+66-91-698-2616
131 M 11 Bangrakpattana Nonthaburi

Author archives:

จิ๊กซอว์ ทิศทาง Digital Thailand

องค์ประกอบนวัตกรรม  จำเป็นต้องประกอบด้วย  แนวคิด  เครื่องมือ  และการขับเคลื่อนที่ใช่ 
โดยเริ่มต้นที่แนวคิดที่ใช่  แล้วค่อยถามหาเครื่องมือ และการขับเคลื่อน
กลับมามอง  แนวคิด  การขับเคลื่อนประเทศไทย  หรือ การ Digital Thailand  ที่จะทำให้เป็นประเทศแห่ง  ดิจิทัล
โดยใช้องค์ประกอบข้างบนมาถามว่า  จะ Digital Thailand  ได้อย่างไร ?  แนวคิด  เครื่องมือ  และ การขับเคลื่อน  คืออะไร ?
 …
ภาพนี้เป็นภาพจากเวบไซต์  http://zdnet.com/blog/hinchcliffe   by Dian Hinchcliffe  เป็นภาพการเปรียบเทียบให้เห็นถึงลักษณะองค์กรในปัจจุบัน  และองค์กรแห่งอนาคตอันใกล้
 …
ภาพด้านซ้าย  คือภาพองค์กรในปัจจุบัน   ที่มี  ลักษณะ  6 ประการ
  1. มีหน่วยงานที่เป็นเหมือน  Data Center  ต่างคนต่างเก็บ
  2. มีกระบวนการทำงานแบบ  Water Fall ไปตามขั้นตอน  ที่ใช้เวลามากยาวนาน  เพื่อการพัฒนาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  3. และมีโครงสร้างองค์กร แบบ  Silos  คือแนวคิดต่างคนต่างอยู่  คนละถัง
  4. การมอง  IT เป็นเรื่องหน่วยงาน  ที่สร้างภาระต้นทุน
  5. และมีการพัฒนาแบบค่อย ๆ เป็นไปตามขั้นตอน เอา process เป็นตัวขับเคลื่อน
  6. และเน้นไปที่การปฏิบัติการ Operation ของหน่วยงานนั้น
ซึ่งในสภาพเช่นนั้น  จุดมั่งหมายขององค์กรก็จะไปในทิศทางดังนี้
  • Automation of Business   เน้นความเป็นอัตโนมัติของธุรกิจ
  • Operation and Functional Silos  เป็น Silo ที่มีหน้าที่ทำงานเฉพาะอย่าง
  • Legacy Business Models  รูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิม
  • Discrete, Separate Touchpoints  ขาดความต่อเนื่อง
  • System of Record  เป็นระบบแห่วการจัดเก็บข้อมูล  บันทึก
  • Irregular,Periodic Change   องค์กรมีการปรับเปลี่ยนพันาตามกระแส  ไม่ต่อเนื่อง  ไฟไหม้ฟาง
  • Emphasis on Service Delivery  เน้นในเรื่องการส่งมอบการบริการ
  • Centralized IT  และถือว่า IT เป็นเรื่องของส่วนกลาง  ฝากไว้ที่ส่วนไอทีให้ทำหน้าที่เฉพาะ
 ส่วนภาพด้านขวา  คือ  สถานการณ์ใหม่  ที่หลายคนพูดกันและต้องการจะไปให้ถึง
ในสภาวะที่
  1. มีการทำงานประมวลผลบนระบบ Cloud
  2. มีการพัฒนาที่จะต้องเป็นแบบ  Lean  Agile DevOps
  3. มีสภาพการทำงานที่ต่างเป็นสิ่งแวดล้อมที่เกื้อหนุนกันให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไร้รอยต่อ  Ecosystem
  4. มองว่า IT  คือ แหล่งศูนย์กลางในการสร้างรายได้  IT for Revenue
  5. มีการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล  Data Driven
  6. เป็นกระบวนการที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง  Change Processs
 ก็จะเป็นสภาวะที่  องค์กรจะมุ่งเป้าไปที่ ;
  • กระบวนการแปรรูปธุรกิจด้วยกลไกทางดิจิทัล  Digitization Transformation of Business
  • มุ่งเป้าไปที่  Customers, Products และข้อมูล Data  ให้ความสำคัญ เห็นคุณค่าของข้อมูล
  • มีโมเดลการทำธุรกิจแบบ ดิจิทัล  Digital Business Models
  • มีการเข้าถึง  เชื่อมต่อ  กับทุกส่วนอย่างไร้ รอยต่อ  Seamless OmniChannel
  • เป็นระบบแห่งการมีส่วนร่วม  Systems of engagement
  • ทุกอย่าง  ทุกระบบจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  Continuous Everything
  • ส่งเสริม  สร้างสรรประสบการณ์แบบดิจิทัล  Emphasis on Digital Experience
  • และให้ทุกคน  คือ  IT  เป็นไอทีแบบกระจาย  Decentralized IT (everyone is in IT)
กลที่สำคัญในระหว่างการเคลื่อนไปสู่สภาวะใหม่นั้น  คือ  ส่วนกลาง   คือ  กระบวนการ  Transform  หรือ  state ของ  Digital Transformation  ที่ประกอบไปด้วย
  • Change Platform and Model  เป็นการตัดสินใจเลือกว่าจะต้องถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง และเลือกรูปแบบ  วิธีการเปลี่ยนแปลง
  • target IT platform(s) for Transformation  และเลือกกลุ่มงาน ไอที  ที่จะต้องทำการปรับเปลี่ยนพัฒนา
  • change agent at center + edge  และดำเนินการพัฒนาเปลี่ยนแปลง  ทั้งในส่วนกลาง  และรอบด้าน

คุณค่า  โดยสรุปรวมขององค์กรยุคใหม่  คือ  องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล  เพื่อการปรับเปลี่ยนพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากข้อมูล  ที่ต้องทำการประมวลผลกันบนระบบ Cloud  ที่ทุกส่วนงานเชื่อมถึงกันได้อย่างรวดเร็ว  ทั่วถึงทุกช่องทาง

ความพยายามของพวกเรา  ในการผลักดันให้เกิดการรวม  Data  ด้วยวิธีการ  IOT  และการทำงานร่วมกัน  Collaborative  จากบรรดาผู้สนใจในแวดวง  คือ องค์กรแบบผสมผสาน  มีการทำงานร่วมกันแบบออนไลน์  แชร์ข้อมูลไอโอที  เข้าสู่แพลตฟอร์ม  Cloud computing  และ  เรากำลังจะเคลื่อนไปสู่ระบบ  Samong Ecosystem  ที่จะมีความสามารถในการเชื่อมโยงเซลเล็กเซลน้อย  เข้าถึงกันแบบ  Omnichannel  และนั่นคือ  Digital Enterprise  และมันคือ  Digital Thailand  เพราะแนวคิด  วิธีการและ  Ecosystem  มันจะพัฒนาไปอย่างอัตโนมัติ  ด้วยพลังความร่วมมือของทุกคน
  • Samong.IOT  คือ  ความพยายามเชื่อมต่อเชื่อมโยงไปสู่  SmartCity  เพื่อการก่อตัวรวบรวม  Data  เป็น  Data driven
  • ม้าศึก  12 แพลตฟอร์ม  คือ  Cloud Computing ในทุกด้าน และยังขยายตัวได้อีก ไม่สิ้นสุด  ที่จะเต็มไปด้วยนักพัฒนา  สร้างงานอาชีพ รายได้ให้กับสังคม
  • Samong Ecosystem  คือ นวัตกรรมสิ่งแวดล้อมใหม่  ตามกรอบแนวคิด  ที่เต็มไปด้วยความเพียบพร้อม  และเป็นจริงได้  ระบบที่มีเทคโนโลยีที่ผ่านการวิจัยและวางกรอบไว้แล้ว และก่อตัวเกิดขึ้นแล้ว
ย้อนมาที่  การขับเคลื่อนของประเทศไทย  รูปธรรม  รูปแบบ  และเครื่องมือที่สำคัญคืออะไร  ?  องค์กรที่รับผิดชอบชัดเจนคือใคร  และมีคำถามมากมาย
  • แนวคิดที่ใช่  จึงต้องตอบคำถามว่า  จะเป็นการเลือกภาพด้านขวาหรือด้านซ้าย ?
  • เครื่องมือที่ใช่   คือ  การจะต้องเลือกว่า  จะลอกวิธีใครเขามา  หรือนั่งสมาธิ  ตั้งสติไตร่ตรอง  ว่าประเทศเรามีอะไรดี  ต้องการอะไร  ขาดอะไร ?
  • และการขับเคลื่อนที่ใช่  คือ  อะไร  คือการให้คนไม่เข้าใจเรื่องราวนำหน้า  หรือการไปจับมือคนนั้น  คนนี้รายวัน  หรือให้ฝรั่งนำหน้า  การใช้การพึ่งพา  เครื่องมือฝรั่ง  แล้วเราจะออกจากกรอบเดิมได้อย่างไร ?
  • งบประมาณที่รัฐทุ่มเทไป ในการสร้าง  event  ในการสร้าง  Ecosystem  จะทำให้เกิดการจ้างงาน  สร้างงานจริงจังแค่ไหน  จะส่งผลให้องค์กรธุรกิจ  แข็งแรง  เป็นองค์กรยุคใหม่ได้จริงไหม ?
ลองมาเปิดพิมพ์เขียวประเทศไทย  4.0  มีเรื่องราวที่คล้ายกัน  และดูเหมือนรัฐ ยังขาด หลายเรื่อง และรอจิ๊กซอว์  ตัวสำคัญ  และสิ่งนั้น  คือเครื่องมือ
จะผิดไหม  หากจะกล่าวว่า  Samong Ecosystem คือ  Digital Enterprise  และมันคือ แนวคิด  และเครื่องมือขับเคลื่อน  Digital Thailand
ส่วนพลังการขับเคลื่อนของจริง  ต้องอาศัยอำนาจการบริหารประเทศ
…  หรือจะเรียกว่า  Samong Thailand  คือ  Digital Thailand  ได้หรือไม่ ??
…  Samong Ecosystem  ที่จะตอบโจทย์เพื่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้ทันเหตุการณ์ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมปรับเปลี่ยน ต่อยอดได้อย่างต่อเนื่องยั่งยืน

เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ เราทำ !!

” โครงการ ที่ใหญ่พอ…  จะดึงดูดทรัพยากรมาได้!
โครงการเล็ก Disruption ทีเดียวเจ๊ง
คุณค่าที่ส่งมอบ..ให้ตลาดที่มากพอ  คือการเติบโต “

ข้อความข้างบนนี้ ผมได้มาจากกูรู  นักพัฒนา  นักฝัน  นักนวัตกรรมท่านนึง

“เล็กๆ  ไม่  ใหญ่ ๆ เราทำ”  หลายท่านคงจะคุ้นหูเป็นอย่างดี   เป็นของเครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อหนึ่ง

พวกเรา  สมอง ไทยแลนด์  ก็เช่นกัน  คิดใหญ่  ทำใหญ่  จริงๆ  ครับ

เราเชื่อว่า  “โครงการ  ที่ใหญ่พอ  จึงจะดึงดูด  ทรัพยากรมาได้”    ก็แน่ละครับ  หากไม่ใหญ่ทั้งแนวคิด  ทั้งขนาดธุรกิจ  ก็คงยากที่ใครจะมาร่วมหอด้วย  หรือถ้าคิดใหญ่แต่ไม่เป็นสัปปะรด  หรือเป็นไปไม่ได้  ไม่มีของดีจริง  ก็ไม่เกิดเช่นกัน

“โครงการเล็ก  Disruption ทีเดียวเจ๊ง”  นี่ก็ใช่อีก   ลองนึกถึงธุรกิจอะไรก็ได้  ที่มันง่าย  ไม่มีเทคโนโลยีอะไรที่ลึกลับซับซ้อน  มันก็จะโดนกอปปี้ง่าย  ทำเงินได้ขายได้แปปเดียว  พรุ่งนี้ก็มีคู่แข่ง  แม้นแต่ในแวดวงเทคโนโลยีเองก็เช่นกัน  เช่น  กลุ่มธุรกิจให้บริการทำเวบไซต์  ทำเวบ e-commerce   นี่  ตอนนี้เหนื่อยหนัก  มีคู่แข่ง ออกมาถล่มเยอะแยะ โดยเฉพาะพี่ใหญ่อย่าง  Alibaba  Lazada Shopee  ที่แข่งกันไป  เจ็บกันไป  จะประสาอะไรกับรายเล็ก ๆ

“คุณค่าที่ส่งมอบ  ให้ตลาดที่มากพอ  คือ  การเติบโต”

ตรงนี้คืออะไร  คุณค่าคืออะไร  ตลาดคืออะไร   การเติบโ๖คืออะไร

  • คุณค่า  เช่น  ใช้ง่าย  ใช้ดี  ถูก  คุ้มค้า  ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น  ช่วยให้ต้นทุนต่ำลง  ช่วยให้ขายดีขึ้น  ช่วยให้ยั่งยืน
  • ตลาด  เช่น  สังคม  ประชาชนทุกคน  ทุกฝ่าย  ธุรกิจทั้งหมด  อุตสาหกรรมทุกด้าน
  • การเติบโต  คือ  ความแข็งแรงของเราเอง  ที่มีตลาดเกื้อหนุน  สนับสนุนกันไป  โตกันไป  ช่วยเหลือ  แบ่งปัน  ปกป้อง  เข้าใจคุณ

และจะต้อง  “สามัคคี พึ่งตนเอง แบ่งปัน”

เอ้ยนี่มันแนวคิด  ของสมองไทยแลนด์เป๊ะเลย  เลยลอกเอาแนวคิดข้างต้น  มาวางไว้ ณ ที่นี้เลย

หากท่านสนใจอย่ารอช้า  ติดต่อสอบถามกันมาว่าคุณทำอะไรกันอยู่  จะเอาด้วยคนได้หรือไม่

ส่งข้อความแสดงความสนใจกันมาเลยครับ

Contact Us
First
Last

อนาคตเศรษฐกิจไทย

สวัสดีครับทุกท่าน

น่าเป็นห่วงกับข่าวคราว  ประเทศมหาอำนาจ  ประกาศทำนาข้าวในพื้นที่ที่ไม่น่าจะปลูกข้าวได้  จากที่ไม่เคยทำแต่ต่อไปจะกลายเป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ป้อนตลาดโลก  และจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตเดิมอย่างประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ไหนจะข้าว  ไหนจะทุเรียน  ไหนจะปาล์ม  แทบทุก ๆ อย่างที่เราเคยเป็นผู้นำ  อีกไม่ช้า  เราอาจจะไม่มีโอกาสส่งออกกันอีกเลย  แล้วเราจะมีมาตรการป้องกันอย่างไร  ใครที่ไหนจะช่วยแก้ไขปัญหาในอนาคตให้คนไทยได้

นอกจากการเกษตรแล้ว  เรายังมีเรื่องการท่องเที่ยว  การบริการและอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ที่อุตสาหกรรมหลายอย่าง  ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีของเราเอง

เรามีรัฐบาล  เรามีกองทัพ  เรามีนักวิชาการ  เรามีกระทรวงทบวงกรมต่างๆ  ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทให้การช่วยเหลือตามหน้าที่กันไป

สำหรับเกษตรกรเองจำเป็นจะต้องช่วยเหลือตัวเองเช่นกัน  ทำอย่างไรจึงจะให้ต้นทุนการผลิตต่ำสุด  ได้ผลผลิตสูงสุด  มีคุณภาพดี

คำตอบคือ  ต้องใช้หลักวิชาการ  ใช้เทคโนโลยี  ใช้พลังงานอย่างประหยัด

ชาวสวนทุเรียน  จะต้องมีการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ  จะต้องมีการเก็บผลผลิตตรงกับช่วงเวลาที่เหมาะสม  จะต้องมีช่องทางไปถึงผู้บริโภคได้ง่าย  รัฐบาลต้องมีส่วนช่วยในการต่อรอง  ในการเปิดช่องทาง  การบริการขนส่ง

ชาวสวนปาล์ม  จะต้องมีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของปาล์มในแต่ละช่วง  มีการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม  มีการตรวจวัดการเจริญเติบโตที่ดี

ชาวนา  ก็จะต้องมีความรู้  มีการใช้เครื่องจักร  มีการกำจัดแมลง  มีการใช้น้ำ  มีน้ำให้ใช้อย่างเพียงพอ  มีเครื่องจักร  เกี่ยวข้าวที่ราคาถูก

….

สำหรับประชากรที่มีงานอาชีพอยู่ในภาคบริการ  ก็ต้องมีทักษะการบริหาร  มีช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้ง่าย  มีค่าบริการที่เหมาะสม

สำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายภาคอุตสาหกรรมก็ยิ่งจะต้องใช้เทคโนโลยีมากมายหลายด้าน  โดยเฉพาะในสายการผลิต  การมีเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม  เครื่องจักรที่มีสภ่าพดี  มีการใช้พลังงานต่ำ

เหล่านี้  เป็นตัน  ที่จะเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องมีการวัด การตรวจสอบกระบวนการ  กิจกรรมการผลิต การบริการ  เพื่อให้แน่ใจว่า  คุณภาพ  ปริมาณ  และผลผลิตที่ดีเสมอ

  • ธุรกิจการผลิตและบริการต้องการ  ERP
  • เกษตรกรต้องการฟาร์มอัจฉริยะ
  • บริกร  ต้องการแอพสำหรับการส่งเสริมช่องทาง
  • ทุกผลิตภัณฑ์ต้องการสถานที่ ช่องทางในการขาย
  • การแข่งขัน  ทำให้  รอไม่ได้  ต้องเร่งรัดบทบาท  กิจกรรม  ให้เกิดการสร้างสรร  สิ่งที่จำเป็นให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดและมีคุณภ่าพ

จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่มาก ๆ สำหรับรัฐบาลและคนไทยทุกคน  ที่จะต้องช่วยกัน

  • Product – นวัตกรรมใหม่
  • Price – เท่าทุน หรือต่ำกว่าทุน
  • Place – Online
  • Promotion – ทุกวัน

เหล่านี้  คือ  ตัวอย่างแนวคิดที่จะต้องคิดใหม่ทำใหม่  และทำเร็วทำแรง  ทำจริง

สวัสดีประเทศไทย

ทิศทาง ประเทศไทย “ตู่ 4.0”

ผ่านกันไปกับการแถลงนโยบายรัฐบาล  ตู่ 4.0  หรือ  ตู่สมัย 2

ที่การอภิปรายข้ามวันข้ามคืน  และยังคงไว้ซึ่งความเป็นสภาไทย  ที่เต็มไปศึกเจ้าสำนวนโวหาร   สำหรับคนที่ไม่สันทัดก็นั่งหลับกันไป

รอบนี้ก็มี  สส แจ้งเกิด  กันพอสมควร  และ  สส  รุ่น  หลวงพ่อ คสช ก็ไม่ยอมให้เสียเครดิต

วาทะกระดุม  5  เม็ด ทำให้ได้  คุณพิธา  ฯ ได้ใจเกษตรกรไปเต็มๆ  ไม่เว้นนักธุรกิจ  ข้าราชการ  หรือแม้นแต่นักการเมืองด้วยกัน  ที่การอภิปรายรอบนี้  ทำให้ทุกคนตาสว่างว่าปัญหาของเกษตรกรไทย  คือ อะไร    และควรจะต้องเริ่มแก้ไขที่ตรงไหน

การเข้าถึงโอกาส  การเข้าถึงแหล่งเงินเป็นเรื่องยาก  แต่เป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้มีสินทรัพย์   เกษตรกรจึงได้แต่แหล่งทุนดอกเบี้ยแพง  ในขณะที่คนร่ำรวยได้แหล่งทุนที่แสนถูก  นี่คือ  ความผิดปกติ  ที่ไม่มีใครอยากแก้ให้เบ็ดเสร็จ

และเพื่อไม่ให้เสียหน้า  ท่านรองฯ นายก  ก็ บรรยายวิชาเศรษฐศาสตร์  ชาติไทย  ให้  ทุกคนต้องอ้าปากค้าง

มาฝั่งท่าน  รมต  ศึกษา  คุณหญิงกัลยา  โสภณพานิช   ก็ไม่ยอมตกเทรนด์   เปิดหลักสูตรการ Coding ตั้งแต่ประถมกันเลย  สุดเท่ห์  กับ Coding แบบไม่ต้องใช้จอคอมพิวเตอร์  จนเป็น  Talk of The Town กันไปเลย  ว่าจะโค้ดยังงัยฟะ !

ส่วนทางด้าน รมต  ดิจิทัล  ผมจำไม่ได้ครับว่าท่านว่าอะไร  แต่ผมภาวนาเสียว่า  ขอให้ท่านโชคดี

….

ข่าวคราว  ราคาสินค้าเกษตรกรรม  ขึ้นลง  เหมือน ตลาดหุ้น  เหมือน  BitCoin   เพราะความผิดปกติของการบริหาร (มีท่าน อดีต รมตร  ท่านหนึ่งออกมายอมรับทางช่องฯ แห่งหนึ่ง) มีที่ไหนครับ  ราคาปาล์มน้ำมันขึ้นลงพรวดพราดในสองสามวัน  ตกลงน้ำมันหมดสต็อก  หรือล้นสต็อก  หรือ “สต็อกของกูหมด”

ใครคือเพื่อนแท้เกษตรกร  ที่จะมอบความจริงใจ  ให้ต้นทุนที่ถูก  ให้เข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำ

เกษตรกร  จึงต้องพึ่งพาตนเอง  ช่วยเหลือตนเอง  สร้างเครดิตเอง  สร้างแหล่งทุนเอง

ช่องทางเดียวที่จะให้เกษตรกรเข้มแข็ง  คือ  การใช้สื่อดิจิทัล  เพื่อรับความรู้ความเข้าใจ   เพื่อสร้าง  เครดิตจากกิจกรรมของตนเอง  บนแพลตฟอร์มเกษตรกรรม

แพลตฟอร์มที่ช่วยเกษตรกรทำบัญชีครัวเรือนอย่างง่ายดาย  แพลตฟอร์มที่ช่วยออมเงิน และประกันตนเอง  แพลตฟอร์มที่เป็นตลาดออนไลน์ และเป็นแพลตฟอ์มวิชาการเข้มข้น

สมอง  ไทยแลนด์  แบรนด์นี้อีกแล้วจ้า  เราคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว  และกำลังสร้างแพลตฟอร์มแบบนี้  ให้เกษตรกรใช้งานฟรีทั่วไทย

แต่ต้องอดใจรอกันหน่อยครับ  ทีมงานพัฒนากำลังปั่นๆ  กันสุดชีวิต

Opendata Contest

กติกา รุ่นผู้ประกอบการ

กิจกรรมการแข่งขัน Thailand Data Innovation Awards, DIA by DGA

 

เปิดรับ บุคคลธรรมดาทั่วไป หรือนิติบุคคลจดทะเบียน นำเสนอผลงาน โครงการพัฒนานวัตกรรม นวัตกรรมที่กำลังพัฒนา หรือพัฒนาสำเร็จแล้ว โดยชิ้นงานนั้นจะต้องแสดงให้เห็น ถึงการออกแบบระบบ เทคนิค ประโยชน์ของการนำไปใช้อย่างชัดเจน

นำเสนอความคิดของนวัตกรรมในรูปแบบของแผนธุรกิจ ประกอบด้วยแนวคิดที่ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ ทั้งงานเทคนิค เทคโนโลยี การตลาด และการลงทุน เมื่อผ่านเข้ารอบจึงพัฒนาเป็น Prototype ที่สามารถนำไปสร้าง Business Model ได้จริงต่อไป หรือ เป็นการนำเสนอผลงาน หรือ นวัตกรรม ที่กำลังพัฒนา หรือ พัฒนาสำเร็จแล้ว และนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ พร้อมแผนการพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

 

หัวข้อการประกวด

 

หมวดที่ รายละเอียด
หมวดที่ 1
รัฐบาลดิจิทัล
ครอบคลุมถึงการนำข้อมูลเปิด (Open Data) มาใช้ในการพัฒนาเป็นแนวความคิด หรือนวัตกรรม และกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) การบูรณาการข้อมูลภาครัฐ การยืนยันตัวตนและจัดการสิทธิหรือหัวข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา)
หมวดที่ 2
คุณภาพชีวิตที่ดี
ครอบคลุมถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งกาย จิตใจ สังคม และปัญญา มิใช่เพียงการปราศจากโรคหรือ ความพิการ หรือมีสุขภาวะยั่งยืน (เทคโนโลยีการแพทย์, สาธารณสุข และสุขภาพที่ดีของประชาชน, สวัสดิการประชาชน สังคมผู้สูงอายุ, การป้องกันโรคระบาด, หรือหัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (แล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา))

 

การแข่งขัน Thailand Data Innovation Awards ,DIA by DGA

แบ่งเป็น 2 รอบ

• รอบ Idea Proposal การคัดเลือกข้อเสนอโครงการ (Idea Proposal) Proposal ประกอบด้วย
• ข้อมูลผู้ประกวด
• ข้อมูลผลงาน
• แผนงานละเอียด

• รอบ Final Pitch หรือ การนำเสนอผลงาน (Prototype) นำเสนอโครงการและความเป็นไปได้ของผลงานด้วยตนเอง ต่อคณะกรรมการตัดสิน

 


รางวัล

  • • ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประกวด Asia Open Data Partnership
  • • โอกาสการต่อยอดทางธุรกิจ (Business Opportunity) กับหน่วยงานภาครัฐ
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน โล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 100,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 70,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับโล่เกียรติคุณ เกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุน เป็นจำนวนมูลค่า 50,000 บาท
  • • ทีมที่ได้รับรางวัลชมเชย จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุน เป็นจำนวนมูลค่า รางวัลละ 15,000 บาท
  • • รางวัลพิเศษ ด้านการออกแบบยอดเยี่ยม จะได้รับเกียรติบัตร พร้อมทุนสนับสนุนเป็นจำนวนมูลค่า 10,000 บาท

เงื่อนไขในการสมัครเข้าร่วมแข่งขัน

  • • ผู้สมัคร 1 ทีม สามารถส่งผลงานได้ไม่เกิน 2 ผลงาน
  • • ผลงานที่นำเสนอจะต้องเป็นผลงานที่ไม่ได้ลอกเลียนแนวคิดมาจากที่ใด หรือละเมิดลิขสิทธิ์จากผลงานอื่นๆ
  • • ผู้สมัครสามารถค้นหาชุดข้อมูลจาก data.go.th เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลสำหรับการประกวดได้
  • • กรณีผลงานผ่านการประกวดอื่นๆ มาแล้ว ผู้ประกวดสามารถนำผลงานนั้นเข้าร่วมประกวดในโครงการนี้ได้อีก แต่ต้องไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน
  • • กรณีผลงานเคยได้รับรางวัลจากการประกวดอื่นๆ มาแล้ว หรือ เผยแพร่ หรือ ผ่านการติดตั้งบน Store หรือเปิดใช้บริการเกิดผลประโยชน์ในแง่ธุรกิจแล้ว จะอนุญาตให้ร่วมประกวดได้ โดยมีเงื่อนไขคือ ขอให้ต่อยอดพัฒนาผลงานเพิ่มเติมใหม่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และให้เขียนรายงานเปรียบเทียบข้อแตกต่างผลงานก่อนและหลัง เช่น ผ่านประกวดเวทีไหน ได้รางวัลหรือไม่ เมื่อไหร่ หรือ เพิ่ม feature อะไรใหม่บ้าง มีความแตกต่าง ต่อยอด หรือเพิ่มประโยชน์หรือคุณสมบัติด้านเทคนิค หรือการใช้งานอื่นๆ มาประกอบด้วยให้คณะกรรมการทราบด้วยเงื่อนไขการประกวด

เงื่อนไขการประกวด

 

  • • คำตัดสินของคณะกรรมการถือว่าเป็นอันสิ้นสุด
  • • ข้อมูลเกี่ยวกับผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะถูกเก็บเป็นความลับทางการค้า รายละเอียดด้านเทคนิค และข้อสัญญาการค้าเทคนิค/ข้อสัญญา โดยจะเปิดเผยเฉพาะกับทีมงานสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และคณะกรรมการ ซึ่งได้ลงนามหนังสือปกปิดความลับเท่านั้น
  • • ในระหว่างการพิจารณาผลงาน ท่านอนุญาตให้ทางเราติดต่อเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับ ผลงานตามที่อยู่ที่ท่านให้ในใบสมัคร
  • • ท่านอนุญาตให้ สพร. เผยแพร่ผลงานของท่านเพื่อเป็นวิทยาทานโดยทางทีมงานจะทำการประชาสัมพันธ์ ผลงานของท่านในเรื่องของข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับความลับทางการค้า ทางเทคนิค หรือ ข้อสัญญาใดๆ ที่ท่านมีภาระ ผูกพันอยู่กับหน่วยงานอื่นทีมงาน สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่อนุญาตให้ผลงานของท่านเข้าประกวด ในกรณีที่ทีมงานเห็นว่าผลงานที่ส่งเข้าประกวดไม่เหมาะสมกับการแข่งขันครั้งนี้

 

เงื่อนไขการถือกรรมสิทธ์

 

  • 1.ท่านต้องเป็นเจ้าของผลงาน หรือ ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน ในการส่งเข้าประกวด รวมถึงส่วนประกอบของผลงานและเนื้อหา ต้องไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายทั้งหมด
  • 2.ผลงานแนวคิดทุกผลงานทุกรอบ จะถือเป็นลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ของผู้ประกวด
  • 3.หากบุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใดในผลงานที่ได้รับรางวัล ทางคณะกรรมการพิจารณาผลขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกคืนรางวัลที่ได้รับสำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามข้อกล่าวอ้าง
  • 4.ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อค่าเสียหายใดๆ อันเกิดจากการการที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องได้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใดในผลงานที่ได้รับรางวัล สำหรับกรณีที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงตามข้อกล่าวอ้าง

ผู้ผ่านเข้ารอบโครงการประกวดนวัตกรรมข้อมูลเปิดภาครัฐ

 

ทีมที่ผ่านรอบ Idea Proposal (รุ่นผู้ประกอบการ) จำนวน 10 ผลงาน

ขอแสดงความยินดีกับ 10 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบของโครงการประกวดนวัตกรรมข้อมูลเปิดภาครัฐ

 

ชื่อทีม ชื่อผลงาน สถานศึกษา/สถาบัน/องค์กร
Ai Agent Ai Agent Innovation Design and Outsorcing co., ltd.
Black Cat AI วิเคราะห์สภาพการจราจรจากกล้อง CCTV ด้วย Deep Learning บุคคลธรรมดาทั่วไป
EatableTax Platform EatableTax Platform Epic Consulting
G-SAMONG สติดิจิทัล G-SAMONG สติดิจิทัล ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะเพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเปิดภาครัฐ สมองซอฟต์แวร์
HealthSmile PrimaCheck by Health Smile : Smart Algorthm for Health Checkup เฮลท์สไมล์
IRA : Intelligent Reliable Assistant ระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพและประกันภัย IRA Innovation
Prompt Pai พร้อมไป (Prompt Pai) บริษัท เมตามีเดีย เทคโนโลยี จำกัด
SenseMaking การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบฐานข้อมูลเพื่อการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data SenseMaking
Tourwat Tourwat Khaopun Community Co., Ltd.
ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) เค.จี. แอนด์ แพทริค

*รายชื่อทีมที่แสดงไม่ได้เรียงตามลำดับผลคะแนน

*การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

ประกาศผลทีมที่ได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันกิจกรรม Asia Open Data Challenge

 

ทีมที่ผ่านรอบ Idea Proposal (รุ่นผู้ประกอบการ) จำนวน 20 ผลงาน

ขอแสดงความยินดีกับ 20 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบของโครงการ Asia Open Data Challenge

 

ชื่อทีม ชื่อผลงาน สถานศึกษา/สถาบัน/องค์กร
AcciPrompt AcciPrompt วอทเอฟเวอร์ มาร์เกตติ้ง
Ai Agent Ai Agent Innovation Design and Outsorcing co., ltd.
Black Cat AI วิเคราะห์สภาพการจราจรจากกล้อง CCTV ด้วย Deep Learning บุคคลธรรมดาทั่วไป
Bearcon School & Bus Bearcon School & Bus แบร์คอน คอร์ปอเรชั่น
Crowdsourcing Fake Catcher ระบบตรวจจับสินค้าและบริการที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยใช้ความร่วมมือจากผู้บริโภค (Crowdsourcing Fake Catcher) Beacraft Technology
Diamate ข้อเสนอโครงการ Diamate แอปพลิเคชั่นดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่บ้าน ร่วมกับการรักษาที่โรงพยาบาล บริษัท เทรคอน (เว็บไซต์) จำกัด
EatableTax Platform EatableTax Platform Epic Consulting
EIWS : Elder Informatics Watchdog System Elder Informatics Watchdog System (EIWS) บริษัท ดาต้าเบส คอมเมิร์ซ จำกัด
G-SAMONG สติดิจิทัล G-SAMONG สติดิจิทัล ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะเพื่อบริหารการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเปิดภาครัฐ สมองซอฟต์แวร์
IRA : Intelligent Reliable Assistant ระบบผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ด้านสุขภาพและประกันภัย IRA Innovation
Ling ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์แบบพกพา (Mobile GIS) เพื่อเข้าถึงข้อมูลแบบเปิดของภาครัฐ ทริพเพิล ไอ จีโอกราฟฟิก
Papamore Application Papamore Application บริษัท ลิตเติ้ล บีน ซอฟต์ จำกัด
HealthSmile PrimaCheck by Health Smile : Smart Algorthm for Health Checkup เฮลท์สไมล์
SenseMaking การพัฒนาแพลตฟอร์มและระบบฐานข้อมูลเพื่อการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data SenseMaking
TheTaladNud TheTaladNud Bigblue Co., Ltd.
Tourwat Tourwat Khaopun Community Co., Ltd.
ปั่นจักรยานได้ไฟและหัวใจแข็งแรง โปรแกรมวางแผนการเกษตร ซิลเวอร์เลคเทคโนโลยี
พร้อมไป (Prompt Pai) พร้อมไป (Prompt Pai) บริษัท เมตามีเดีย เทคโนโลยี จำกัด
ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) ว่าง: ตลาดข้อมูล (Wang: Data Market) เค.จี. แอนด์ แพทริค
แอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อประเมินภาวะฉุกเฉินสำหรับประชาชน แอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อประเมินภาวะฉุกเฉินสำหรับประชาชน บริษัท ออแพทย์ จำกัด

*รายชื่อทีมที่แสดงไม่ได้เรียงตามลำดับผลคะแนน

*การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

Digital Mindfullness Nation

Digital  Mindfullness Nation

  • ร่วมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล  สร้างชนชาติดิจิทัล
  • ที่มีสติตื่นรู้  สร้างคน  สร้างสำนึก  ผ่านการพัฒนางาน
  • ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนนักพัฒนา   สร้างรายได้  กระจายรายได้
  • ร่วมแก้หนี้ครัวเรือนด้วยระบบอัจฉริยะส่วนบุคคล สร้างสติ  สร้างสมดุลชีวิต  สร้างสุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม
  • สร้างความพร้อม  ระบบนิเวศน์สมองอัจฉริยะ   ความพร้อมเพื่อการพัฒนา
  • ขับเคลื่อนเป็นโครงการขนาดใหญ่  ม้าศึก  ต้นแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่คุณร่วมเป็นเจ้าของได้

ดูแล  ปกป้อง เข้าใจคุณ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จของคุณ

Digital รีวิว พักร้อน

นานๆ จะได้มีโอกาสพักร้อนแบบยาว ๆ  เลยพอมีเวลานั่งทบทวนเรื่องราวของตัวเอง  และข่าวสารในแวดวงดิจิทัล

ได้ความว่า  ข่าวฮอตระดับท็อปของ สัปดาห์นี้  เห็นจะไม่มีข่าวไหนเด็ดกว่าเรื่อง  Libra  ว่าที่สกุลเงินของ  Facebook  ที่หลายๆ เวบ บลอกเกอร์ นำเอามาแปล ตีข่าวกันไปแล้ว

ทิศทางของคำถาม  การคาดคะเนอนาคต  และผลกระทบ  จากเวบเหล่านั้น  ก็เอ่ยถึง  อนาคตธุรกิจการเงิน  ว่า สถาบันการเงินจะเป็นอย่างไร  หรือ  ผู้บริหารประเทศจะปรับทิศทางการบริหารการเงินประเทศอย่างไร เป็นต้น

แน่นอนว่า  คนไทย  กับตำแหน่งแชมป์การใช้เน็ตสูงสุดของโลก (ใช้ต่อวันนานที่สุด)  และกรุงเทพตำแหน่งเมืองได้แชมป์การใช้ Facebook สูงสุดของโลก  คงจะไม่มีใครไปเบิกถอนเงินที่ธนาคารสาขาอีกแล้วเป็นแน่แท้   หากการกู้เงินออนไลน์เกิดขึ้นได้ง่ายกับธนาคารเฟสบุคของพี่มาร์ค  ก็เป็นอันว่าลืมกันไปได้เลย  จำทางไปธนาคารไม่ได้

ที่ทำการสำนักงานธนาคารสาขาหลายแห่ง  เหมาะกับการจะทำเป็นแหล่งผลิตรังนกมากๆ   “รังนกนางแอ่น” ครับ  เพราะหลายที่เขาก็ปลูกบ้านคล้ายคอนโด  มีหน้าต่างแคบหน่อยให้นกนางแอ่นแวะมานอน  มาทำรังแบบไม่ต้องค่าค้างคืน   แต่แลกเปลี่ยนด้วยรังของมันและเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจชั้นดี   ใครๆ ก็คงไม่ไปเช่าอาคารธนาคารนั้น  มาทำธุรกิจกันอีก  ค่าเช่าคงแพง  รูปแบบอาคารก็ไม่เหมาะทำร้านอาหาร ที่จอดรถก็น้อย   เลวร้ายกว่านั้นก็คือ  การทุบทิ้ง และขายที่ทางเปลี่ยนเป็นธุรกิจอื่นๆ ไป

พี่ๆ  น้องๆ หลานๆ พนักงานธนาคารก็ไม่เพียงแต่การย้ายไปทำงานที่บ้าน หรือทำงานด้านสินเชื่อออนไลน์  แต่จะมีอีกจำนวนมากที่ต้องหันไปทำอย่างอื่นแทน

ส่วนเจ้าของธุรกิจธนาคาร  หรือผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ๆ เขาไม่เจ๊งหรอกครับ  พนักงานลูกจ้างต่างหากที่เจ๊ง   แน่นอนว่ารายได้ขนาดธุรกิจของธนาคารจะเล็กลง  หรือต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปสร้างรายได้ทางอื่นเช่นกัน  ต้องหันไปทำอะไรบางอย่างที่คล้าย ๆ ไลน์  เฟสบุค  อะเมซอน  กูเกิล  หรือจะไปร่วมทุนกับเขาเลยก็แล้วแต่

สกุลเงิน Libra  หากจะประกาศพรุ่งนี้ก็เปิดใช้กันได้เลย  เหมือน ๆ  ที่เราซื้อ  Coin  เพื่อแลกสติ๊กเกอร์นั่นแหละเรื่องเดียวกัน  แค่ไม่กี่วันเงิน  Libra ก็เต็มกระเป๋าพี่มาร์ค  แกไม่ต้องไปหาเงินสด  หรือทองคำอะไรมาสำรองเลยแม้แต่น้อย   ผมเองก็จะเอาด้วยทันที  ทุกคนก็จะเอาด้วยเช่นกัน   หลายคนที่พึ่งพาโฆษณาเฟสบุค  แม้นจะรู้สึกกังวลกับค่าใช้จ่าย  แต่ต่างก็ยอมรับว่ามันเป็นช่องทางการตลาดทีดี   ธนาคารพี่มาร์คก็จะเติบโต  เป็นพลุแตกภายใน 5 วัน  7 วัน

เฟสบุค  จงเจริญ  น่าจะเป็นคำด่า  ที่ดี  ที่สุภาพที่สุด

เฟสบุค ไลน์ อะเมซอน ไมโครซอฟต์  จะช่วยกันปิดธนาคาร

Youtube  จะช่วยปิด  สถาบันการศึกษา แนว Education แต่จะเกิด  Learning  และต่อไปจะเกิดสถาบันรับรองดีกรี  คุณสมบัติ   ว่าคนที่เรียนออนไลน์นั้นๆ ผ่านหลักสูตรเทียบเท่า  MIT  Stamford  หรือไม่  สถาบันการศึกษาในไทยก็คงจะคล้ายกัน   พื้นที่มหาวิทยาลัยใหญ่โต  อาจารย์เยอะแยะ  ไม่มีนักศึกษา   งบวิจัยที่รอไหลเข้ามหาวิทยาลัยมากมาย ก็คงจะพอเลี้ยงอาจารย์ไปได้อีกหลายปี  แต่อาจารย์อีกจำนวนไม่น้อย  ก็ต้องเลือกเส้นทางใหม่

Digitsl Disruption มันสร้างความหดหู่ได้พอ ๆ กับความตื่นเต้นเลยทีเดียว   อีแค่คนเขียนโปรแกรมนี่นะ  พลิกโลก  เปลี่ยนโลก  ภาษาอะไรไม่เกียง  facebook นี่ใช้  php เองพลิกโลกได้ขนาดนี้   (เรียนลึกๆ ทำให้เป็นได้จริง ๆ ซักภาษานึงเหอะพ่อคุณนักเรียน software)

แบงค์ไปแล้ว  มหาวิทยาลัยจะตามไป  แล้ว  ประเทศไทยจะอย่างไร

เราอาจจะได้เห็น  รัฐมนตรีโรบอท  สส โรบอท  E-Governement  คงจะเต็มไปด้วย AI   รัฐบาลเราก็จะเก่งเสียที  ส่วนเรื่องคอรัปชั่น  ไม่ขอรับประกันว่าโรบอทจะไม่มีนิสัยเหมือนมนุษย์ขี้โกง

ประชาชน ลูกหลาน  ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า  ที่ยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อ เพื่อรอดูผลพวงของ  Digital Disruption นั้น  ต้องรับผิดชอบตัวเองแน่นอน

คนและครอบครัวของเขา  เขาคนนั้นที่เต็มไปด้วยความสามารถและ  “มีโอกาสเข้าถึงโอกาส”   ย่อมจะไม่เดือดร้อนมากนัก

แต่คนอีกจำนวนมาก  ที่แม้นจะเป็น  1 ในผู้ร่วมทำสถิติให้ไทยเป็นแชมป์อินเตอร์เน็ตโลก   แต่ในฐานะ User รอจิ้ม ๆ แชร์  จะมีโอกาสรักษาแชมป์ไปได้นานอีกแค่ไหน

รายได้  กระทบเศรษฐกิจครอบครัว  ครอบครัวที่ขาดการวางแผน  เจอคลื่นเล็ก ๆ ก็ต้องถึงกับเซจนพัง

เร็วที่สุด  และง่ายที่สุด  ที่จะรับมือกับสถานการณ์นี้  คือ  ความตื่นตัว  สำนึกว่ามีภัยอันตราย  และรอรับมัน  วางแผนเรื่องครอบครัว  การเงิน  และการเรียนรู้งานอาชีพใหม่  ในฐานะพลเมืองดิจิทัล  ของชนชาติดิจิทัล

ใครจะเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้น ?  พลังของพลเมืองดิจิทัลจะแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อรวมตัวเป็นกองทัพ  หากต่างคนต่างรบ  ก็ย่อมแพ้ภัยตัวเอง

นายกดิจิทัล  รัฐมนตรีดิจิทัล  ผู้ว่าดิจิทัล  นายอำเภอดิจิทัล  กำนัน ผู้ใหญ่ดิจิทัล  ครอบครัวดิจิทัล  จะทำอย่างไร ? ใครจะช่วยคุณ ?

สติดิจิทัล  สำนึก ตื่นรู้เรียนรู้  สร้างงานจากสติชีวภาพ

เหล่านี้คือ  แสงสว่าง  จากนวัตกรรมใหม่

Digital Nation by Samong Thailand

ความเดิมในตอนที่แล้วในเรื่อง  Digital Nation  เราได้นำเอารายงานการวิจัยแบบย่อ ๆ มาแปลและเล่าให้ฟังกัน   แม้นจะเป็นการนำเสนอแบบย่อ  แต่ก็ได้สาระเห็นภาพได้มากทีเดียว

สมองของผมในฐานะคนแปล  ก็ยังครุ่นคิดและมองรอบๆ ตัวต่อไปว่า  แล้วประเทศไทยเราจะเดินไปยังงัยต่อ  หรือไม่ก็ต้องถามว่า  แล้วใครจะเป็นคนนำ  คนทำ  ยิ่งตอนนี้ (18/6/2019) รัฐบาลก็กำลังพลิกไปมา  หาคนดูแล  Digital Nation จริงจังไม่ได้ซะที

เอาละครับ  ครั้นจะบ่นๆ  ด่าๆ ว่าๆ รัฐบาลโดยไม่มีข้อแนะนำก็ดูจะกระไรอยู่   วันนี้ทีมงานสมองไทยแลนด์  เรามาแสดงวิสัยทัศน์กันไว้ที่ตรงนี้  ในประเด็น  Digital Nation กันไว้เลย

Vision คือ  นโยบายเดียว  ก็คือ  สมอง(ไทยแลนด์) ร่วมสร้างชนชาติดิจิทัล  (Digital Nation  by Samong Thailand)

ผ่านพันธกิจ  Mission   2 ตัวใหญ่   คือ

  • สร้างสติดิจิทัล ดูแล ปกป้องและเข้าใจคุณ   และ
  • สร้างระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณ

สติดิจิทัล   ฟังแล้วดูเหมือนจะเว่อร์วัง  แต่เปล่าเลยครับ   มันมีการพูดถึงกันในวงกว้างมากขึ้น  (ลองพิมพ์ค้นหาคำนี้ดู) โดยเฉพาะในต่างประเทศ  ที่ฝรั่งศึกษาธรรมะ  ที่กูเกิลให้โปรแกรมเมอร์นั่งสมาธิ  และทีมเราเองก็พูดคำนี้  เขียนคำนี้มานานนักหนาแล้ว   หากจะให้นิยามกันง่าย ๆ ได้  2  ความหมายคือ   (1) การมีสติในการดำรงชีพในสภาวะ  ในยุคความเร็ว 5G  และความวุ่นวายสไตล์ดิจิทัลนี้  และ (2) มันคือระบบไอที  ที่จะช่วยให้คุณมีสติอยู่ตลอดเวลาและไม่เป็นบ้า

และความหมายในข้อ 2  ลึกลงไปก็คือ  ระบบซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันนี่แหละ  เป็นระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่เรากำลังพัฒนามันออกมา  ให้มาเป็นเพื่อนคุณ  และมันจะเรียนรู้จากคุณ  ในเรื่องการใช้ชีวิต  การบันทึกทั่วๆ ไป   การบันทึกข้อมูลสุขภาพ  การเรียน  การทำงาน  และข้อมูลวางแผนชีวิต (แน่นอนรวมเรื่องการวางแผนการเงินของครอบครัวเข้าไปด้วย)  จนระบบนี้มันโต ฉลาดพอที่จะบอกคุณ  เตือนคุณว่า อย่างแม่นยำว่า วันนี้  พรุ่งนี้  เดือนหน้า  คุณมีอะไรจะต้องดำเนินการบ้าง  มันจะบอกคุณว่าฐานะการเงินของคุณจะเป็นอย่างไร  และหากคุณอยากจะมีชีวิตที่ดีขึ้น  เพียงบอกมันว่า  เมื่อไหร่  เท่าไหร่  มันจะแนะนำคุณว่า  คุณต้องทำอย่างไร  และทำงานร่วมกัน

แน่นอนครับว่าคุณอาจจะแย้งว่า  ก็ถ้าคุณไม่ให้ข้อมูลแก่มันเลย  เพราะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย  นั่นก็เป็นสิทธิของคุณ  แต่หากคุณไว้วางใจมัน  มันก็จะช่วยคุณได้มากกว่าที่คุณวางใจมันอีกหลายเท่า

สติดิจิทัล  หรือการสำนึกรู้ตัวเอง  ตนเอง  ไม่ประมาท  ไม่ลุ่มหลง  จะทำให้คุณปลอดภัยจากภาวะต่างๆ ทั้งเรื่องสุขภาพ  ทั้งเรื่องการเงิน   นี่แหละ  คือการดูแล  ปกป้องและเข้าใจคุณขั้นเทพ   คุณช่วยสร้างตัวคุณเอง  ที่มันไม่หลับนอน  มันคอยคิดคำนวณให้คุณ  มันปกป้องเข้าใจคุณยิ่งกว่าคุณ

“ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ  ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของคุณ”  อย่างไร  และเกี่ยวข้องกับ  Digital Nation อย่างไร

ระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ

ด้วยเพราะเรามองเห็นว่า  ในยุคนี้และไม่กี่ปีข้างหน้านี้  จะเกิดความต้องการให้ระบบอะไร ๆ ต่างๆ มันเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย  และได้ประโยชน์

ก็จะเกิดคำถามต่อว่า  ระบบอะไรจะโยงกันอย่างไร  ระบบที่มาจากต่างค่ายหลายสายพันธุ์  หลายการพัฒนา  ใครจะยอมเชื่อมกับใคร  นั่นก็เพราะเรื่องผลประโยชน์ เรื่องความปลอดภัยของระบบ  เรื่องต้นทุน  การพัฒนา  การรักษา  แม้นกระทั่งความที่มันจะเป็นไปได้  และระบบจะขนาดใหญ่แค่ไหนถึงจะเพียงพอให้มันเชื่อมโยงกันได้ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน ?

นี่งัยครับ  เรามีคำตอบ  เราได้วางแผน  สร้างงานวิจัยทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า  และออกแบบสร้างเครือข่ายอัจฉริยะขึ้นมาแล้วจำนวน 12 ระบบหลักก่อน  ซึ่งมากเพียงพอที่จะครอบคลุมเรื่องทุกเรื่องรอบๆ ตัวคุณ  และนี่คือ  การมีส่วนร่วมในการสร้างความสำเร็จให้คุณ

ประโยชน์ของระบบนิเวศนี้คืออะไร  มันคือ  ตัวช่วยสร้างงานให้คุณ  ให้คนที่เกี่ยวข้อง  คนที่สนใจ  ทั้งนักพัฒนา  ทั้งในฐานะผู้ใช้  มันสร้างความเป็นไปได้  มันสร้างคนให้คุ้นเคย  ให้มีความสามารถ  เป็นการปลูกฝัง  สร้างวัฒนธรรม  สร้างความเป็นชนชาติ  “ชนชาติแห่งดิจิทัล” กันเลยทีเดียว

ถึงเวลานั้น (ซึ่งอีกไม่ยาวนานนัก)  ก็จะเกิดเครือข่าย  Digital  Human Capital  เกิด  Digital Community  และเกิดการสร้างสรรนวัตกรรมใหม่  Digital Products และประกอบรวมกันกลายเป็น  ชนชาติดิจิทัลที่แข็งแกร่ง  เกิด  Digital Economy  ตามมาอย่างจริงจัง

เอาละครับ  คำถามที่จะเกิดต่อมาคือ  มันจะเกิดขึ้นอย่างไร  รูปแบบไหน

มันจะยอดเยี่ยมมากเลย  หากรัฐบาลจะยื่นไมโครโฟนมาถามเราเอง  แต่เอาละเราขอตอบผ่านทางบทความนี้ไปก็น่าจะได้เช่นกัน

ขอตอบว่า  เราได้ลงมือทำมาระยะหนึ่งแล้ว  นั่นคือ  การพัฒนาคนให้เป็นนักพัฒนาภายใต้โครงการของเรา  ผลงานของเราที่จะได้บุคคลดิจิทัลที่มีความสามารถและมีสติ  เราสร้างงานให้พวกเขา  เขาทำงานกันเป็นเครือข่าย  ในสาขาอาชีพนักพัฒนาซอฟต์แวร์  นักออกแบบระบบ  นักประดิษฐ์  นักกราฟฟิก  ตามความสามารถ  ตามความสนใจ  กลุ่มของเขาจะโตขึ้น  งานของเขาจะฉลาดขึ้น  เขาจะสร้างงานได้เร็วขึ้นจากกระบวนการ  Reuse การใช้ชิ้นส่วนซอฟต์แวร์  การแลกเปลี่ยนความคิด  ซึ่งกันและกัน

เมื่อมองไปถึงในสเกลที่ใหญ่ขึ้น  ภายใต้การสนับสนุนของรัฐ  ของทุนฯ  ผู้มีวิสัยทัศน์ตรงกัน  จะช่วยให้การสร้างทีมเป็นไปได้เร็วขึ้น  ง่ายขึ้น  เราสามารถที่จะทำการสอน  อบรมเทคนิควิธี  และแนวความคิดที่ได้ทำการพิสูจน์แล้ว  มันคือธรรมชาติบริสุทธิ์  ที่เราค้นพบและต้องคืนให้กับสังคมไทยในเวลาอันสมควร

วันนั้น  เราจะช่วยขจัดปัญหาการขาดบุคคลากรด้านดิจิทัลไอทีได้อย่างชัดเจน  จะเกิดการสร้างงาน  การพัฒนาระบบ  การแก้ไขปัญหาเรื้อรังต่างๆ ได้อีกมากมาย  ด้วยต้นทุนที่รับได้และระบบมีความยั่งยืน  และจะเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัล (Digital Competitiveness)  ให้กับประเทศนี้ได้อย่างเฉียบขาด

สรุปชัดๆ  สั้น ๆ อีกครั้งว่า  นี่แหละคือ  นวัตกรรมสมองไทยแลนด์  กับเครื่องมือ  iSTEE Framework

iSTEE ช่วยสร้างการตื่นรู้ในจิต ด้วยสติ เป็นเครื่องมือสากล ด้วยหลักเหตุและผล ในรูปแบบวิทยาศาสตร์ ทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย ยิงนกนัดเดียวได้หลายต่อ  เพราะการ ตื่นรู้ของจิตวิญญาณคือ ปัญหา จิตมนุษย์คือ คอมพิวเตอร์ชีวะภาพ คือคอมพิวเตอร์อัจฉริยะของธรรมชาติ

ต่อยอดจากการตื่นรู้ … สติชีวภาพ แปรรูปเป็น สติดิจิทัล   สติดิจิทัล กับ สติชีวภาพ ทำงานร่วมกัน ในระบบนิเวศสมองอัจฉริยะ ได้อย่างไร้รอยต่อ

ตรงกันข้าม  หากการพัฒนาคนดิจิทัลปัจจุบันเล็งไปที่การสอนเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เร็วเกินไป  โดยไม่ทราบถึงข้อจำกัดอย่างแท้จริง  ก็จะยิ่งเป็นการสร้างความล้มเหลวเร็วขึ้นเท่านั้น   เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วติดตามการเปลี่ยนแปลงไม่ทัน  ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการเจาะลึก  สุดท้ายกลายเป็นความเมื่อยล้า  เกิดความท้อถอยสูญเสีย  สูญเสียจิตวิญญาณ กลับมายืนที่เดิมเหมือนปัจจุบัน ไม่ก้าวไกลไปไหน

 

มาถึงตรงนี้  คงต้องให้คุณๆ ท่าน ๆ ได้ลองๆ ดูนะครับว่า  12 – 14 ระบบนี้เราได้วางโครงสร้างหลังบ้าน หรือการตอกเสาเข็มในมหาสมุทรไว้นั้น  มันมีอยู่จริง  ใน cloud ที่เราปั้นมันไว้แล้ว  แต่ต้องอดใจรอก่อนที่จะเข้าไปสนุกกับมัน  หากท่านใด  สนใจที่จะสนุกอย้างสร้างสรรแพลตฟอร์มของตนเอง  ก็อย่าได้รอช้าติดต่อเรามาตามช่องทางกันได้เลย

คลิกที่นี่  รับสัมผัสแรก  ม้าศึก 12 ราศี  คลิกไอคอน  แพลตฟอร์มแต่ละตัว

Digital Nation

ผมลองค้นหาในกูเกิล  โดยค้นคำว่า  Digital Competitiveness Ranking  หรือ ประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดของปี 2018  หรือ  คำว่า ประเทศแห่งดิจิทัลอะไรทำนองนั้น  ก็ได้รับคำตอบแบบนี้   โดยอ้างอิงจาก  งานวิจัยของ  china.org

  1. อเมริกา
  2. จีน
  3. สิงคโปร์
  4. อังกฤษ
  5. ฮอลแลนด์
  6. ฟินแลนด์
  7. เยอรมัน
  8. ญี่ปุ่น
  9. เกาหลีใต้
  10. สวีเดน

โดยที่ประเทศไทยรั้งตำแหน่ง  39 ของโลก   และลำดับที่ 10 ของเอเชีย   และหากมองในเอเชีย  โดยอิงงานวิจัยชิ้นหนึ่ง  และอ้างอิงจาก  Bangkok Post  และเก็บมาแปล   แม้นมันจะเก่าไปนิดนึง (ปี 2017) แต่ความจริงนี้ก็ยังคงอยู่

ที่มา : Bangkok Post

ในภาพรวมไทยเรานำหน้าอยู่ประเทศเดียวคือ  “เวียดนาม”

จากแผนภาพแสดงให้เห็นว่าเราขาด “คนเก่งทางดิจิทัล”   เราพอจะมีผลิตผลทางด้านดิจิทัลบ้างแต่ก็น้อยมาก ๆ  ประกอบกับนโยบายที่ไม่ชัดเจนของรัฐบาล  ก็เลยส่งผลให้คะแนนความเป็น  “ชนชาติดิจิทัล”  ติดตำแหน่งรั้งท้าย

งานการวิจัยนี้ดำเนินการโดย  AlphaBeta  สถาบันที่ปรึกษาทางด้านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ในปี 2017  โดยได้ทำการสัมภาษณ์บุคคล 300 คนจากวงการ  การศึกษา  นักนโยบาย  จาก 11 ประเทศในเอเชีย.

Mr. Fraser Thompson กล่าวว่า  “Thailand’s policy focuses more on digital economy rather than digital nation,”  ประเทศไทยมุ่งเน้นแต่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเป็นแบบดิจิทัล  มากกว่าการจะทำให้เป็น  “ชนชาติดิจิทัล”  (เข้าทำนองว่า  เน้นสร้างเศรษฐกิจก่อน  มากกว่าการจะเคลื่อนพื้นฐานของประเทศไปพร้อม ๆ กัน

ในการพูดคุยกันในสัมมนาที่  ม ธรรมศาสตร์ ในครั้งนั้น  กล่าวว่า  เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยนั้นเป็นการเน้นไปในทางหลักการ  วิชาการ  และเป็นการดำเนินการเชิงรับมากกว่า  โดยเป็นเพียงการเฝ้ารอเงินลงทุนจากต่างประเทศ  เช่นว่า  การมุ่งเน้นไปในทางการสร้างระบบพื้นฐาน  สภาพแวดล้อมให้ดูดี  ดูพร้อม  เพื่อรอให้มีการไหลเข้ามาจากภายนอก และการเข้าไปควบคุมในภายหลัง
ในขณะที่คำว่า  ชนชาติดิจิทัลนั้น  จะเป็นการเน้นการสร้างคน  และยกระดับฝีมือแรงงานดิจิทัล   โดยแนวคิดนี้จะช่วยให้เกิด  StartUp ได้จริง  จะเป็นการดึงดูดและเป็นที่สนใจของต่างชาติมากกว่า  และก่อให้เกิดสนามทดลองที่เรียกว่า  Sandboxs

หากจำแนกตามประเภทในตารางจะพบว่า  ไทยเรามีฐานะทางการเงินอยู่ในลำดับที่ 9   และลำดับที่ 11 ในเรื่องผลิตภัณฑ์ดิจิทัล และลำดับที่ 10 ด้านทรัพยาการด้านดิจิทัลและชุมชนดิจิทัลตามลำดับ

ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายการโปรโมท  การจัดเก็บภาษีแบบดิจิทัลของรัฐ  และรวมไปถึงบรรดากฏระเบียบในการควบคุมอีกมากมาย   โดยรวมจึงทำให้ประเทศไทยไม่เป็นที่ดึงดูดสายตานักลงทุนเหมือนประเทศอื่น ๆ.

วิสัยทัศน์ของรัฐเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะเกิดขึ้นจริงได้   รัฐบาลควรเป็นผู้อำนวยในการสนับสนุนให้เกิดเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับธุรกิจข้ามชาติ  อย่างเช่น กรณีของอินเดีย  ที่ร่วมมือกับ Google  ในการเปิดให้มี  Free WiFi  ที่สถานีรถไฟ.

ในขณะที่สิงคโปร์ที่เป็นผู็นำในการออกกฎเกณฑ์   จะมีแนวนโยบายที่มีลักษณะที่ยืดหยุ่น  เป็นผลดีกับธุรกิจด้านการเงิน และด้านสุขภาพ.

เขากล่าวว่า  ประเทศไทยควรจะมีการดำเนินนโยบาย  ในแบบนโยบายเดียว  ขับเคลื่อนจากข้างบนลงล่าง  แต่ต้องเป็นนโยบายที่เกิดจากการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่าง ๆ มิใช่เป็นเพียงการขับเคลื่อนจากกระทรวง DE. เท่านั้น

ในกรณีของอินโดนีเชีย  ที่ดำเนินการนโยบายจากสองด้าน  คือ  ด้านหนึ่งส่งเสริมความเป็นชนชาติดิจิทัล  และในอีกด้าหนึ่งก็เป็นการเตรียมการด้านรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ของท้องถิ่น.

โดยเฉลี่ยแล้ว  จะพบว่าแต่ละประเทศมักจะมีนักนโยบายที่มีอายุราว ๆ  60 -70 ที่ทำงานด้านดิจิทัลนี้  ซึ่งมันไม่ใช่  มันควรจะมีการประสานกันกับคนยุคใหม่ด้วย

จากการสำรวจพบว่า  บรรดาบริษัทนักลงทุนทางด้านดิจิทัล จะมีบทบาทสำคัญในฐานการเป็นผู้ช่วยสร้าง  Start Up ในรูปแบบของการสนับสนุนเงินลงทุน  การสร้างนิเวศที่เหมาะสม  และโปรแกรมการให้การศึกษา.

ขณะเดียวกันบริษัทข้ามชาติเหล่านั้นก็สามารถที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยในการสร้างชนชาติดิจิทัลได้เช่นกัน.

โดยรวมก็คือ  การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล  ควรจะต้องเริ่มที่การสร้าง  พื้นฐานความเป็นชนชาติดิจิทัล  การมีนโนบายที่ชัดเจน  ในการสนับสนุน  ในการให้ความรู้  ในการสร้างความแข็งแกร่งจากรากหญ้า  มากกว่าการมุ่งสร้าง เงิน  รายได้มหาศาลจากบริษัทยักษ์ใหญ่รายใดรายหนึ่ง  หรือไม่กี่รายเป็นที่ตั้ง  เพราะการกระจายรายได้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

หรือจะกล่าวได้ว่า  “ประเทศจะประสบความสำเร็จเป็นชนชาติดิจิทัล  ก็วัดกันที่กิจการเล็กๆ จะต้องยืนหยัดอย่างเข้มแข็งได้”

หากจะมองจุดแข็ง  หรือสาเหตุที่สิงคโปร์มีลำดับที่ 1 ก็น่าจะเป็นเรื่องของการมี  Human Capital  และการมี Digital Community  ที่ดี  มีแหล่งเงินทุนที่ดี  ในขณะที่ผลผลิต  ผลิตภัณฑ์ทางด้านดิจิทัลเองนั้นยังไม่มากพอ

  • ทรัพยากรคนจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับ 1
  • ชุมชนหรือ Community จะช่วยส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้
  • และสุดท้ายคือ  แหล่งทุน  ที่จะขับเคลื่อนกลไกทั้งหลายให้เดินไปได้  และต้องสร้างผลงานให้เป็นที่จับต้องได้  เป็นประโยชน์และสร้างรายได้อย่างแท้จริง

Server or VPS

Server  หรือ  VPS  คืออะไร ?

หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับ  คำว่า  Server  และ  VPS  พอสมควรครับ   แต่อาจจะยังไม่ได้เจาะลึก  ว่ามันเหมาะกับการใช้งานแบบไหน  หรือแตกต่างกันอย่างไร  รวมทั้งการดูแลรักษา  ความเหมาะสมคุ้มทุนควรจะต้องพิจารณาอะไรบ้าง

  • ความหมาย
  • การใช้งานของแต่ละประเภท
  • การดูแลรักษา
  • Server & Cloud Server
  • ควรจะลงทุนแบบไหนดี

เริ่มกันที่ความหมาย

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักหน้าตาของ  Server กันก่อน  ตามภาพครับ   ที่มีกันอยู่หลายยี่ห้อ  และรูปร่างก็เป็น แบบ แบนๆ ในแนวนอน  แบบนี้จะเรียกกันว่าเป็นแบนแบบ Rack  แบบ   Blade  และแบบแนวตั้ง แบบคอมพิวเตอร์ที่เราคุ้นเคย  หรือเรียกว่า Tower

  

Rack Server  & Tower Server                                                                     Blade Server

ภาพรวม ๆ ในตู้ Server  ที่ประกอบด้วย  Server แบบ Rack  และแบบ  Blade   และแน่นอนในห้องนี้ก็เต็มไปด้วยสาย Lan

ครานี้ก็มาดูว่า  ในตัว Server  มีอะไรบ้าง    ก็เต็มไปด้วย  แผ่นวงจรอิเลกทรอนิกส์ (Card) ฮารดดิสก์ (HDD แบบจานหมุน, SSD  แบบ Solid state แนวๆ SD Card)  หน่วยความจำ (RAM)  พัดลม (Fan)  แหล่งจ่ายไป (Power Supply Unit:PSU ที่อาจจะมี 2 ชุดใน 1 Server)

โดยในแต่ละตัวแต่ละรุ่น  ผู้ผลิตก็จัดทำมาให้มีขนาดแตกต่างกันไป  ให้ผู้ใช้งานเลือกซื้อตามความต้องการ ตามกำลังทุนของโครงการ

หรือในบางกรณี  หลายท่านก็เอาคอมพิวเตอร์ธรรมดานี่แหละมาทำเป็น Server ซะเลย  โดยผู้เช่าใช้พื้นที่  ไม่รู้เลยว่ามันคือ Server ตัวจริงหรือตัวปลอม  เล่นเอาคนที่ทำกิจการแบบนี้ในช่วงแรก  ช่อง  ดอทคอม  ร่ำรวยกันไปมากมาย

แล้ว  VPS  คืออะไร  หน้าตามันเป็นแบบไหน

VPS  คือ  Virtual Private Server  คือ  Server แบบเสมือน  มันเป็นราวๆ กับว่า  ทำการแบ่งห้อง ย่อย ๆ ใน Server  เป็นห้องย่อยอีกที

ลองเอาโรงพยาบาล  มาเทียบเป็น  Server ก็แล้วกัน  กล่าวคือ   หาก โรงพยาบาล  เป็น Server  แล้ว  มีเตียงคนไข้แบบ  เตียงในห้องรวม  และเตียงในห้องพิเศษ

  • ห้องพิเศษ  ก็จะเป็น  VPS
  • ห้องเตียงรวม  ก็คือ  การใช้บริการแบบ Hosting  คือ  มีเตียงตัวเองนะแหละ  แต่นอนรวมๆ เรียงกันไป
  • โดยทั้งหมอ  และพยาบาลก็อาจจะใช้รวมกันบ้าง  แต่ในห้องพิเศษก็อาจจะมีคุณหมอ  คุณพยาบาลเป็นพิเศษอีกก็ได้

การใช้งาน  Server กับ  VPS

  • ใครควรจะมี Server  เอง  ก็พวกที่เปิดให้บริการ Hosting  เช่าพื้นที่ทำเวบไซต์  หรือเป็นองค์กรบริษัทใหญ่ ๆ หน่อย  ที่ต้องการใช้พื้นที่  หน่วยความจำ  CPU มาก ๆ ก็ซื้อเครื่องมาลงเองซะเลย  ใช้เองเจ้าเดียว
  • ส่วนคนที่  ต้องการมีความเป็นส่วนตัว  แต่ไม่อยากลงทุนเยอะ  หรือช่วงที่ต้องการทดลอง  โครงการบางอย่าง  ก็สามารถที่จะขอจับจองห้องพิเศษให้พอเหมาะกับขนาดของงาน
  • แล้วคนมาใช้พื้นที่ละ  เรียกว่า  อะไร   เหล่านี้  คือ  เตียงนอนในห้องรวม  ที่ใช้พื้นที่เล็ก ๆ แค่เตียงขอบเตียง  สายออกซิเจน  และการตรวจไข้ของพยาบาลตามเวลาและตามสถานการณ์

แน่นอน  Server ทั้งตัวจึงมีราคาสูงกว่า  VPS    โดย  Server  1 ตัวสามารถแบ่งเป็น VPS  ได้หลายตัว  ขึ้นอยู่กับว่าขนาด  Server เริ่มต้นที่เท่าไหร่  หรือ  VPS  ที่ต้องการจะแบ่ง  มีขนาดเล็กใหญ่เท่าไหร่

การดูแลรักษา

การเลือกใช้  VPS  โดยไปขอเช่าจากคนที่มี  Server  จึงเป็นทางเลือกที่ดี  ตามความเหมาะสมคุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้จากสิ่งที่อยู่ใน VPS  โดย ไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษา  ซ่อมแซมเปลี่ยนดิสก์  เพิ่มแรม    ขอเพียงแต่จ่ายค่าบริการค่าเช่าให้ตรงเวลา  ก็เป็นอันจบข่าว

แต่สำหรับคนที่เป็นเจ้าของ  Server  ก็จะลำบากหน่อย  ก็ต้องคอยดูแล  ซ่อมแซม  ทำอะไหล่สำรอง  ทำการสำรองข้อมูลยามดึก ดื่น ๆ หรือบางที่ก็ต้องเข้าไปยัง Data Center ยามค่ำคืน    แต่รายได้จากการลงทุน  ให้เช่า  และมีทุนอย่างเพียงพอ  ก็เป็นการลงทุนที่น่าพอใจ  แต่ในทางกลับกัน  เมื่อมีการแข่งขันสูงและต้องสู้กับ  Cloud  Server  ก็ยิ่งเป็นความเสี่ยงของผู้ให้บริการ Server แบบเดิม ๆ  ที่ต้องหาทางออกเตรียมตัวหนี  หรือเพิ่มมูลค่ากิจการจากวิธีการอื่นๆ เช่น  การสร้างแพลตฟอร์ม  ให้บริการบนระบบ Server ของตัวเอง

     

Server & Cloud Server

ก็มาถึงเรื่องนี้  มาทำความรู้จัก  Cloud Server กัน   ที่เราได้ยินโฆษณาว่า  Cloud  ไม่มีล่ม  (แต่จริง ๆ ก็ยังมีล่มไม่ว่าจะรายใหญ่ ๆรายไหนก็ตาม)  นั้นก็เพราะว่า  Cloud server  คือ  การประกอบรวมตัวกันของ  server หลายๆ ตัว  ที่มีหน้าที่ต่างๆ กัน  และสำรองกันและกัน  และจะมีแหล่งจ่ายไฟสำรองจาก 2 แหล่ง  พร้อมไฟสำรองจาก  Generator อีก

ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับพวกที่ชอบโกงขาวบ้าน  ก็เอา  Server ตัวเดียวนี่แหละมาแบ่งเป็น  VPS  แล้วรวมตัวกันเป็น Cloud Server    แต่ลืมยึกไปว่า  ใน Server นั้นหากล่มขึ้นมาหรือสายไฟหลุด  ก็จบข่าว

ดังนั้น  เพื่อให้ได้  Cloud Server ตัวจริง  ที่มีพื้นที่  ทรัพยาการให้ใช้ได้และไม่ล่ม   จึงต้องใช้  Server หลายตัวจริง ๆ  มีตัวที่ทำหน้าที่เป็น  Storage และตัวสำรองอีก  ไหนจะต้องมีศูนย์สำรองอีกต่างหาก  จึงมีมูลค่าการลงทุนราวๆ  10  เท่าของ  Server ตัวเดียว    ฉะนั้นการใช้บริการจากระบบ Cloud  จึงยังมีค่าบริการสูงอยู่มากเมื่อเทียบกับการใช้บริการ Server ปกติ  แต่ต้องแลกกับกับความเสี่ยงที่จะมีเครื่องดับบ้าง

ควรจะลงทุนแบบไหนดี

  • หากต้องการมีเวบไซต์ทั่วไป   ใช้บริการจากโฮสติ้งปกติก็พอละครับ  ค่าบริการปีละ   750 – 1000 บาทรวมค่าโดเมนแล้ว
  • หากต้องการมีกิจการโฮสติ้งของตัวเอง  ก็เริ่มจากใช้บริการ  VPS  จองห้องพิเศษ  แล้วมาทำเป็นโฮสติ้ง  ก็ใช้ได้พอสมควร  ไว้พอมีลูกค้ามากเพียงพอก็ค่อย ๆ ขยับขยายกัน
  • หากมีืุนเพียงพอ  ก็ลงทุนซื้อ Server  เอง แล้วฝากไว้กับ  Data Center อีกที  การฝากวางแบบนี้เรียกว่า  Colocation
  • หากร่ำรวยสุด ๆ ก็วางระบบ Cloud  ไว้กับ  Data Center ซะเลย
  • หนักกว่านั้น  คือ  เปิด  Data Center เอง  ทำ Cloud เองซะเลย
  • แต่หากคุณมีของดี  ผมหมายถึงแอพพลิเคชั่นดีๆ เจ๋งๆ   หรือ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่พอจะมีลูกค้าเองได้มากมาย  สร้างรายได้เหมาะสม  และดูแลระบบเอง  ก็เป็นโอกาสที่คุณจะทำเองมันทั้งระบบ  ฮารดแวร์  และซอฟต์แวร์
  • แต่หากไม่อยากเป็นภาระเรื่องการดูแลเครื่อง  ก็ยกเรื่อง  ฮารดแวร์ไปให้กับ  Data Center ไปเลย  เช่ากันหลายๆ ปีไปเลย
  • หรือไม่ก็ใช้บริการ  Google Cloud, Amazon, Microsoft  Azure ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสม  ความชำนาญ  เพราะระบบ  Cloud แบบนั้น  ผู้ใช้บริการต้องดูแลตัวเอง  หากต้องการการดูแล  ต้องการหมอพิเศษก็อีกราคาหนึ่ง

ก็พอจะเป็นแนวทางได้แล้วว่า  การจะตัดสินใจเริ่มต้นอย่างไร  ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจะพัฒนาอะไร

ในการให้บริการแพลตฟอร์ม  ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ จึงมี Solution ต่างกันออกไป  ที่นอกจากจะต้องพิจารณาเรื่องงเินทุนแล้ว  จะต้องคำนึงถึงการขยายตัว  การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล  และความปลอดภัยจากภัยคุกคามต่าง ๆ  หรือจากการโจรกรรม  จากแฮกเกอร์   จากภัยธรรมชาติ  และเสถียรภาพในการให้บริการ

ก็ขอจบบทความนี้กันตรงนี้นะครับ  หากสนใจใช้บริการ  โปรดติดต่อพันธมิตรของเรา   www.btechcloud.com  บริหารงานโดย  บ บางรักไฮเทค จำกัด  ที่เปิดให้บริการทุกรูกแบบตามงบลงทุนของท่าน  ตั้งแต่   hosting  ไปจนถึง ระบบ  Privtae Cloud  (แท้ๆ  ฮ่าาาๆๆ )   และ ระบบ  Publlic Cloud