให้คุณ

ประโยชน์ของระบบนิเวศนี้คืออะไร  มันคือ  ตัวช่วยสร้างงานให้คุณ  ให้คนที่เกี่ยวข้อง  คนที่สนใจ  ทั้งนักพัฒนา  ทั้งในฐานะผู้ใช้  มันสร้างความเป็นไปได้  มันสร้างคนให้คุ้นเคย  ให้มีความสามารถ  เป็นการปลูกฝัง  สร้างวัฒนธรรม  สร้างความเป็นชนชาติ  “ชนชาติแห่งดิจิทัล” กันเลยทีเดียว

ถึงเวลานั้น (ซึ่งอีกไม่ยาวนานนัก)  ก็จะเกิดเครือข่าย  Digital  Human Capital  เกิด  Digital Community  และเกิดการสร้างสรรนวัตกรรมใหม่  Digital Products และประกอบรวมกันกลายเป็น  ชนชาติดิจิทัลที่แข็งแกร่ง  เกิด  Digital Economy  ตามมาอย่างจริงจัง

เอาละครับ  คำถามที่จะเกิดต่อมาคือ  มันจะเกิดขึ้นอย่างไร  รูปแบบไหน

มันจะยอดเยี่ยมมากเลย  หากรัฐบาลจะยื่นไมโครโฟนมาถามเราเอง  แต่เอาละเราขอตอบผ่านทางบทความนี้ไปก็น่าจะได้เช่นกัน

ขอตอบว่า  เราได้ลงมือทำมาระยะหนึ่งแล้ว  นั่นคือ  การพัฒนาคนให้เป็นนักพัฒนาภายใต้โครงการของเรา  ผลงานของเราที่จะได้บุคคลดิจิทัลที่มีความสามารถและมีสติ  เราสร้างงานให้พวกเขา  เขาทำงานกันเป็นเครือข่าย  ในสาขาอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์  นักออกแบบระบบ  นักประดิษฐ์  นักกราฟฟิก  ตามความสามารถ  ตามความสนใจ  กลุ่มของเขาจะโตขึ้น  งานของเขาจะฉลาดขึ้น  เขาจะสร้างงานได้เร็วขึ้นจากกระบวนการ  Reuse การใช้ชิ้นส่วนซอฟต์แวร์  การแลกเปลี่ยนความคิด  ซึ่งกันและกัน

เมื่อมองไปถึงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น  ภายใต้การสนับสนุนของรัฐ  ของทุนฯ  ผู้มีวิสัยทัศน์ตรงกัน  จะช่วยให้การสร้างทีมเป็นไปได้เร็วขึ้น  ง่ายขึ้น  เราสามารถที่จะทำการสอน  อบรมเทคนิควิธี  และแนวความคิดที่ได้ทำการพิสูจน์แล้ว  มันคือธรรมชาติบริสุทธิ์  ที่เราค้นพบและต้องคืนให้กับสังคมไทยในเวลาอันสมควร

วันนั้น  เราจะช่วยขจัดปัญหาการขาดบุคคลากรด้านดิจิทัลไอทีได้อย่างชัดเจน  จะเกิดการสร้างงาน  การพัฒนาระบบ  การแก้ไขปัญหาเรื้อรังต่างๆ ได้อีกมากมาย  ด้วยต้นทุนที่รับได้และระบบมีความยั่งยืน  และจะเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (Digital Competitiveness)  ให้กับประเทศนี้ได้อย่างเฉียบขาด

สรุปชัดๆ  สั้น ๆ อีกครั้งว่า  นี่แหละคือ  นวัตกรรมสมองไทยแลนด์  กับเครื่องมือ  iSTEE Framework

iSTEE ช่วยสร้างการตื่นรู้ในจิต ด้วยสติ เป็นเครื่องมือสากล ด้วยหลักเหตุและผล ในรูปแบบวิทยาศาสตร์ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย ยิงนกนัดเดียวได้หลายต่อ  เพราะการ ตื่นรู้ของจิตวิญญาณคือ ปัญหา จิตมนุษย์คือ คอมพิวเตอร์ชีวะภาพ คือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของธรรมชาติ

ต่อยอดจากการตื่นรู้ … สติชีวภาพ แปรรูปเป็น สติดิจิทัล   สติดิจิทัล กับ สติชีวภาพ ทำงานร่วมกัน ในระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ ได้อย่างไร้รอยต่อ

ตรงกันข้าม  หากการพัฒนาคนดิจิทัลปัจจุบันเล็งไปที่การสอนเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เร็วเกินไป  โดยไม่ทราบถึงข้อจำกัดอย่างแท้จริง  ก็จะยิ่งเป็นการสร้างความล้มเหลวเร็วขึ้นเท่านั้น   เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วติดตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน  ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเจาะลึก  สุดท้ายกลายเป็นความเมื่อยล้า  เกิดความท้อถอยสูญเสีย  สูญเสียจิตวิญญาณ กลับมายืนที่เดิมเหมือนปัจจุบัน ไม่ก้าวไกลไปไหน

 

มาถึงตรงนี้  คงต้องให้คุณๆ ท่าน ๆ ได้ลองๆ ดูนะครับว่า  12 – 14 ระบบนี้เราได้วางโครงสร้างหลังบ้าน หรือการตอกเสาเข็มในมหาสมุทรไว้นั้น  มันมีอยู่จริง  ใน cloud ที่เราปั้นมันไว้แล้ว  แต่ต้องอดใจรอก่อนที่จะเข้าไปสนุกกับมัน  หากท่านใด  สนใจที่จะสนุกอย้างสร้างสรรแพลตฟอร์มของตนเอง  ก็อย่าได้รอช้าติดต่อเรามาตามช่องทางกันได้เลย

คลิกที่นี่  รับสัมผัสแรก  ม้าศึก 12 ราศี  คลิกไอคอน  แพลตฟอร์มแต่ละตัว

Samong Deployment

รวมฮิต ติดชาร์ต  ด้วยคำศัพท์ไอที  5G,IoT, AI,Cloud Computing,Blockchain,Bigdata,OOP,Middleware, API,Microservice,ORM,Windows App,Android App,iOS App,Cross Platform,Security,Knowledge base,Business Platform

เหล่านี้จะโยงไยเข้ากับ  iSTEE Middleware & Samong Framework  ได้อย่างไร ++!!   เทคนิคเบื้องหลังอะไรที่ทำให้  Samong Cloud Digital Platform โลดแล่นเป็นไปได้กับทุกคำฮิตติดปากเหล่านี้

  • 5G กับ Samong
  • IoT กับ Samong
  • AI กับ Samong
  • Cloud Computing กับ Samong
  • Blockchain กับ Samong
  • Automation กับ Samong
  • Controller กับ Samong
  • Communication กับ Samong
  • Bigdata กับ Samong ………..
  • Business Management กับ Samong
  • Process Management กับ Samong ………….
  • Personal กับ Samong
  • Business กับ Samong
  • Expert กับ Samong
  • Factory กับ Samong ………….
  • OOP กับ Samong
  • Middleware กับ Samong
  • API กับ Samong
  • Microservice กับ Samong
  • ORM กับ Samong
  • UI กับ Samong ……….
  • Windows App กับ Samong
  • Web App กับ Samong
  • Android App กับ Samong
  • iOS App กับ Samong ……… ……….
  • Cross Platform กับ Samong
  • Security กับ Samong
  • Database กับ Samong
  • Maintenance กับ Samong
  • Architecture กับ Samong
  • Developers กับ Samong
  • Development กับ Samong ……..
  • Knowledge base กับ Samong ……..
  • Revenues กับ Samong
  • Business Platform กับ Samong
  • ลดค่าใช้จ่าย กับ Samong ………
  • Ecosystem กับ Samong

The Battle Warship

  • ข่าวคราว แวดวง  StartUp  ดูจะเงียบเหงา  เบาบาง  เหมือนสิ้นหวัง
  • Fail fast เป็นคำที่นิยมกล่าวถึง  เพื่อปลอบใจนักเดินทางที่ล้มเหลว  ทำนองไม่ลองไม่รู้  เป็นเสือเป็นนักรบก็ต้องมีบาดแผล
  • การระดมทุนแล้วเงียบหายของ StartUp แถวหน้า  เป็นสัญญาน  บอกว่า  “อย่าตามกูมา  กูหลงทาง”  

แต่ก็ต้องบอกว่าเห็นใจ  และขอเป็นกำลังใจกับทุก ๆ StartUp ครับ

  • การกระพือกระแส  Thailand 4.0  และ  StartUp  โดยขาดความพร้อม  ความแข็งแรง  ก็ไม่ต่างกับการปล่อย  “กองทัพเรือแจว”   ให้กรูกันออกจากปากอ่าวสู่ทะเลใหญ่
  • ลำแล้วลำเล่าที่ออกไป  ไม่เห็นกลับมาเป็นลำเรือ  แต่ขากลับต่างคนต่างต้องว่ายน้ำกลับมาเลียแผลเก็บตัวในถ้ำกันพักใหญ่
  • มันหอมหวลกว่า  การซื้อหวย   โอกาสความสำเร็จที่มีขนาดใหญ่กว่า  แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าเช่นกัน
  • จะออกมหาสุมทร  จึงต้องคิดใหญ่  ออกไปให้เหมือนเรือรบ   “The Battle Warship”

 

  • การแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม  นั้นดุเดือดเข้มข้นมากมาย
  • ดิจิตัลแพลตฟอร์มดีๆ  จึงไม่ใช่แค่เรื่องเวบไซต์   e-commerce  หากแต่จะต้องรอบจัด รอบด้าน
ที่จะต้อง  “เข้าใจปัญหาความต้องการครบถ้วน  รอบคอบ   มีความถ่องแท้ในโมเดลธุรกิจ   งดงามและมั่นคงในสถาปัตยกรรม   แข็งแกร่งในการมาตรฐานการออกแบบการพัฒนา    ยืนยาวด้วยการเรียนรู้และถ่ายทอดวิธีการผลิตและการโค๊ด    แข่งขันได้ด้วยการจัดการธุรกิจ   และต้นทุนที่ต่ำ ,  การจัดการแรงงาน และทีมงานที่มีความสุข  ให้ผู้ใช้ได้รับความปลอดภัยและสมใจในสมรรถนะทั้งเรื่อง server , Network, Security Stability”
 
  • ทั้งหมดนี้จะเว้นสักข้อเดียวไม่ได้เลย   ใครลองเปิดให้บริการแล้วไม่พร้อม   ผลลัพธ์คือ  เรือล่ม  ไม่ว่าจะลำเล็กหรือลำใหญ่
 
  • มือถือ  จะมีปุ่มหรือไร้ปุ่ม  จะรุ่นไหน  แบบไหน  ก็คือมือถือ  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่มีสิ้นสุด  มีโอกาสเสมอสำหรับคนที่คิดจะสร้าง  มือถือ  ในระดับ  นวัตกรรม
  • Application  หรือ แพลตฟอร์ม  ต่าง ๆ ก็คือแพลตฟอร์ม  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน  และมีโอกาสสำหรับนักคิดนักพัฒนา  ที่จะค่อย ๆ คิดค่อยๆ สร้างก่อนตัดสินใจปล่อยเรือออกทะเล
 
  • อย่าให้ข้อจำกัด  ความต้องการบางอย่างมาปิดบังตาบังใจ  จนทำให้มองข้ามความสมบูรณ์  ความพร้อมของลำเรือ
  • ทฤษฏี  fail fast learn fast  มันแพงเกินไปในยุคนี้   เดินไปช้าๆ มั่นคง  พอเพียงตามแบบพ่อหลวง  สร้างงานเพื่อตอบประโยชน์แท้จริงของสังคม  ย่อมนำมาซึ่งความยอมรับในผลงานโดยปริยาย
 
  • เรือรบฝรั่ง  ก็ยังคงนำหน้าเรือไทย  ไปอีกนาน  
  • อย่าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
  • คนไทยต้องคิดสร้างเรือของตนเอง  ร่วมกันแจว  ช่วยกันพาย  มือไม่พาย  ก็อย่าเอาเท้าราน้ำ  จะคุมท้ายเรือ  ก็ให้รู้ทางลม  ให้รู้ร่องน้ำ

  • จะนำประเทศ  ก็อย่าสักแต่ฝัน  ลมๆ แล้ง ๆ  ส่งเสริมให้ถูกจุด  พัฒนาให้ถูกขั้นตอน  อย่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  
  • อย่าแจกเงิน StartUp ให้ไปเสี่ยงตาย  เพื่อเอามันส์
  • อย่าปล่อยให้หน่วยงานผลาญงบ  แค่ว่าได้จัดนิทรรศการล้ำๆ หรือสร้าง  Ecosystem แล้ว
  • จงสร้างความยั่งยืนให้แผ่นดิน   มากกว่าแค่เคยเป็นคนมีอำนาจในหัวโขน
  • มันโคตรสูญเสียเลย  พับผ่าซิ !

น้ำหยดเดียว ไม่ใช่พายุ ฉันใด กองทัพดิจิทัล จึงต้องการ ม้าศึกแพลตฟอร์ม

ถอยหลังไป  20 ปีครับ  ที่  คนๆ หนึ่ง   ถามตัวเองและสังคมว่า   จะแก้ไขปัญหาการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างไร   และซอฟต์แวร์จะต้องช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในระดับมหภาคให้ได้ด้วย

18 ปีต่อมา  คือ  วันที่กำเนิดเกิดก่อเครื่องมือ  iSTEE & Samong Platform  เหมือนเป็นเด็กทารก  ที่เรารู้ว่าเมื่อเขาโตขึ้น  เขาจะฉลาดอย่างไร

อีก 2 ปีต่อมา  เด็กคนนั้นอายุ  2 ขวบ  ได้แสดงความฉลาดปลาดเปรื่อง  พัฒนาตัวตนเป็น  ม้าศึก  12 ราศี  ที่มีลักษณะของม้าศึก  ที่ทรงพลัง  เก่งกาจรอบด้าน  มันคือ  ม้าศึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้วบนระบบ Cloud  เป็นแพลตฟอร์ม  ที่ซ่อนเร้นคุณค่าให้แสวงหา  ว่ามันจะทำอะไร  จะแก้ไขปัญหาอะไรให้สังคม

ลองชมคลิป  ม้าศึกกันครับ

น้ำหยดเดียว  คงไม่รุนแรงเป็นพายุ  ม้าตัวเดียวคงไม่มีแรงเหวี่ยงรุนแรงมากพอ  กองทัพม้าศึก  พร้อมทะยานเป็นกองทัพ 

Digital DNA พิสูจน์ พันธุกรรมดิจิทัลม้าศึก

ทำไมมนุษย์โลก  โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์  นักฟิสิกส์จึงพยายามทำความเข้าใจ  ค้นหาการก่อกำเนิดของโลก  การก่อเกิดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ?

หรือมนุษย์  กำลังศึกษาหาความจริง  เพื่อที่จะสร้างโลกใบใหม่  เพื่อที่จะสร้างชีวิต  สร้างคนให้เป็นอมตะ  ไม่มีวันตาย ?

ทำไมมนุษย์  ไม่คิดเพียงแต่การเดินไปข้างหน้า  หรือมนุษย์ไม่พึงพอใจเพียงแค่ในการมีชีวิตไปข้างหน้า  แก้ไขปัญหาไปรายวัน ย้อนหลังอดีตนับล้านปีเพื่ออะไร?

และยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดี  ควรทำอย่างไร ?

หรือ  อะไรที่ควรจะเป็นต้นน้ำอุตสาหกรรม ?

ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์  มีคำ 2 คำที่รู้จักกันอยู่แล้ว  คือ Refactor  และ  Rewrite  ล้วนต่างก็มีความหมายว่า  เป็นการทำให้ Source Code เป็นที่เข้าใจง่าย  แก้ไขง่าย  โดยยังคงทำงานได้ดีเช่นเดิม  แต่ Refactor  มีความหมายที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

มีอีกคำ  ในวงการ  การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ OOPs หรือ Object Oriented Programmings นั้นคือ  Class  หรือต้นกำเนิด  ที่ใช้กัน กล่าวถึงกันในหลายๆ ภาษาเชิง OOPs   หากเรานำเอา Refactor  มาผสมรวมกันกับ  Class และ ให้หมายความถึงการ  คิดย้อนสร้างโค้ด  ต้นกำเนิด  คือทำการ  refactor code  จนไปหา  Class บนสุดที่เป็นต้นกำเนิดเป็น DNA  ที่จะถูกใช้ผสม  หรือกลายสายพันธุ์ในวันข้างหน้า

มันจึงเป็นเรื่องเดียวกับการที่นักฟิสิกส์  มนุษย์โลกบางส่วนกำลังค้นหาต้นกำเนิดของโลก

และก็มีมนุษย์โลกอีกมาก  ที่ไม่ได้สนใจ  ไม่ได้วางแผนชีวิตว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขอย่างไร

ที่อนาคตแต่ละคนจะมีมรสุมเข้ามาหลาย ๆ ลูก 1 คน 1 ชีวิต  ไม่มีโอกาสแก้ตัวมากนักเมื่อเจอมรสุมใหญ่ๆ

วิธีการ  ที่จะบรรเทาหายนะจากมรสุมชีวิตในอนาคตที่ดี  คือการวางแผนเสียตั้งแต่วันนี้ ทั้งการวางตัว วางใจ และวางแผนในเรื่องนอกกาย เช่นการประกันภัย การไม่ประมาทในชีวิต 

เรื่องการวางแผนชีวิตเช่นนี้ยังใช้ได้กับการวางแผนเรื่อง โค้ด  กล่าวคือ  โค้ดที่ดี  จะต้องวางแผนการสร้างการพัฒนาให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยาวนาน  มีการใช้ประโยชน์จาก DNA ของบรรพบุรุษได้อย่างเต็มที่  ลดขนาดของโค้ด  เพิ่มประสิทธิภาพ  เสถียรภาพของโค้ด

iSTEE & Samong Framework จึงอาจจะเป็นเพียงเจ้าเดียว  ที่มุ่งมั่นจริงจัง  ค้นคว้าวิจัยวิธีการพัฒนาโค้ด  แบบย้อนหลัง ย้อนไปหาต้นกำเนิด โดยเอาสิ่งที่เหมือนกัน  DNA ที่เหมือนกัน  โยนกลับขึ้นไปในชั้นของ  Class ต้นกำเนิดแบบสุด ๆ  และยิ่งไปกว่านั้น  เรายังมองไปถึงการที่จะต้องทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้  ให้นักลงทุนผู้สนับสนุนอยู่รอด  ให้นักพัฒนาได้ค้นพบตนเอง  ในขณะที่การพัฒนาเพียงผิวเผินแบบเปลือกนอกทั่วไป  จะต้องเจอมรสุมในอนาคต  คือ “เจ๊ง” เพราะต้นทุนผลิต และต้นทุนบำรุงดูแลรักษา ที่สูงลิว ปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี 

พันธุกรรม  ไม่ใช่เพียงแค่พยายามหาเครื่องมือที่ดีเลิศสำเร็จรูป  ซึ่งสิ่งดีเลิศไม่มีอยู่จริง  แต่มันคือ  ทางออกหนึ่งเพื่อความสำเร็จ  ที่จะทำให้เราได้ผลิตภัณฑ์ และเจได ที่มีพลังจิตวิญญาณของการตื่นรู้

(ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต )

อย่างไร  คือ  การพัฒนาย้อนขึ้นไปหาต้นกำเนิด ??

การพัฒนาม้าศึก  12 ราศี  คือ  ตัวอย่างที่ดีที่จะใช้ประกอบ  ที่เราได้ประกาศแผนการสร้างแพลตฟอร์มจำนวน 12 แพลตฟอร์มที่จะเดินหน้าพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

ในม้าศึก 12 ราศี  หรือแพลตฟอร์มทั้ง 12  จะมีสิ่งที่เหมือนกัน  คล้ายกันจำนวนมาก   สิ่งที่เหมือนร่วมกันจำนวนมากนี้แหละ  คือสิ่งที่จะถูกผลักขึ้นไปอยู๋ในชั้น class  ต้นกำเนิดสายพันธุ์   ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราได้แพลตฟอร์มที่มีความสามารถ  ฉลาดที่สุดและใกล้เคียงกัน  โดยแต่ละแพลตฟอร์ม  มีความแตกต่างกันในเรื่องวัตถุประสงค์หรือประโยชน์เฉพาะอย่างของแต่ละแพลตฟอร์ม  เช่น  ระบบโรงพยาบาลที่มุ่งตอบโจทย์  โรงพยาบาล   ส่วนระบบบุคคล  ก็มุ่งตอบโจทย์บุคคล    โดยทั้งระบบบุคล  และระบบโรงพยาบาลก็มีหลายอย่างที่เหมือนกันที่ทำงานอยู่บื้องหลัง

หรือจะอธิบายเปรียบเทียบการสร้างแพลตฟอร์ม  12 แพลตฟอรมพร้อมๆ กัน  เข้ากับการสร้าง  Condominium Complex  เช่น เมืองทองธานี   ที่ซึ่งในตอนท้ายจะมีอาคารหลายๆ  อาคารอยู่ที่นั่น  ทั้งแบบเหมือนกัน  คล้ายกัน  และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราไปถามสถาปนิก  และวิศวกรโครงการ  ว่าท่านจะวางแผนสร้าง  complex นี้อย่างไร  ก็จะได้คำตอบกลับมาว่า  เขาจะไม่สร้างมันทีละหลังแน่นอน  กล่าวคือ  จะต้องมีการเตรียมการวางเครน  ในตำแหน่งที่สามารถเหวี่ยงไปใช้งานได้กับหลาย ๆ ตึก   เพื่อลดต้นทุนเรื่องเครน   และลดการจราจรที่หนาแน่นในโครงการ   และจะต้องไล่มาจากการตอกเสาเข็ม  สร้างคาน  รอบ่มคอนกรีตอายุคาน  และหมุนคนงาน  หมุนเครื่องจักรไปทำอย่างอื่นในจุดอื่นๆ  ตึกอื่น ๆ ในโครงการวนๆ กันไป  หากพบข้อผิดพลาดในตึกหนึ่ง  ก็สามารถเอาข้อผิดพลาดนี้ไปแก้ไขในการสร้างอีกตึกหนึ่งได้ทันท่วงที

การเตรียมการ  การวางแผนสร้างโครงการ  หรือสร้างโค้ดแบบนี้จึงจะเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลและจะเป็นการมั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้ดี

นักพัฒนาที่จะมาเขียนโค้ด  หรือสร้างเครื่องมือ  iSTEE ได้ดี  จะต้องมีความเข้าถึงอารมณ์และพลังแห่งธรรมมะ  ไม่จำเพาะว่าเป็นหลักธรรมของศาสนาใด ๆ  จากหลักความจริง  หลักธรรมชาติ  แล้วนำเอาไปใช้สร้างงาน  ระหว่างการเขียนก็ต้องฝึกพลังจิตไปด้วยตลอด  จึงมีความคุ้มค่ามากมาย  วันนี้เราไม่ได้พูดลอย ๆ แต่มี ม้าศึก  พิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามันคือแพลตฟอร์มที่ดี  มีประโยชน์  มีเสถียรภาพ
 
วิธีการคิด  การสร้างงานแบบนี้อาจจะถูกเรียกว่า “บ้าไปแล้ว”  ด้วยเหตุเพราะว่าไม่ตรงกับของฝรั่งที่เอามาให้ใช้กัน  เป็นวิธีที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อ  ซึ่งก็ห้ามปรามกันไม่ได้
ที่วิธีเดิม ๆ  เรามักจะศึกษากันแค่เปลือก  ลงไปไม่ถึงแก่น  ปัญหาไม่ใช่เรื่องของภาษาหรือเทคนิคที่เลือกใช้  แต่เป็นเรื่อง  แนวคิด  การสกัด  สาระสำคัญ แล้ววางลำดับการสร้างงานให้ถูกต้องต่างหาก
ม้าศึก  12  ราศี  จึงเป็นต้นแบบยุทธศาสตร์   สร้างต้นน้ำอุตสาหกรรม  สร้างนักพัฒนา  และพิสูจน์  Digital DNA
ขอขอบคุณที่ได้ติดตาม  บทความของเรามาโดยตลอดครับทุกท่าน  ร่วมกันทำบุญสร้างชาติ  ด้วยการแชร์บทความ  แชร์เพจให้เกิดการรับรู้แพร่หลายทั่วไทยครับ

Digital Transformation อีกครั้ง !

ทักทายสวัสดีปีใหม่กันครับ  ปีที่ท่านว่า  เผาจริง !!

มีคีย์เวิร์ดหนึ่งที่ฮิตกันมากเมื่อราวต้นปีที่แล้ว  และก็เงียบไปก่อนจะสิ้นปี  จะว่ามันดูไม่ดีก็ไม่เชิงนะ  แต่ดูเหมือนว่า เป็น  วาทกรรมดิจิทัลที่ปฏิบัติได้ไม่จริง (ในสังคมไทยแลนด์แดน 4.0)

พอพูดถึง  วาทกรรมดิจิทัล  ผมก็อดจะนึกถึงคำว่า  Enterprise Architecture  ด้วยเสมอ   คือแปลว่าจะทำเรื่อง  Digital Transformation ละก็  จำเป็นต้อง  ทำการออกแบบองค์กร  จัดองค์กรซะก่อนให้ดีๆ ว่างั้น

โดยที่บ้านเมืองนี้  มีคนรู้จริงไม่มากนัก  แต่จะหาคนที่ทำได้จบตลอดรอดฝั่งก็ยิ่งยากกันไปใหญ่

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า  ไม่เข้าใจ  หรือไม่รู้เรื่อง  แต่จะไปติดตรงที่ว่า  แล้วจะข้ามห้วยไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลได้อย่างไร

ด้วยก็เพราะว่า  องต์กรจะเป็นจะต้องมีระบบงาน  มี  ดิจิทัลแพลตฟอร์มคู่ขนาน  ที่ทำงานเป็น Virtual Platform  แน่นอนละครับว่าจะต้องมีระบบบริหารจัดการธุรกิจภายในองค์กร  เช่นว่า  ERP  อะไรทำนองนี้  อาจจะเป็นเรื่องตลาดดิจิทัล  ก็ด้วย  หรือการส่งเสริมให้ความรู้พนักงานขาย  ให้ความรู้ลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขององค์กร

ความยากก็ไปต่อจนถึง  นอกจาก  ERP ที่ต้องซื้อเขามาแล้วนี่  ฉัยทำอะไรต่อไม่ได้อีกแล้ว

อีตอนจะเอา  ERP มาใช้ก็ใช่ว่าจะปลั๊กแอนเพลย์ (Plug & Play) ซะเมื่อไหร่กัน    ต้องออกแบบวางแผนกันนานทีเดียว  เผลอๆ จะล่มเอาง่าย ๆ

ข่าวสารการโกงกันภายในของ  มหาวิทยาลัยชื่อดัง   การเบิก การกู็เงินที่ไร้ร่องรอย  ที่เป็นข่าวสาธารณะ แสดงถึงความไร้ระบบบล็อกเชน  (ฺBlockchain)  สะท้อนความล้มเหลว  การยอมสิโรราบ  เป็นการบอกว่า  มหาวิทยาลัยแห่งนี้  และหลายๆ แห่ง  ขาดเทคโนโลยีของตนเอง  จนต้องไปปรึกษาต่างชาติอีก  นี่คือความล้มเหลวของการศึกษาจริง ๆ

ก็คงไม่ต้องพูดถึง  หน่วยงานราชการครับ  ที่มักจะอาศัยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปช่วยใช้งบที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ  กันมากมาย  เงินสนับสนุน StartUp ก็มักจะไหลเข้ากระเป๋าอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นกัน  หลายโครงการของรัฐบังคับให้  ผู้รับทำโครงการจ้างอาจารย์ที่ปรึกษา  เข้าทำนอง  “ผีจูงผี”  พากันลงทะเลไปซะ

มาถึง  Depa  กับข่าวการออกโรงสนับสนุนส่งเสริม  การพัฒนา  พลังบุคลากรดิจิทัล  อะไรทำนองนั้นเป็นการให้งบ  ต่อคนหัวละ 1 ล้านบาท  และให้การส่งเสริมอบรมใน 5 ด้าน  เช่นการเขียนซอฟต์แวร์ขั้นสูง   และอีก  4 แนวทางตามลิงก์  ลิงก์ ข่าว Depa

เป้าหมาการผลิต 20,000 คน  คนละ 1 ล้านบาท  นี่มัน 2 หมื่นล้านบาท  แม่เจ้าเว้ย  ประเทศไทยจะเป็น 4.0 แล้วด้วยเงินขนาดนี้

เชื่อไหมครับ  ผมขอมาซึก  0.1 %   แค่นี้พอ  เราพร้อมจะสร้างนักพัฒนาระดับเจไดให้ได้เลย

เราเดินทางมาไกลมาก  ไกลจากวันที่เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีก่อน

Digital Transformation  โดยการสร้าง  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform)  ให้กับองค์กร  คือ  งานหลักของพวกเราไปแล้ว   งานกำลังดำเนินไปสำหรับหลายๆ องค์กร   ที่ต้องขอบคุณที่องค์กรได้เล็งเห็นถึง  แนวคิด  เห็นจิตวิญญาณของพวกเรา  ว่าเราทำเพื่อชาติ  เพื่อคนไทยจริง ๆ

 

 

อีกไม่นาน  และไม่ต้องสัญญาครับ  เราจะร่วมเป็นแนวรบสำคัญของสงคราม  Digital Transformation   และเป็นกองกำลัง  Digital Platform ที่เป็นที่นิยม

พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ  ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนเวบไซต์ของเราครับ

สมองฯ ปี 3 ขยับสู่ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม

สวัสดีปีใหม่กันครับ  พี่น้องชาวไทยทุกคน   เราหวังว่าทุกท่านคงกำลังมีความสุขกับครอบครัวและญาติมิตร

หลายท่านคงกำลังเดินทาง  ไปพักผ่อนตามที่ต่าง ๆ หรือกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน   เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัว  ก่อนที่จะกลับมาสู้ศึก  ทั้งปี  12 เดือน  12  ราศีกันในปี 2019

ปีหน้าเขาว่าเผาจริง  ทั้งเศรษฐกิจการเมือง  และโดยเฉพาะเทคโนโลยี

ที่เทคโนโลยีจะมีสารพัดไฮเทค ถาโถมเข้ามาให้เราท่องจำ  สำลักเล่นกัน  ไม่ว่าจะ  AI, Bitcoin, Blockchain , Digital Platform  สารพัดสารพัน  แต่ก็เช่นเดิม  พี่น้องชาวไทยก็ยังต้องซื้อเขากินเขาใช้กันต่อไป

ปีที่แล้วเป็นปีที่  Facebook โดนถล่มซะเหนื่อย  ทั้งประเด็นข้อมูลหลุดรั่ว  ทั้งโดยไม่เจตนา และตั้งใจให้พันธมิตรธุรกิจเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทำเงิน  (เหมือนหลายแบงค์ในบ้านเรา  ที่เน้นสร้างรายได้ให้ตนเอง  โดยไม่ค่อยสนใจชาวบ้านตาดำ ๆ )

Cryptocurrency   ก็ปั่นป่วนมากมาย  ราคาวิ่งขึ้นสุดติ่ง  และดิ่งลงสุดเหว  สลับกันไป  ให้หัวใจวายเล่นๆ 

สำหรับวงการตลาดหุ้น  นักลงทุนก็เริ่มสับสน  มองหาช่องทางใหม่ในการทำมาหากิน  VI  ไม่มีอยู่จริง  เงินหลักสิบ หลักร้อยล้าน  หายไปได้ในพริบตา

เชื่อไหมครับอะไรที่มันเคยง่าย  มันจะไม่ง่ายอีกต่อไป   ชีวิตเราๆ ก็จะยากขึ้น  จนต้องเกิดคำถามว่าแล้วจะอย่างไรต่อ

ผมก็แนะนำยากอยู่เช่นกันว่าจะให้ใครๆ ทำอย่างไรต่อ  เอาเป็นว่า  ใครทำอาชีพอะไรอยู่ก็  ให้ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย  ระวังการสร้างหนี้   ขยันทำงานทำการ  อย่าให้เจ้าของเขาเหม็นหน้าโดยไม่จำเป็น   ส่วนใครทำอาชีพอิสระ  ธุรกิจส่วนตัว  ก็เดินหน้ากันต่อไป

สำหรับพวกเรา สมองไทยแลนด์  ชาวดิจิทัลเทคโนโลยี  ปีหน้านี้จะขึ้นปีที่  3 (เมษายน)  ที่เราไม่ใช่อนุบาล 3  ไม่ใช่  ป 3  ไม่ใช่  นิสิตปี  3  แต่เป็น  นักผจญภัยในโลกดิจิทัล  ที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง  ที่ในปีที่ผ่านมาเราได้สัมผัสชีวิตจริง ๆ ของ StartUp มาเต็ม ๆ   ที่เราได้เรียนรู้ว่า   “กรุณาอย่าหวังพึ่งรัฐบาล  หรือหน่วยงานนวัตกรรมอะไรของรัฐเป็นอันขาด”  รวมทั้ง  “อย่าเผลอใจไปหาแบงค์ (ผมพูดกี่ครั้ง  ก็ยังเจ็บปวดใจไม่หาย)  เพื่อหวังการให้กู้เพื่องานนวัตกรรม   แบงค์เขาไม่เสี่ยงกับนวัตกรรมครับ  555 “

ก่อนปี 2560  รวมเป็นระยะเวลาหลายปี  ที่  CTO ของเราได้ทำการค้นคว้าวิจัยเครื่องมือ  เพื่อหวังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการซอฟต์แวร์ไทย  ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการหวังที่จะแก้ไขปัญหาให้คนไทยทั้งชาติ  (เป็นคำพูดที่ช่างกล้าหาญ บ้าบิ่นซะเหลือเกิน)  จนในปี 2560  ที่เรืยกว่าพัฒนาการด้านเครื่องมือของเราได้เดินหน้ามากว่า 95%

ปลายปี 2560  เป็นช่วงเวลาที่เราได้ทดสอบเครื่องมือ  เพื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มบนมือถือ  ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัล  ผ่านทางเวที StartUp ที่เราได้ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ให้ผู้คนได้รู้จัก  ได้รำคาญตารำคาญใจกันเล่น ๆ  ว่าไอ้พวกนี้มันทำอะไรหว่า  คุยกันนานแค่ไหนก็ไม่เคยเข้าใจ  จริงครับ  จริงที่สุด  มันเข้าใจยากจริง ๆ   จะพยายามพูดให้ง่ายยังงัยก็พูดไม่ง่ายซะที  จนกระทั่งเราก็พูดไปตามที่เราอยากจะพูดนะแหละดีที่สุด

ปี  2561  ที่เราต้องปรับตัว  เมื่อพบว่า  สิ่งแวดล้อมด้านนวัตกรรมของประเทศมันไม่เอื้ออำนวยและเป็นไปได้ยากมาก  เรียกว่า  “StartUp เกิดง่าย  โตยาก  ตายเร็ว”  เหมือนปลูกถั่วงอกประมาณนั้น  จับแช่น้ำ  เข้าแคมป์  อบรม  บ่ม คั่วสารพัดค่าย  สุดท้าย  ตายยกเข่ง

โชคดีครับ  ที่เข็มทิศ  และเครื่องยนต์กลไกของสมองไทยแลนด์  ได้ถูกเตรีบมตัวมาเพื่อต่อสู้กับสภาวะการณ์เช่นนี้จริง ๆ   สภาวะที่นักพัฒนาไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้  สภาวะที่นักพัฒนาของไทยไม่สามารถสร้างงานที่แข็งแกร่งได้

ท่านอาจจะรำคาญต่อคำครหาของเราเช่นนี้  แต่ขอโทษนะครับ  มันคือเรื่องจริง  มันจริงที่ว่า  แท้ที่จริงแล้ว  เรา (คนไทยหลายคนมาก ๆ )  ไม่สามารถสร้างงานในระดับ  world class  ที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ดี  มีขนาดใหญ่  ที่จะสร้าง  Value  ให้กับตัวมันเองและสังคมได้

และแพลตฟอร์มในตลาดดิจิทัลจำนวนมาก  ไม่ตอบโจทย์  หรือไม่คำนึงถึงประชาชนหรือผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง  แบงก์ก็ทำเพื่อแบงค์  คนเก่งบางกลุ่มก็ทำเพื่อตนเอง

ตูมเดียว  ขอยิงคำถามเข้าเป้าเลยก็คือว่า  “คนไทยได้ประโยชน์อะไรจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นบ้าง  ? ”  ก็มันไม่มีงัย  เราจึงได้เรียกมันว่า  “ล้มเหลว  4.0 “

ให้ตายเหอะ  แม้นแต่ผู้บริหารระดับประเทศ  ยังไม่เข้าใจเลย  มองไม่ออก  ไม่แม้กระทั่งจะเปิดใจรับฟัง (คือเราได้ส่งบทความต่าง ๆ ให้  ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้หลายคน  แต่การตอบสนอง  เหมือนคนถูกฉีดยาชา  และดมยาสลบ 10 แกลลอนอะไรประมาณนั้น )

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจของเรา แต่กลับให้เราต้องเร่งพัฒนางานของเราให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็ว  เพราะเราเห็นว่า  สถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่มีทางออก  มันใกล้เข้ามามากแล้ว  24 – 36   เดือนหลังจากนี้  สภาวะเศรษฐกิจ  โอกาสตลาดของเทคโนโลยีไทยจะเป็นทะเลเดือดที่ถูกถมด้วยน้ำลายต่างชาติ

ทุเรียนไทย  กล้วยไม้ไทย  ยางพาราไทย  ใครกันที่ยึดไปทำตลาด  คนไทยได้ประโยชน์จริง ๆ นะหรือ  ไหนละครับ  รัฐบาลอยู่ตรงไหน  ช่วยทำอะไรได้บ้าง

พี่น้องครับ  ผมไม่ได้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง  และจะไม่จับมือกับนักการเมือง  ไม่มีทุนใหญ่หนุนหลัง  แต่เราจะมีประชาชน  มีผมมีท่าน  เราต้องการสร้าง  ธุรกิจดิจิทัล  ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ตามเจตนารมย์ที่เราได้ประกาศมาแล้วอย่างยาวนาน  และวันนี้แพลตฟอร์มของเราได้กำเนิดเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ท่านลองนึกภาพว่า  เรากำลังสร้างตึกขนาดใหญ่จำนวนหลายตึก  กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ  ตึกเหล่านั้นจะรองรับสารพัดธุรกิจบนตึกนั้น  ดังนั้นตึกนั้นจะต้องมีรากฐานที่แข็งแรงที่จะต้องมีการเตรียม  สร้างฐานรากให้ดีเพียงพอก่อน  ต้องช่องทางการสื่อสาร  การคมนาคม  ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้เพียบพร้อม

และตึกเหล่านั้นจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายถึงกัน   และตึกเหล่านั้นทั่วไทย  คือ  ตึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะให้ประโยชน์กับคนไทย  นักธุรกิจ  และหน่วยงานรัฐและเอกชนต่าง ๆ

เราได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียน  สำหรับการรักษาพยาบาล  และอีกหลายๆ ระบบที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  แต่ก็พอจะให้ภาพคร่าว ๆ ได้ในนาม ม้าศึก 12 ราศี

ม้าศึกคืออะไร  มันคือ  แพลตฟอร์มแต่ละระบบ  แต่ความล้ำลึกของมันคือ  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง  ที่มันทำงานได้จริง  รองรับคนเป็นจำนวนมาก  จำนวนหลักล้านได้จริง  มันเชื่อมโยงกันได้จริง  ที่นักเรียนจะมีประวัติ  การเรียนและสุขภาพสอดคล้องกับประวัติในโรงพยาบาล  และผลการเรียน  การทำงานอะไรต่างๆ เหล่านี้  ที่ข้อมูลบางอย่างจะเป็นส่วนตัว  มีความปลอดภัย  ที่ข้อมูลบางอย่างจะมีเทคโนโลยี  blockchain  อยู่ข้างใน  มันจะโต และจะโผล่ออกมาให้ท่านเห็นว่า  เอ้ยนี่่มันมหัศจรรย์   ดิจิทัลแพลตฟอร์มของจริง

ปีใหม่ที่จะถึงนี้  จึงเป็นปี  แห่งการตอกย้ำเจตนา  การสร้าง  อุตสาหกรรมชิ่นส่วนซอฟต์แวร์จริง ๆ   โดยมีผลลัพธ์ออกมาในรูปของดิจิจทัลแพลตฟอร์มจำนวนไม่น้อยกว่า  12 ระบบ  และจะเกิดเครือข่ายนักพัฒนา  เกิดสหกรณ์ซอฟต์แวร์  เกิดกองทุนสมองเวนเจอร์  เกิดความร่วมมือระหว่างนักพัฒนา  นักธุรกิจ  สถาบันการศึกษา  ราชการ  และแหล่งทุน  ที่จะร่วมกันสร้างสรรวงการนวัตกรรมของไทย

มันไม่ใช่ความฝัน  มันไม่ไกลเกินเอื้อม  เพียงแต่ท่านค่อยๆ เปิดใจ  ติดตามเรื่องราวของเรา  ศึกษาบทความต่างๆ ในทุกช่องทาง  และสุดท้าย  ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจได้  และหากคุณทราบว่าขนาดของธุรกิจของ  Facebook และกูเกิล  หรือ Microsoft  มันใหญ่แค่ไหน  เราจะบอกคุณว่า  นั่นแหละคือขนาดของ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะเกิดขึ้นจากการผลักดันของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอความสำเร็จของกันและกัน  ร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมือง  สร้างสุข  สุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม

พบกับ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ม้าศึก  12  ราศี  กับเราเร็วๆ  นี้   สวัสดีปีใหม่ครับ