Samong Platform ปกป้องและเข้าใจคุณ

มีคำถามว่า  แท้ที่จริงแล้วใครร่ำรวยจากกิจการเหล่านี้    

  • StartUp หลายรายไปไม่รอด  แต่ VC ทำกำไระยะสั้นขาย StartUp เป็นช่วง ๆ หลายต่อ  แนวโน้ม  StartUp คงเป็นแค่ตำนาน
  • Samong Thailand ไม่ได้เป็น StartUp พันธุ์นั้น  หากแต่เราคือ  ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยพันธุ์แท้
  • มีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนางานวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรมซอฟต์แวร์  ให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยและเทคโนโลยีในทุกด้านได้นำเอาไปใช้งาน
  • ด้วยแอพพลิเคชั่นแรก  ที่ไม่สนุก  ไม่ทำเน้นทำกำไร  แต่ต้องรอดได้ในระยะยาว  แต่เพื่อเป็นเพื่อนคุณ  ดูแลคุณ  ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล  ความรวดเร็ว  จนเกินที่คุณจะรับมือตามลำพัง
  • ให้เราได้ดูแลคุณ  เพราะเราพร้อมจะปกป้องคุณ  Privacy ของคุณต้องมีค่าที่สุด

iSTEE & Samong Framework คือ  เครื่องมือ แนวคิด และซอฟต์แวร์  ในการพัฒนางานด้านซอฟต์แวร์  ที่พร้อมจะต่อยอดพัฒนาการไปสู่การผลิตแอพพลิเคชั่นที่มีความซับซ้อน  ที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย  ให้บริการด้วย Microservices  รองรับการใช้งาน Blockchain และพร้อมเดินหน้าสู่ AI & Robotics

RPA หรือ Robotics Process Automation คือ Virtual Robotics คือ  กระบวนการ Process Automation ที่ระบบคอมพิวเตอร์ จะจัดการงานหลายอย่างแทนคน  เป็นการะทำในเบื้องหลัง  โดยไม่มี ตัวหุ่นยนต์ให้เห็นในงาน Physical Robot ทั่วไป   

Samong Framework ทำให้ RPA  เกิดขึ้นได้

 

 

 

 

ถ้ามีวัตถุซอฟต์แวร์หรือคนหลายล้านคน ทำงานอยู่ในหน่วยความจำเครื่องหรือระบบเครือข่าย ด้านขวามือ ในแต่ระดับก็มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน หากเรานำสูตรปัญญาประดิษฐ์หรือชุดคำสั่งซอฟต์แวร์ทำงานแบบอัตโนมัติ บรรจุไว้ที่ต้นกำเนิดในระดับ Gene ด้านซ้าย ท่านนึกออกไหมว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น? วัตถุที่ทำหน้าที่คล้ายอวัยวะของร่างกาย หลายล้านชิ้นในทุกระดับที่ทำงานร่วมกันอยู่ จะมีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกันได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ในขณะที่ความสามารถของระบบจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ขึ้นอยู่กับจำนวนองค์ประกอบที่นำมาทำงานร่วมกัน จำนวนยิ่งมาก ยิ่งทวีคูณ นี่แหละ Disruption ของแท้เป็น Dynamic Disruption เปรียบเหมือน หลุมดำ ยิ่งขยาย ยิ่งแกร่ง ภาพนี้คือ โลกของ รูป และ นาม ภาพนี้คือ โลกของ จิต และ กาย ด้านซ้าย คือ โลกของคลาส และสายพันธ์ุกรรมซอฟต์แวร์ ที่จะนำไปสร้างเป็นวัตถุซอฟต์แวร์ ทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ เปรียบเหมือน แม่พิมพ์ ด้านขวา คือ โลกของวัตถุซอฟต์แวร์ ที่จำลองควบคุมการทำงานต่างๆ ทั้งส่วนคิดและส่วนความจำ ทำงานเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกัน ภาพนี้คือ โครงสร้างของของระบบเทคโนโลยีเชิงวัตถุ นวัตกรรมสมองแพลตฟอร์ม (Samong Platform) ข้อสังเกตง่ายๆ คนมีอวัยวะเหมือนกัน 32 ประการ แต่ทำงานได้มากมายแตกต่างกัน สมองแพลตฟอร์มก็เช่นเดียวกัน มีระบบภายในส่วนหนึ่งที่เปรียบเสมือนอวัยวะบางส่วนที่คล้ายกัน แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำงานได้กับธุรกิจมากมายหลายประเภท รวมถึงส่วนบุคคลด้วย

พลังขับเคลื่อน StartUp พลังขับเคลื่อน Thailand Digital Economy

ผมได้มีโอกาสฟังคลิปเปิดงาน “Digital Intelligent Nation 2018” ที่จัดโดย AIS  ตามแนบ  โดยเฉพาะช่วงการปาฐกถาเปิดงานโดยท่านรองนายกฯ  สมคิด จาตุรศรีพิทักษ์  ที่ถือว่าเป็นผู้กุมทิศทางหางเสือเศรษฐกิจยุคดิจิตัล  ที่กำกับ  ขับเคลื่อนดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิตัล ให้เกิด “Exponential GDP” ให้ได้

กล่าวคือ  ผลสัมฤทธิ์ของการใช้ ดิจิตัลเทคโนโลยีเข้าสู่กระบวนการผลิต  กระบวนการธุรกิจ  กระบวนการบริหารราชการ กระบวนการการศึกษา  จะทำให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วกว่า  “Analog GDP”  ที่อาศัยการผลิตพื้นฐาน  การเกษตรแบบดั้งเดิมมานมนาน  ยกตัวอย่างเช่น  สมาร์ทฟาร์มที่ยังเติบโตเพียงน้อนนิด  ยังมีที่ว่างสำหรับการใช้งาน IOT ในสมาร์ทฟาร์มอีกมากมาย

ท่านรองนายกได้มองและร้องขอให้ภาคเอกชนขนาดใหญ่  รวมทั้ง AIS ที่เป็นผู้จัดงานในครั้งนี้  ได้ให้การส่งเสริม  เปิดโอกาส  เปิดการแบ่งปันเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารเฉพาะกิจภายใต้การกำกับโดยตรงของรัฐ  ให้ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนา Digital Economy ตามกำลังความสามารถ  ตามขอบข่ายความรับผิดชอบ

ในด้านโครงการ EEC ได้มีการผลักดันให้มหาวิทยลัยเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม  มีการให้ Incentive กับสถานศึกษาที่สามารถปั้นส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตัลได้ดี

ท่านได้กล่าวถึงพลังของ StartUp ที่จะต้องนำเอาไอเดียใหม่ ๆ  ให้การบ่มเพาะ สนับสนุนเพื่อพัฒนานำไปสู่การปฏิบัติจริง ให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจจริง  ซื้อขายแลกเปลี่ยนจริง

ท่านกล่าวถึงการผลักดันให้สถานศึกษา  ทำการ matching demand เพื่อการของบประมาณของสถานศึกษา  ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ จะต้องปรับตัวด้านเทคโนโลยีให้มากยิ่งขึ้น   ในขณะที่มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญปัญหาเรื่องจำนวนนักศึกษาที่ลดน้อยถอยลงทุกวัน

ท่านกล่าวถึง model ของจีนที่ขับเคลื่อนด้วย  startup หัวกระบวน 3 รายของจีน Alibaba Baidoo, Tendcend  และเสริมด้วย startup นับ แสน นับล้านราย และดีมานด์ภายในประเทศ  ในประเด็นนี้  การเชื่อมโยงของ รายใหญ่ทั้ง  3 กับ StartUp รายย่อย และ ดีมานด์ของ User ในประเทศทำให้เศรษฐกิจของจีนโตขึ้นอย่างมากมาย

  • แต่ใครจะใช้พลังเทคโนโลยีอะไร  เพื่อขับเคลื่อนดิจิตัล Digital Economy
  • จุดขายของ startup คือไอเดีย  การแปรเปลี่ยนไอเดีย  ให้เป็นรูปธรรมคือ อะไร  ต้องการใช้สิ่งใด
  • VC  ที่จะสามารถช่วยบ่มเพาะ  รอเข้าซื้อหรือเข้าบ่มเพาะ  และให้การช่วยเหลือเรื่องเงิน เพื่อการทำกำไร ในการ exit จากกิจการในรอบต่อๆ ไป
  • ลำพัง VC ที่มีเพียงแต่กำลังเงินเพียงอย่างเดียว จะไม่สามารถให้การช่วยเหลือ StartUp ให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วได้

ความเป็น StartUp หรือเมล็ดพันธุ์ที่กำังจะแตกหน่อ  จึงไม่ต้องพูดถึงด้านความพร้อมในการพัฒนาชิ้นงานออกมาเอง  แค่คิดเรื่องไอเดียที่ “ว้าว”  นี่ก็ยากนักหนาแล้ว   ใช่ครับแต่ก็อาจจะมี StartUp บางรายที่จะสามารถพัฒนาได้ทั้งไอเดีย  และแปลเปลี่ยนเป็นชิ้นงานในเชิงพานิชย์ได้จริง

  • StartUp จึงต้องการเครื่องมือบางอย่าง
  • VC จึงต้องการเครื่องมือบางอย่าง
  • Thailand Digital Economy จึงต้องการเครื่องมือบางอย่าง
  • ประชาชนในยุค Digital Economy ต้องการเครื่องมือ หรือเกราะคุ้มกายใช่หรือไม่

มันคือเครื่องมืออะไร ?

เครื่องมือนั้นจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติเหล่านี้ใช่หรือไม่

  1. ช่วยพัฒนางาน  แปลงไอเดีย  สู่ธุรกิจได้เร็วที่สุด
  2. แก้ไขอัพเกรดได้ง่าย
  3. ต้นทุนการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไอเดียที่ต่ำ  ค่าใช้จ่ายในอนาคตที่รับได้
  4. เชื่อมโยง IOT เชื่อมโยงฐานข้อมูล  ได้อย่างชาญฉลาด  รวดเร็ว
  5. จดจำข้อมูลจำเพาะของบุคคลได้
  6. ช่วยวางแผน  แจ้งเตือนผู้ใช้งานได้
  7. ฯลฯ

มันคืออะไร ?

ที่มาของคลิป : https://www.prachachat.net/prachachat-hilight/news-120468

ทำไมถึงต้องเทคโนโลยี Samong

ลองจินตนาการสมองคือกลุ่มเครือข่ายที่เชื่อมโยงเอาเส้นสายประสาท  ต่อม ปุ่ม วัดความร้อนเย็น ความรู้สึกต่าง   ที่มีอยู่จำนวนมาก ๆ สมองของเรามีการจัดการอย่างไร  ที่จะต้องมีทั้งความรวดเร็ว  แยกแยะและแม่นยำ

หากจะต้องทำการพัฒนาระบบที่มีความสลับซับซ้อนเช่นนี้  ที่แต่ละระบบจะต้องทำงานแบบ Realtime  ไม่ต้องรอให้อีกภาระกิจหนึ่งทำงานสำเร็จไปก่อน  ก็จำเป็นจะต้องมีทั้งการสื่อสาร  การประมวลผล  การจดจำ  ทำงานรวมกันอย่างรวดเร็ว

เปรียบดังการสื่อสารด้วย 5G เพื่อตอบการสื่อสารที่รวดเร็ว    และการทำงานของอุปกรณ์จำพวกมือถือ  ที่ต้องทำงานอย่างรวดเร็ว  อุปกรณ์มือถือจึงต้องทำงานด้วย Native Code

การออกแบบระบบการจัดการ Samong เพื่อทำงานเปรียบเหมือนสมอง  ที่มีทั้งการคิดและการจดจำ  จึงจำเป็นต้องเกิดขึ้น  พร้อมๆ กับการเลือกภาษาที่มีความเหมาะสมที่จะให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น Native Coe

 

Samong คือเครื่องมือช่วยแก้ไขปัญหาที่กล่าวมา ลดต้นทุน ขยายโอกาสทางธุรกิจได้จากการพัฒนาระบบที่รวดเร็ว ค่าบำรุงรักษาต่ำ

นี่คือกลไกการทำกำไรด้วยเทคโนโลยีที่สำคัญ  นี่คือหัวใจเทคโนโลยีพื้นฐาน หลายสิบล้านอุปกรณ์ IoT และการขยายธุรกิจ

 

 

อธิบายการทำงานของ Samong กับ JavaVM

เขียนคำสั่งครั้งเดียว นำไปใช้งานได้ทุกที่ (Write Once Run Anywhere)
    จากความต้องการลดปัญหาการพัฒนาระบบที่ต้องนำไปใช้งานบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน จำนวนทีมงานที่ต้องมาร่วมกันทำงานจำนวนมาก จำนวนคำสั่งที่จะต้องเขียนซ้ำซ้อนกันโดยมีความแตกต่างกันในเรื่องภาษาที่ต้องแยกไปตามแพลตฟอร์ม นี่คือความต้องการส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด JavaVM  และภาษา Java ที่ถูกพัฒนาขึ้นมากเพื่อแก้ไขปัญหาและได้รับความนิยมมากในปัจจุบันอีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้งานได้ฟรี เพราะเป็นแบบ Open Sources
    ตัวของ JavaVM เปรียบเสมือนเป็นมิดเดิลแวร์ หรือตัวห่อหุ้มความหลากหลายไว้ภายใน ทำให้นักพัฒนาไม่ต้องกังวลใจในเรื่องความแตกต่างของแพลตฟอร์มต่างๆ กลายเป็นมาตรฐานการพัฒนาระบบที่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยการนำชุดคำสั่งของแอพพลิเคชั่นมาทำงานบน JavaVM ไม่ใช่ NativeCode หรือคำสั่งของซีพียู หรือคำสั่งของอุปกรณ์โดยตรง
 
ความต้องการ Native Code เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ IoT (Internet of Thing)
จำนวนของอุปกรณ์ IoT ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย มีฟังก์ชั่นและการทำงานที่แตกต่างกัน การเชื่อมโยงติดต่อสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์ แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ IoT จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ 5G ที่รองรับการรับส่งข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว หรือใช้เวลาน้อยลง
ความแตกต่างของอุปกรณ์ IoT จำเป็นจะต้องมีระบบควบคุมอีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้เป็นมาตรฐานการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ เปรียบเหมือนเป็นเครือข่ายระบบประสาทหรือระบบสมองของมนุษย์ รวมถึงระบบการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากที่มีความแตกต่างกันและมีการจำนวนข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เกิดฐานข้อมูลที่มีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น
ด้วยความเร็วของการสื่อสารทำให้ระบบต่างๆ ที่ถูกนำมาทำงานร่วมกันมีลักษณะเป็นแบบเวลาปัจจุบัน หรือ สามารถตอบสนองเหตุการณ์ได้รวดเร็วทันทีทันใจ (RealTime) มากเพิ่มขึ้น
    จากส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมโดยรวมที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ความต้องการแอพพลิเคชั่นที่มีคุณสมบัติเป็นชุดคำสั่งของซีพียูหรือชุดคำสั่งของอุปกรณ์โดยตรง (Native Code) มีความต้องการเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อตอบสนองเหตุการณ์ใช้งานได้รวดเร็วทันใจ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการทำให้ลักษณะการทำงานแบบ JavaVM ไปอยู่ในรูปของ Native Code ซึ่งเป็นแนวคิดเบื้องต้นของการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีที่เรียกว่า สมองแพลตฟอร์ม (Samong Platform) โดยมีกรอบแนวคิดว่า Samong is digital brain.
การคิด (Thinking) และความจำ (Memory) คือ องค์ประกอบสำคัญของสมอง
    เทคโนโลยี iSTEE & Samong  เราไม่ได้พูดถึงแค่ในเรื่องของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ เพราะเกือบทุกภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมปัจจุบันนี้ ก็มีคุณสมบัติของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุด้วยกันทั้งนั้น แต่เรากำลังทำความเข้าใจในอีกระดับหนึ่งของการนำเอาเทคโนโลยีการพัฒนาโปรแกรมเชิงวัตถุมาสร้างเป็นแบบจำลองของเครือข่ายระบบอัจฉริยะ (Intelligent System Network)
    เราไม่ได้ใช้ต้นแบบการจำลองอะไรที่ซับซ้อนเพียงแค่นำเอาระบบสมองของมนุษย์มาเป็นต้นแบบที่ใช้ในการศึกษา ก็พบว่าองค์ประกอบสำคัญก็มี 2 ส่วนสำคัญคือ ความสามารถในการประมวลผลของสมอง และ สามารถในการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมาก เรียกโดยย่อๆ ว่า การคิด (Thinking) และ ความจำ (Memory)
    iSTEE & Samong เลือกใช้เดลไฟ (Delphi) ในการพัฒนาเพื่อต้องการนำเอาคุณสมบัติ Native Code มาใช้งานทำให้ การคิด มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำงานรวดเร็ว อีกทั้งเดลไฟ มีคุณสมบัติและเครื่องมือที่ง่ายในการใช้งานระบบฐานข้อมูลที่สะดวกรวดเร็วและหลากหลาย ทำให้แอพพลิเคชั่น มีความสามารถในเรื่องความจำได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำงานได้สะดวกรวดเร็ว
ลำพังแค่คุณสมบัติการคิดและความจำนั้น ไม่เพียงพอที่จะตอบสนองการพัฒนาระบบที่มีองค์ประกอบซับซ้อนขนาดใหญ่ซึ่งมีระบบและปริมาณข้อมูลจำนวนมาก หลากหลายชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจำเป็นต้องเจาะลึกลงไปในรายละเอียดระดับเซลล์หรือระดับดีเอ็นเอหรือระดับสายพันธุกรรมของร่างกาย ในแง่ของเทคโนโลยีนั้นเรากำลังพูดถึงเรื่องของการออกแบบคลาสของวัตถุหรือคลาสของชิ้นส่วน หรือสายพันธุกรรม โดยเรียกชื่อแนวคิดนวัตกรรมนี้ว่า iSTEE Technology ที่นำมาใช้เป็นแกนพัฒนา Samong Platform
Native Code คือคำสั่งของซีพียูหรืออุปกรณ์ โดยตรงไม่ต้องใช้ตัวแปลงคำสั่ง มันก็เป็นเหมือนธรรมชาติความคิดและความจำ มีประจำตัวในทุกเซลล์ร่างกายของคนเรา นี่คือเหตุผลการเลือกเส้นทางของ Native Code
ในทุกเซลล์ที่มีการคิดและความจำรวมอยู่ด้วยกัน ก็คือคุณสมบัติพื้นฐานของแนวคิด MicroServices
ทำให้ Samong มีคุณลักษณะ MicroService Inside MicroService ไปโดยธรรมชาติ