Author archives:

The Battle Warship

  • ข่าวคราว แวดวง  StartUp  ดูจะเงียบเหงา  เบาบาง  เหมือนสิ้นหวัง
  • Fail fast เป็นคำที่นิยมกล่าวถึง  เพื่อปลอบใจนักเดินทางที่ล้มเหลว  ทำนองไม่ลองไม่รู้  เป็นเสือเป็นนักรบก็ต้องมีบาดแผล
  • การระดมทุนแล้วเงียบหายของ StartUp แถวหน้า  เป็นสัญญาน  บอกว่า  “อย่าตามกูมา  กูหลงทาง”  

แต่ก็ต้องบอกว่าเห็นใจ  และขอเป็นกำลังใจกับทุก ๆ StartUp ครับ

  • การกระพือกระแส  Thailand 4.0  และ  StartUp  โดยขาดความพร้อม  ความแข็งแรง  ก็ไม่ต่างกับการปล่อย  “กองทัพเรือแจว”   ให้กรูกันออกจากปากอ่าวสู่ทะเลใหญ่
  • ลำแล้วลำเล่าที่ออกไป  ไม่เห็นกลับมาเป็นลำเรือ  แต่ขากลับต่างคนต่างต้องว่ายน้ำกลับมาเลียแผลเก็บตัวในถ้ำกันพักใหญ่
  • มันหอมหวลกว่า  การซื้อหวย   โอกาสความสำเร็จที่มีขนาดใหญ่กว่า  แต่ก็มีความเสี่ยงมากกว่าเช่นกัน
  • จะออกมหาสุมทร  จึงต้องคิดใหญ่  ออกไปให้เหมือนเรือรบ   “The Battle Warship”

 

  • การแข่งขันกันในด้านเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม  นั้นดุเดือดเข้มข้นมากมาย
  • ดิจิตัลแพลตฟอร์มดีๆ  จึงไม่ใช่แค่เรื่องเวบไซต์   e-commerce  หากแต่จะต้องรอบจัด รอบด้าน
ที่จะต้อง  “เข้าใจปัญหาความต้องการครบถ้วน  รอบคอบ   มีความถ่องแท้ในโมเดลธุรกิจ   งดงามและมั่นคงในสถาปัตยกรรม   แข็งแกร่งในการมาตรฐานการออกแบบการพัฒนา    ยืนยาวด้วยการเรียนรู้และถ่ายทอดวิธีการผลิตและการโค๊ด    แข่งขันได้ด้วยการจัดการธุรกิจ   และต้นทุนที่ต่ำ ,  การจัดการแรงงาน และทีมงานที่มีความสุข  ให้ผู้ใช้ได้รับความปลอดภัยและสมใจในสมรรถนะทั้งเรื่อง server , Network, Security Stability”
 
  • ทั้งหมดนี้จะเว้นสักข้อเดียวไม่ได้เลย   ใครลองเปิดให้บริการแล้วไม่พร้อม   ผลลัพธ์คือ  เรือล่ม  ไม่ว่าจะลำเล็กหรือลำใหญ่
 
  • มือถือ  จะมีปุ่มหรือไร้ปุ่ม  จะรุ่นไหน  แบบไหน  ก็คือมือถือ  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่มีสิ้นสุด  มีโอกาสเสมอสำหรับคนที่คิดจะสร้าง  มือถือ  ในระดับ  นวัตกรรม
  • Application  หรือ แพลตฟอร์ม  ต่าง ๆ ก็คือแพลตฟอร์ม  ที่จะมีพัฒนาการได้ไม่สิ้นสุดเช่นกัน  และมีโอกาสสำหรับนักคิดนักพัฒนา  ที่จะค่อย ๆ คิดค่อยๆ สร้างก่อนตัดสินใจปล่อยเรือออกทะเล
 
  • อย่าให้ข้อจำกัด  ความต้องการบางอย่างมาปิดบังตาบังใจ  จนทำให้มองข้ามความสมบูรณ์  ความพร้อมของลำเรือ
  • ทฤษฏี  fail fast learn fast  มันแพงเกินไปในยุคนี้   เดินไปช้าๆ มั่นคง  พอเพียงตามแบบพ่อหลวง  สร้างงานเพื่อตอบประโยชน์แท้จริงของสังคม  ย่อมนำมาซึ่งความยอมรับในผลงานโดยปริยาย
 
  • เรือรบฝรั่ง  ก็ยังคงนำหน้าเรือไทย  ไปอีกนาน  
  • อย่าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น
  • คนไทยต้องคิดสร้างเรือของตนเอง  ร่วมกันแจว  ช่วยกันพาย  มือไม่พาย  ก็อย่าเอาเท้าราน้ำ  จะคุมท้ายเรือ  ก็ให้รู้ทางลม  ให้รู้ร่องน้ำ

  • จะนำประเทศ  ก็อย่าสักแต่ฝัน  ลมๆ แล้ง ๆ  ส่งเสริมให้ถูกจุด  พัฒนาให้ถูกขั้นตอน  อย่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  
  • อย่าแจกเงิน StartUp ให้ไปเสี่ยงตาย  เพื่อเอามันส์
  • อย่าปล่อยให้หน่วยงานผลาญงบ  แค่ว่าได้จัดนิทรรศการล้ำๆ หรือสร้าง  Ecosystem แล้ว
  • จงสร้างความยั่งยืนให้แผ่นดิน   มากกว่าแค่เคยเป็นคนมีอำนาจในหัวโขน
  • มันโคตรสูญเสียเลย  พับผ่าซิ !

เดอะ SmartCity Solution

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่ติดตามเรื่องราวของเรามาโดยตลอด

วันนี้ผมใคร่ขอนำเรื่อง Smart City มาคุยกันอีกรอบ  หลังจากที่ได้เคยเขียนไว้ครั้งหนึ่งนานมาพอสมควรแล้ว

ที่มาของวันนี้คือ  ผมได้อ่าน  Booklet  ของ  Phuket SmartCity  ที่อยากจะมาแชร์กัน  และก่อนอื่นผมก็อยากจะแสดงความชื่นชมทีมงานที่พัฒนา  Booklet ซึ่งเป็นเอกสารแบบย่อของงานวิจัย  โครงการพัฒนา  SmartCity   ดาวน์โหลดได้ที่นี่

ส่วนแรกของ Booklet  น่าสนใจมากครับ  เป็นทั้งการเริ่มต้นและบทเรียนที่ดี  และเป็นความกล้าหาญด้วย  นั่นคือ  การเริ่มต้นสร้าง  SmartCity ด้วยการทดลองติดตั้งระบบ IOT  ที่ต่อมาทีมงานก็ได้บทเรียนว่า  มันไม่ใช่แค่  IOT

กระทั่งทีมงานได้ตกผลึกถึงแก่นว่า  SmartCity  แท้ที่จริงแล้ว มันคือสิ่งที่จะก่อให้เกิด  Smart Living    Smart Life ซึ่งไม่เพียงแต่เรื่องสิ่งของความสะดวกนอกกาย  แต่ยังประกอบไปด้วยเรื่อง  ภาวะจิตใจ  ความปลอดภัย  สิ่งแวดล้อม  การอยู่ดีกินดี  การกระจายรายได้  การเยียวยาภาวะ  สังคมสูงอายุเหล่านี้เป็นต้น  เรียกว่าเข้าทำนอง  สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม

ผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่ากการสร้าง SmartCity  ไม่ใช่เเพียงแค่การ  ติดตั้งเสาไฟฟ้า Solar Cell ปิดเปิดอัตโนมัติ  หรือการอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อเชื่อมโยง  ระบบการขนส่งจากรถบัส  ไปสู่รถไฟฟ้า  และสายการบินเหล่านี้เป็นต้น

แต่จะต้องเป็นการเชื่อมโยง  การเข้าถึง  การให้บริการจาก  Smart Government  Smart Health  และ เด็ก ๆ มีสิ่งแวดล้อม  Smart Education  เข้ากับระบบ  IOT อื่น ๆ  

ท้ายที่สุด   ในคู่มือนั้นได้กล่าวถึงแนวทางการพัฒนา  ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย  ทั้งภาครัฐและเอกชน  ที่ต้องร่วมกันทำในสิ่งที่ใช่ไปตามขั้นตอน  และต้องคิดไปถึงการบำรุงรักษาระบบให้ทำงานได้ดี  สืบไปถาวรและพัฒนาไปได้ตามสถานการของเทคโนโลยี  จนเกิดเป็นความร่วมมือดูแลเมืองของตัวเอง  ชื่อ  บริษัทพัฒนาเมืองภูเก็ต จำกัด 

มีอยู่ระบบหนึ่งที่มีความจำเป็นและฝังอยู่ในนั้นคือ  ระบบ Smart Control Center  ที่จินตนาการได้ว่ามันคือศูนย์กลางการควบคุม  บรรดา Smart ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน  อย่างชาญฉลาด

อุแม่เจ้า !! ระบบนั้นจะมีขนาดโตซักแค่ไหน  ซับซ้อนพิลึกกึกกืออย่างไร  จะต้องพัฒนาด้วยซอฟต์แวร์อะไร  ใครจะเป็นคนเขียน  ใครจะดูแล  ระบบมันจะอืด  มันจะล่มมั๊ย

คุณเชื่อมั้๊ยว่า  มันมีคำตอบรออยู่แล้ว  มันเกิดขึ้นโดยเจตนา   ที่เราเจตนาไปทำอย่างอื่น  แต่สิ่งนั้นมันกลับมาตอบ  มารองรับการสร้างระบบเบื้องหลังของ  Smart City ได้อย่างสบาย ๆ  ในแบบที่ว่า  ใครจะติดตั้ง  IOT ก็ติดไป  ใครจะติดตั้งเสา Solar Cell ก็ติดไป  หรือรถคันไหน ๆ จะมี GPS  ก็มีไป  แล้วเจ้าบรรดา IOT เหล่านี้ก็เชื่อมต่อเข้ากับระบบ  SmartCity   ที่ไม่ใช่แค่  NETPIE  ปิดเปิด  สวิทซ์  กันอีกต่อไป  ไม่ใช่ Blynk ของต่างประเทศ  แต่มันคือ  ระบบสมองฯ  แบบไทย ๆ  ที่เต็มไปด้วยแนวคิด  Microservices  ที่ Smart Police    SmartTourism คือ  Microservices หนึ่ง

ในด้านการบริการด้านการแพทย์  ด้านการศึกษา  ด้านการราชการ  ก็ตอบสนองด้วยแพลลตฟอร์มต่างๆ   ที่ได้ถูกพัฒนาโครงร่าง  ระบบการจัดการหลังบ้านขึ้นมาแล้ว  และพร้อมที่จะโตวันโตคืน  รอการเติมเต็ม  ด้วยความฝันของนักพัฒนาของแต่ละจังหวัด

วันนี้  เราแทบจะพูดได้ว่า  วิธีคิด  ที่เราพร่ำเพ้อ ถ่ายทอดกันมาโดยตลอดนั้น  มันยังเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ด้วย  และมันจะยังไม่หยุดยั้งอยู่แค่นั้น  แต่มันจะโตไปพร้อม ๆ กับความคิด  กับสติ  สติดิจิทัลของนักพัฒนา  นับพันนับหมื่นคน  ที่จะมาร่วมกันพัฒนางานภายใต้ซอฟต์แวร์ระบบกึ่งเปิด  กึ่งปิด  (Semi-Opensource)  และวันนั้นเราหยุดยั้งความสามารถมันไม่ได้อีกแล้ว  หากแต่มันมีสิ่งหนึ่งร่วมกันคือ  คือ  พันธุกรรม  iSTEE & Samong Middleware

www.samongai.com:50020/   ลิงก์สำหรับแพบตฟอร์มที่กำลังพัฒนา  

และหากแพลตฟอร์ม  ม้าศึก  เชื่อมโยงกันเติม  feature ต่าง ๆ ลงไป  มันก็จะกลายเป็น  Smart City นี่เองครับ   แบบนี้แหละครับ  SmartCity ในแบบ “สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม”

สำหรับพวกเราแล้ว  เราเชื่อว่า  เทคโนโลยีไม่ใช่ประเด็นใหญ่ ประเด็นเดียว ครับ  พบกันใหม่ในคราวหน้า  เมื่อม้าศึกต้องเจอกับระบบการบริหารของรัฐบาล !!

น้ำหยดเดียว ไม่ใช่พายุ ฉันใด กองทัพดิจิทัล จึงต้องการ ม้าศึกแพลตฟอร์ม

ถอยหลังไป  20 ปีครับ  ที่  คนๆ หนึ่ง   ถามตัวเองและสังคมว่า   จะแก้ไขปัญหาการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างไร   และซอฟต์แวร์จะต้องช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในระดับมหภาคให้ได้ด้วย

18 ปีต่อมา  คือ  วันที่กำเนิดเกิดก่อเครื่องมือ  iSTEE & Samong Platform  เหมือนเป็นเด็กทารก  ที่เรารู้ว่าเมื่อเขาโตขึ้น  เขาจะฉลาดอย่างไร

อีก 2 ปีต่อมา  เด็กคนนั้นอายุ  2 ขวบ  ได้แสดงความฉลาดปลาดเปรื่อง  พัฒนาตัวตนเป็น  ม้าศึก  12 ราศี  ที่มีลักษณะของม้าศึก  ที่ทรงพลัง  เก่งกาจรอบด้าน  มันคือ  ม้าศึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้วบนระบบ Cloud  เป็นแพลตฟอร์ม  ที่ซ่อนเร้นคุณค่าให้แสวงหา  ว่ามันจะทำอะไร  จะแก้ไขปัญหาอะไรให้สังคม

ลองชมคลิป  ม้าศึกกันครับ

น้ำหยดเดียว  คงไม่รุนแรงเป็นพายุ  ม้าตัวเดียวคงไม่มีแรงเหวี่ยงรุนแรงมากพอ  กองทัพม้าศึก  พร้อมทะยานเป็นกองทัพ 

Digital DNA พิสูจน์ พันธุกรรมดิจิทัลม้าศึก

ทำไมมนุษย์โลก  โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์  นักฟิสิกส์จึงพยายามทำความเข้าใจ  ค้นหาการก่อกำเนิดของโลก  การก่อเกิดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ?

หรือมนุษย์  กำลังศึกษาหาความจริง  เพื่อที่จะสร้างโลกใบใหม่  เพื่อที่จะสร้างชีวิต  สร้างคนให้เป็นอมตะ  ไม่มีวันตาย ?

ทำไมมนุษย์  ไม่คิดเพียงแต่การเดินไปข้างหน้า  หรือมนุษย์ไม่พึงพอใจเพียงแค่ในการมีชีวิตไปข้างหน้า  แก้ไขปัญหาไปรายวัน ย้อนหลังอดีตนับล้านปีเพื่ออะไร?

และยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดี  ควรทำอย่างไร ?

หรือ  อะไรที่ควรจะเป็นต้นน้ำอุตสาหกรรม ?

ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์  มีคำ 2 คำที่รู้จักกันอยู่แล้ว  คือ Refactor  และ  Rewrite  ล้วนต่างก็มีความหมายว่า  เป็นการทำให้ Source Code เป็นที่เข้าใจง่าย  แก้ไขง่าย  โดยยังคงทำงานได้ดีเช่นเดิม  แต่ Refactor  มีความหมายที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

มีอีกคำ  ในวงการ  การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ OOPs หรือ Object Oriented Programmings นั้นคือ  Class  หรือต้นกำเนิด  ที่ใช้กัน กล่าวถึงกันในหลายๆ ภาษาเชิง OOPs   หากเรานำเอา Refactor  มาผสมรวมกันกับ  Class และ ให้หมายความถึงการ  คิดย้อนสร้างโค้ด  ต้นกำเนิด  คือทำการ  refactor code  จนไปหา  Class บนสุดที่เป็นต้นกำเนิดเป็น DNA  ที่จะถูกใช้ผสม  หรือกลายสายพันธุ์ในวันข้างหน้า

มันจึงเป็นเรื่องเดียวกับการที่นักฟิสิกส์  มนุษย์โลกบางส่วนกำลังค้นหาต้นกำเนิดของโลก

และก็มีมนุษย์โลกอีกมาก  ที่ไม่ได้สนใจ  ไม่ได้วางแผนชีวิตว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขอย่างไร

ที่อนาคตแต่ละคนจะมีมรสุมเข้ามาหลาย ๆ ลูก 1 คน 1 ชีวิต  ไม่มีโอกาสแก้ตัวมากนักเมื่อเจอมรสุมใหญ่ๆ

วิธีการ  ที่จะบรรเทาหายนะจากมรสุมชีวิตในอนาคตที่ดี  คือการวางแผนเสียตั้งแต่วันนี้ ทั้งการวางตัว วางใจ และวางแผนในเรื่องนอกกาย เช่นการประกันภัย การไม่ประมาทในชีวิต 

เรื่องการวางแผนชีวิตเช่นนี้ยังใช้ได้กับการวางแผนเรื่อง โค้ด  กล่าวคือ  โค้ดที่ดี  จะต้องวางแผนการสร้างการพัฒนาให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยาวนาน  มีการใช้ประโยชน์จาก DNA ของบรรพบุรุษได้อย่างเต็มที่  ลดขนาดของโค้ด  เพิ่มประสิทธิภาพ  เสถียรภาพของโค้ด

iSTEE & Samong Framework จึงอาจจะเป็นเพียงเจ้าเดียว  ที่มุ่งมั่นจริงจัง  ค้นคว้าวิจัยวิธีการพัฒนาโค้ด  แบบย้อนหลัง ย้อนไปหาต้นกำเนิด โดยเอาสิ่งที่เหมือนกัน  DNA ที่เหมือนกัน  โยนกลับขึ้นไปในชั้นของ  Class ต้นกำเนิดแบบสุด ๆ  และยิ่งไปกว่านั้น  เรายังมองไปถึงการที่จะต้องทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้  ให้นักลงทุนผู้สนับสนุนอยู่รอด  ให้นักพัฒนาได้ค้นพบตนเอง  ในขณะที่การพัฒนาเพียงผิวเผินแบบเปลือกนอกทั่วไป  จะต้องเจอมรสุมในอนาคต  คือ “เจ๊ง” เพราะต้นทุนผลิต และต้นทุนบำรุงดูแลรักษา ที่สูงลิว ปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี 

พันธุกรรม  ไม่ใช่เพียงแค่พยายามหาเครื่องมือที่ดีเลิศสำเร็จรูป  ซึ่งสิ่งดีเลิศไม่มีอยู่จริง  แต่มันคือ  ทางออกหนึ่งเพื่อความสำเร็จ  ที่จะทำให้เราได้ผลิตภัณฑ์ และเจได ที่มีพลังจิตวิญญาณของการตื่นรู้

(ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต )

อย่างไร  คือ  การพัฒนาย้อนขึ้นไปหาต้นกำเนิด ??

การพัฒนาม้าศึก  12 ราศี  คือ  ตัวอย่างที่ดีที่จะใช้ประกอบ  ที่เราได้ประกาศแผนการสร้างแพลตฟอร์มจำนวน 12 แพลตฟอร์มที่จะเดินหน้าพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

ในม้าศึก 12 ราศี  หรือแพลตฟอร์มทั้ง 12  จะมีสิ่งที่เหมือนกัน  คล้ายกันจำนวนมาก   สิ่งที่เหมือนร่วมกันจำนวนมากนี้แหละ  คือสิ่งที่จะถูกผลักขึ้นไปอยู๋ในชั้น class  ต้นกำเนิดสายพันธุ์   ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราได้แพลตฟอร์มที่มีความสามารถ  ฉลาดที่สุดและใกล้เคียงกัน  โดยแต่ละแพลตฟอร์ม  มีความแตกต่างกันในเรื่องวัตถุประสงค์หรือประโยชน์เฉพาะอย่างของแต่ละแพลตฟอร์ม  เช่น  ระบบโรงพยาบาลที่มุ่งตอบโจทย์  โรงพยาบาล   ส่วนระบบบุคคล  ก็มุ่งตอบโจทย์บุคคล    โดยทั้งระบบบุคล  และระบบโรงพยาบาลก็มีหลายอย่างที่เหมือนกันที่ทำงานอยู่บื้องหลัง

หรือจะอธิบายเปรียบเทียบการสร้างแพลตฟอร์ม  12 แพลตฟอรมพร้อมๆ กัน  เข้ากับการสร้าง  Condominium Complex  เช่น เมืองทองธานี   ที่ซึ่งในตอนท้ายจะมีอาคารหลายๆ  อาคารอยู่ที่นั่น  ทั้งแบบเหมือนกัน  คล้ายกัน  และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราไปถามสถาปนิก  และวิศวกรโครงการ  ว่าท่านจะวางแผนสร้าง  complex นี้อย่างไร  ก็จะได้คำตอบกลับมาว่า  เขาจะไม่สร้างมันทีละหลังแน่นอน  กล่าวคือ  จะต้องมีการเตรียมการวางเครน  ในตำแหน่งที่สามารถเหวี่ยงไปใช้งานได้กับหลาย ๆ ตึก   เพื่อลดต้นทุนเรื่องเครน   และลดการจราจรที่หนาแน่นในโครงการ   และจะต้องไล่มาจากการตอกเสาเข็ม  สร้างคาน  รอบ่มคอนกรีตอายุคาน  และหมุนคนงาน  หมุนเครื่องจักรไปทำอย่างอื่นในจุดอื่นๆ  ตึกอื่น ๆ ในโครงการวนๆ กันไป  หากพบข้อผิดพลาดในตึกหนึ่ง  ก็สามารถเอาข้อผิดพลาดนี้ไปแก้ไขในการสร้างอีกตึกหนึ่งได้ทันท่วงที

การเตรียมการ  การวางแผนสร้างโครงการ  หรือสร้างโค้ดแบบนี้จึงจะเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลและจะเป็นการมั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้ดี

นักพัฒนาที่จะมาเขียนโค้ด  หรือสร้างเครื่องมือ  iSTEE ได้ดี  จะต้องมีความเข้าถึงอารมณ์และพลังแห่งธรรมมะ  ไม่จำเพาะว่าเป็นหลักธรรมของศาสนาใด ๆ  จากหลักความจริง  หลักธรรมชาติ  แล้วนำเอาไปใช้สร้างงาน  ระหว่างการเขียนก็ต้องฝึกพลังจิตไปด้วยตลอด  จึงมีความคุ้มค่ามากมาย  วันนี้เราไม่ได้พูดลอย ๆ แต่มี ม้าศึก  พิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามันคือแพลตฟอร์มที่ดี  มีประโยชน์  มีเสถียรภาพ
 
วิธีการคิด  การสร้างงานแบบนี้อาจจะถูกเรียกว่า “บ้าไปแล้ว”  ด้วยเหตุเพราะว่าไม่ตรงกับของฝรั่งที่เอามาให้ใช้กัน  เป็นวิธีที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อ  ซึ่งก็ห้ามปรามกันไม่ได้
ที่วิธีเดิม ๆ  เรามักจะศึกษากันแค่เปลือก  ลงไปไม่ถึงแก่น  ปัญหาไม่ใช่เรื่องของภาษาหรือเทคนิคที่เลือกใช้  แต่เป็นเรื่อง  แนวคิด  การสกัด  สาระสำคัญ แล้ววางลำดับการสร้างงานให้ถูกต้องต่างหาก
ม้าศึก  12  ราศี  จึงเป็นต้นแบบยุทธศาสตร์   สร้างต้นน้ำอุตสาหกรรม  สร้างนักพัฒนา  และพิสูจน์  Digital DNA
ขอขอบคุณที่ได้ติดตาม  บทความของเรามาโดยตลอดครับทุกท่าน  ร่วมกันทำบุญสร้างชาติ  ด้วยการแชร์บทความ  แชร์เพจให้เกิดการรับรู้แพร่หลายทั่วไทยครับ

Digital Transformation อีกครั้ง !

ทักทายสวัสดีปีใหม่กันครับ  ปีที่ท่านว่า  เผาจริง !!

มีคีย์เวิร์ดหนึ่งที่ฮิตกันมากเมื่อราวต้นปีที่แล้ว  และก็เงียบไปก่อนจะสิ้นปี  จะว่ามันดูไม่ดีก็ไม่เชิงนะ  แต่ดูเหมือนว่า เป็น  วาทกรรมดิจิทัลที่ปฏิบัติได้ไม่จริง (ในสังคมไทยแลนด์แดน 4.0)

พอพูดถึง  วาทกรรมดิจิทัล  ผมก็อดจะนึกถึงคำว่า  Enterprise Architecture  ด้วยเสมอ   คือแปลว่าจะทำเรื่อง  Digital Transformation ละก็  จำเป็นต้อง  ทำการออกแบบองค์กร  จัดองค์กรซะก่อนให้ดีๆ ว่างั้น

โดยที่บ้านเมืองนี้  มีคนรู้จริงไม่มากนัก  แต่จะหาคนที่ทำได้จบตลอดรอดฝั่งก็ยิ่งยากกันไปใหญ่

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่า  ไม่เข้าใจ  หรือไม่รู้เรื่อง  แต่จะไปติดตรงที่ว่า  แล้วจะข้ามห้วยไปสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลได้อย่างไร

ด้วยก็เพราะว่า  องต์กรจะเป็นจะต้องมีระบบงาน  มี  ดิจิทัลแพลตฟอร์มคู่ขนาน  ที่ทำงานเป็น Virtual Platform  แน่นอนละครับว่าจะต้องมีระบบบริหารจัดการธุรกิจภายในองค์กร  เช่นว่า  ERP  อะไรทำนองนี้  อาจจะเป็นเรื่องตลาดดิจิทัล  ก็ด้วย  หรือการส่งเสริมให้ความรู้พนักงานขาย  ให้ความรู้ลูกค้าด้วยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ขององค์กร

ความยากก็ไปต่อจนถึง  นอกจาก  ERP ที่ต้องซื้อเขามาแล้วนี่  ฉัยทำอะไรต่อไม่ได้อีกแล้ว

อีตอนจะเอา  ERP มาใช้ก็ใช่ว่าจะปลั๊กแอนเพลย์ (Plug & Play) ซะเมื่อไหร่กัน    ต้องออกแบบวางแผนกันนานทีเดียว  เผลอๆ จะล่มเอาง่าย ๆ

ข่าวสารการโกงกันภายในของ  มหาวิทยาลัยชื่อดัง   การเบิก การกู็เงินที่ไร้ร่องรอย  ที่เป็นข่าวสาธารณะ แสดงถึงความไร้ระบบบล็อกเชน  (ฺBlockchain)  สะท้อนความล้มเหลว  การยอมสิโรราบ  เป็นการบอกว่า  มหาวิทยาลัยแห่งนี้  และหลายๆ แห่ง  ขาดเทคโนโลยีของตนเอง  จนต้องไปปรึกษาต่างชาติอีก  นี่คือความล้มเหลวของการศึกษาจริง ๆ

ก็คงไม่ต้องพูดถึง  หน่วยงานราชการครับ  ที่มักจะอาศัยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไปช่วยใช้งบที่ปรึกษาในโครงการต่าง ๆ  กันมากมาย  เงินสนับสนุน StartUp ก็มักจะไหลเข้ากระเป๋าอาจารย์ที่ปรึกษาเช่นกัน  หลายโครงการของรัฐบังคับให้  ผู้รับทำโครงการจ้างอาจารย์ที่ปรึกษา  เข้าทำนอง  “ผีจูงผี”  พากันลงทะเลไปซะ

มาถึง  Depa  กับข่าวการออกโรงสนับสนุนส่งเสริม  การพัฒนา  พลังบุคลากรดิจิทัล  อะไรทำนองนั้นเป็นการให้งบ  ต่อคนหัวละ 1 ล้านบาท  และให้การส่งเสริมอบรมใน 5 ด้าน  เช่นการเขียนซอฟต์แวร์ขั้นสูง   และอีก  4 แนวทางตามลิงก์  ลิงก์ ข่าว Depa

เป้าหมาการผลิต 20,000 คน  คนละ 1 ล้านบาท  นี่มัน 2 หมื่นล้านบาท  แม่เจ้าเว้ย  ประเทศไทยจะเป็น 4.0 แล้วด้วยเงินขนาดนี้

เชื่อไหมครับ  ผมขอมาซึก  0.1 %   แค่นี้พอ  เราพร้อมจะสร้างนักพัฒนาระดับเจไดให้ได้เลย

เราเดินทางมาไกลมาก  ไกลจากวันที่เริ่มต้นเมื่อ 2 ปีก่อน

Digital Transformation  โดยการสร้าง  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Platform)  ให้กับองค์กร  คือ  งานหลักของพวกเราไปแล้ว   งานกำลังดำเนินไปสำหรับหลายๆ องค์กร   ที่ต้องขอบคุณที่องค์กรได้เล็งเห็นถึง  แนวคิด  เห็นจิตวิญญาณของพวกเรา  ว่าเราทำเพื่อชาติ  เพื่อคนไทยจริง ๆ

 

 

อีกไม่นาน  และไม่ต้องสัญญาครับ  เราจะร่วมเป็นแนวรบสำคัญของสงคราม  Digital Transformation   และเป็นกองกำลัง  Digital Platform ที่เป็นที่นิยม

พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ  ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนเวบไซต์ของเราครับ

สมองฯ ปี 3 ขยับสู่ ธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม

สวัสดีปีใหม่กันครับ  พี่น้องชาวไทยทุกคน   เราหวังว่าทุกท่านคงกำลังมีความสุขกับครอบครัวและญาติมิตร

หลายท่านคงกำลังเดินทาง  ไปพักผ่อนตามที่ต่าง ๆ หรือกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน   เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ไปในตัว  ก่อนที่จะกลับมาสู้ศึก  ทั้งปี  12 เดือน  12  ราศีกันในปี 2019

ปีหน้าเขาว่าเผาจริง  ทั้งเศรษฐกิจการเมือง  และโดยเฉพาะเทคโนโลยี

ที่เทคโนโลยีจะมีสารพัดไฮเทค ถาโถมเข้ามาให้เราท่องจำ  สำลักเล่นกัน  ไม่ว่าจะ  AI, Bitcoin, Blockchain , Digital Platform  สารพัดสารพัน  แต่ก็เช่นเดิม  พี่น้องชาวไทยก็ยังต้องซื้อเขากินเขาใช้กันต่อไป

ปีที่แล้วเป็นปีที่  Facebook โดนถล่มซะเหนื่อย  ทั้งประเด็นข้อมูลหลุดรั่ว  ทั้งโดยไม่เจตนา และตั้งใจให้พันธมิตรธุรกิจเอาข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทำเงิน  (เหมือนหลายแบงค์ในบ้านเรา  ที่เน้นสร้างรายได้ให้ตนเอง  โดยไม่ค่อยสนใจชาวบ้านตาดำ ๆ )

Cryptocurrency   ก็ปั่นป่วนมากมาย  ราคาวิ่งขึ้นสุดติ่ง  และดิ่งลงสุดเหว  สลับกันไป  ให้หัวใจวายเล่นๆ 

สำหรับวงการตลาดหุ้น  นักลงทุนก็เริ่มสับสน  มองหาช่องทางใหม่ในการทำมาหากิน  VI  ไม่มีอยู่จริง  เงินหลักสิบ หลักร้อยล้าน  หายไปได้ในพริบตา

เชื่อไหมครับอะไรที่มันเคยง่าย  มันจะไม่ง่ายอีกต่อไป   ชีวิตเราๆ ก็จะยากขึ้น  จนต้องเกิดคำถามว่าแล้วจะอย่างไรต่อ

ผมก็แนะนำยากอยู่เช่นกันว่าจะให้ใครๆ ทำอย่างไรต่อ  เอาเป็นว่า  ใครทำอาชีพอะไรอยู่ก็  ให้ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย  ระวังการสร้างหนี้   ขยันทำงานทำการ  อย่าให้เจ้าของเขาเหม็นหน้าโดยไม่จำเป็น   ส่วนใครทำอาชีพอิสระ  ธุรกิจส่วนตัว  ก็เดินหน้ากันต่อไป

สำหรับพวกเรา สมองไทยแลนด์  ชาวดิจิทัลเทคโนโลยี  ปีหน้านี้จะขึ้นปีที่  3 (เมษายน)  ที่เราไม่ใช่อนุบาล 3  ไม่ใช่  ป 3  ไม่ใช่  นิสิตปี  3  แต่เป็น  นักผจญภัยในโลกดิจิทัล  ที่เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง  ที่ในปีที่ผ่านมาเราได้สัมผัสชีวิตจริง ๆ ของ StartUp มาเต็ม ๆ   ที่เราได้เรียนรู้ว่า   “กรุณาอย่าหวังพึ่งรัฐบาล  หรือหน่วยงานนวัตกรรมอะไรของรัฐเป็นอันขาด”  รวมทั้ง  “อย่าเผลอใจไปหาแบงค์ (ผมพูดกี่ครั้ง  ก็ยังเจ็บปวดใจไม่หาย)  เพื่อหวังการให้กู้เพื่องานนวัตกรรม   แบงค์เขาไม่เสี่ยงกับนวัตกรรมครับ  555 “

ก่อนปี 2560  รวมเป็นระยะเวลาหลายปี  ที่  CTO ของเราได้ทำการค้นคว้าวิจัยเครื่องมือ  เพื่อหวังแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการซอฟต์แวร์ไทย  ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการหวังที่จะแก้ไขปัญหาให้คนไทยทั้งชาติ  (เป็นคำพูดที่ช่างกล้าหาญ บ้าบิ่นซะเหลือเกิน)  จนในปี 2560  ที่เรืยกว่าพัฒนาการด้านเครื่องมือของเราได้เดินหน้ามากว่า 95%

ปลายปี 2560  เป็นช่วงเวลาที่เราได้ทดสอบเครื่องมือ  เพื่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มบนมือถือ  ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ธุรกิจดิจิทัล  ผ่านทางเวที StartUp ที่เราได้ไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ให้ผู้คนได้รู้จัก  ได้รำคาญตารำคาญใจกันเล่น ๆ  ว่าไอ้พวกนี้มันทำอะไรหว่า  คุยกันนานแค่ไหนก็ไม่เคยเข้าใจ  จริงครับ  จริงที่สุด  มันเข้าใจยากจริง ๆ   จะพยายามพูดให้ง่ายยังงัยก็พูดไม่ง่ายซะที  จนกระทั่งเราก็พูดไปตามที่เราอยากจะพูดนะแหละดีที่สุด

ปี  2561  ที่เราต้องปรับตัว  เมื่อพบว่า  สิ่งแวดล้อมด้านนวัตกรรมของประเทศมันไม่เอื้ออำนวยและเป็นไปได้ยากมาก  เรียกว่า  “StartUp เกิดง่าย  โตยาก  ตายเร็ว”  เหมือนปลูกถั่วงอกประมาณนั้น  จับแช่น้ำ  เข้าแคมป์  อบรม  บ่ม คั่วสารพัดค่าย  สุดท้าย  ตายยกเข่ง

โชคดีครับ  ที่เข็มทิศ  และเครื่องยนต์กลไกของสมองไทยแลนด์  ได้ถูกเตรีบมตัวมาเพื่อต่อสู้กับสภาวะการณ์เช่นนี้จริง ๆ   สภาวะที่นักพัฒนาไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้  สภาวะที่นักพัฒนาของไทยไม่สามารถสร้างงานที่แข็งแกร่งได้

ท่านอาจจะรำคาญต่อคำครหาของเราเช่นนี้  แต่ขอโทษนะครับ  มันคือเรื่องจริง  มันจริงที่ว่า  แท้ที่จริงแล้ว  เรา (คนไทยหลายคนมาก ๆ )  ไม่สามารถสร้างงานในระดับ  world class  ที่จะเป็นแพลตฟอร์มที่ดี  มีขนาดใหญ่  ที่จะสร้าง  Value  ให้กับตัวมันเองและสังคมได้

และแพลตฟอร์มในตลาดดิจิทัลจำนวนมาก  ไม่ตอบโจทย์  หรือไม่คำนึงถึงประชาชนหรือผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลาง  แบงก์ก็ทำเพื่อแบงค์  คนเก่งบางกลุ่มก็ทำเพื่อตนเอง

ตูมเดียว  ขอยิงคำถามเข้าเป้าเลยก็คือว่า  “คนไทยได้ประโยชน์อะไรจากแพลตฟอร์มเหล่านั้นบ้าง  ? ”  ก็มันไม่มีงัย  เราจึงได้เรียกมันว่า  “ล้มเหลว  4.0 “

ให้ตายเหอะ  แม้นแต่ผู้บริหารระดับประเทศ  ยังไม่เข้าใจเลย  มองไม่ออก  ไม่แม้กระทั่งจะเปิดใจรับฟัง (คือเราได้ส่งบทความต่าง ๆ ให้  ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้หลายคน  แต่การตอบสนอง  เหมือนคนถูกฉีดยาชา  และดมยาสลบ 10 แกลลอนอะไรประมาณนั้น )

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจของเรา แต่กลับให้เราต้องเร่งพัฒนางานของเราให้แข็งแรงขึ้นโดยเร็ว  เพราะเราเห็นว่า  สถานการณ์ที่ประเทศนี้ไม่มีทางออก  มันใกล้เข้ามามากแล้ว  24 – 36   เดือนหลังจากนี้  สภาวะเศรษฐกิจ  โอกาสตลาดของเทคโนโลยีไทยจะเป็นทะเลเดือดที่ถูกถมด้วยน้ำลายต่างชาติ

ทุเรียนไทย  กล้วยไม้ไทย  ยางพาราไทย  ใครกันที่ยึดไปทำตลาด  คนไทยได้ประโยชน์จริง ๆ นะหรือ  ไหนละครับ  รัฐบาลอยู่ตรงไหน  ช่วยทำอะไรได้บ้าง

พี่น้องครับ  ผมไม่ได้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง  และจะไม่จับมือกับนักการเมือง  ไม่มีทุนใหญ่หนุนหลัง  แต่เราจะมีประชาชน  มีผมมีท่าน  เราต้องการสร้าง  ธุรกิจดิจิทัล  ด้วยดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ตามเจตนารมย์ที่เราได้ประกาศมาแล้วอย่างยาวนาน  และวันนี้แพลตฟอร์มของเราได้กำเนิดเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ท่านลองนึกภาพว่า  เรากำลังสร้างตึกขนาดใหญ่จำนวนหลายตึก  กระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ  ตึกเหล่านั้นจะรองรับสารพัดธุรกิจบนตึกนั้น  ดังนั้นตึกนั้นจะต้องมีรากฐานที่แข็งแรงที่จะต้องมีการเตรียม  สร้างฐานรากให้ดีเพียงพอก่อน  ต้องช่องทางการสื่อสาร  การคมนาคม  ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้เพียบพร้อม

และตึกเหล่านั้นจะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายถึงกัน   และตึกเหล่านั้นทั่วไทย  คือ  ตึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะให้ประโยชน์กับคนไทย  นักธุรกิจ  และหน่วยงานรัฐและเอกชนต่าง ๆ

เราได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับนักเรียน  สำหรับการรักษาพยาบาล  และอีกหลายๆ ระบบที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้  แต่ก็พอจะให้ภาพคร่าว ๆ ได้ในนาม ม้าศึก 12 ราศี

ม้าศึกคืออะไร  มันคือ  แพลตฟอร์มแต่ละระบบ  แต่ความล้ำลึกของมันคือ  เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง  ที่มันทำงานได้จริง  รองรับคนเป็นจำนวนมาก  จำนวนหลักล้านได้จริง  มันเชื่อมโยงกันได้จริง  ที่นักเรียนจะมีประวัติ  การเรียนและสุขภาพสอดคล้องกับประวัติในโรงพยาบาล  และผลการเรียน  การทำงานอะไรต่างๆ เหล่านี้  ที่ข้อมูลบางอย่างจะเป็นส่วนตัว  มีความปลอดภัย  ที่ข้อมูลบางอย่างจะมีเทคโนโลยี  blockchain  อยู่ข้างใน  มันจะโต และจะโผล่ออกมาให้ท่านเห็นว่า  เอ้ยนี่่มันมหัศจรรย์   ดิจิทัลแพลตฟอร์มของจริง

ปีใหม่ที่จะถึงนี้  จึงเป็นปี  แห่งการตอกย้ำเจตนา  การสร้าง  อุตสาหกรรมชิ่นส่วนซอฟต์แวร์จริง ๆ   โดยมีผลลัพธ์ออกมาในรูปของดิจิจทัลแพลตฟอร์มจำนวนไม่น้อยกว่า  12 ระบบ  และจะเกิดเครือข่ายนักพัฒนา  เกิดสหกรณ์ซอฟต์แวร์  เกิดกองทุนสมองเวนเจอร์  เกิดความร่วมมือระหว่างนักพัฒนา  นักธุรกิจ  สถาบันการศึกษา  ราชการ  และแหล่งทุน  ที่จะร่วมกันสร้างสรรวงการนวัตกรรมของไทย

มันไม่ใช่ความฝัน  มันไม่ไกลเกินเอื้อม  เพียงแต่ท่านค่อยๆ เปิดใจ  ติดตามเรื่องราวของเรา  ศึกษาบทความต่างๆ ในทุกช่องทาง  และสุดท้าย  ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจได้  และหากคุณทราบว่าขนาดของธุรกิจของ  Facebook และกูเกิล  หรือ Microsoft  มันใหญ่แค่ไหน  เราจะบอกคุณว่า  นั่นแหละคือขนาดของ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่จะเกิดขึ้นจากการผลักดันของเรา

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งขอความสำเร็จของกันและกัน  ร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมือง  สร้างสุข  สุขภาพดี  ไร้หนี้  มีเงินออม

พบกับ  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ม้าศึก  12  ราศี  กับเราเร็วๆ  นี้   สวัสดีปีใหม่ครับ

Merry Christmas & Happy New Year

คลิปสมองคริสต์มาส   แสดงการทำงานคล้าย Control Panel   มีมิติความลึก (เมนู) ทั้งหมด 4 ระดับ   สามารถพัฒนาเข้าสู่โหมดการทำงานจริงขนาดใหญ่ๆ ได้สบายๆ ตามมาตรฐานแบบ Microservice…

 

เราจึงสามารถให้ความมั่นใจกับผู้มุ่งหวัง  นักลงทุน นักพัฒนา   ม้าศึกจะเกิดขึ้นได้จริง เพื่อความสุขของทุกคน

ส่วนเมนูด้านซ้าย เป็นการบริหารระบบขนาดใหญ่แยกตามหน่วยงานในจอเดียว

จากวิดีโอตัวอย่างแสดงระบบ  Hospital  ในฝัน รุ่นล่าสุด…  ลองขยายจินตนาการกันนะครับ…   ว่าถ้าเมนูแบบนี้มีประจำตัวผู้คน… เหมือนเป็นระบบหลังบ้านออนไลน์  Personal … เชื่อมกับ Hospital…   และเชื่อมโยงกัน 12 แพลตฟอร์มถึงกันหมด …..

จึงเป็นการตอกย้ำแบบว่า “สนิทปิดฝาโลง”  คือพร้อมสรรพ  เพื่อส่งมอบระบบให้ชาวไทย ด้วย Cloud Computing  และเติม BlockChain เข้าไปด้วยเป็นเรื่องๆ ไป  พร้อมกับการแก้หนี้ ไปสู่ไร้หนี้ ด้วยรายได้ โดยเป็นเจ้าของสหกรณ์ร่วมกัน เงิมออมเพิ่ม แก้ไขปัญหาเหลื่อมล้ำตรงจุด

เราออกเดินทางแล้ว… ไม่ต้องพกเงินเป็น 1000 ล้าน ถึงจะทำได้… และกำลังพิสูจน์ให้ดูอีกเรื่องครับ ต่อให้ทำโปรแกรมเสร็จ คนไทยส่วนใหญ่ รวมถึงนักลงทุน ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้อยู่ดี ว่าผลกระทบมันจะขนาดไหนครับ ทุกอย่างที่เห็นใน Hospital ทำแค่ตัวเดียว ที่เหลืออีก 11 ตัวและตัวที่ยังอยู่ในความคิดอีกจำนวนมาก  คือ เราจะทำให้มันเสร็จไปเรียบร้อยพร้อมกันเลยครับ สมมติ มีอีก 1000 แพลตฟอร์ม สิ่งที่เหมือนกันจะเสร็จพร้อมกัน เราพัฒนาเฉพาะส่วนต่างกับเรื่องกราฟิก

ต้นทุนลดลงทันที 1000 เท่า การวิวัฒนาการของสมองและม้าศึก จะเติบโตรวดเร็ว เกินจินตนาการ  และล้ำไปกว่านั้น…ลองใส่จินตนาการอีกนิดหนึ่ง  พลิกอีกขั้วความคิดเหมือนดูใต้ท้องรถ… ของที่เสร็จแล้ว แพลตฟอร์มที่เสร็จแล้วเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน  ประกอบด้วยชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาประกอบขึ้นด้วยกัน ยังสามารถนำไปใช้เพาะพันธ์ุใหม่ ดัดแปลง ปรับปรุง นำไปใช้งานต่อยอดได้อีกมากมาย

ไม่เพียงแค่นั้น… ผลที่ได้คือทุกแพลตฟอร์มจะฉลาดขึ้นไปด้วยพร้อมๆ  กัน ทำให้ต้นกำเนิดแรกเก่งตามไปพร้อมกับลูกหลาน   มีอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อยากให้พิสูจน์ว่าผมลดต้นทุนได้จริงไหม?   “…นั่นเป็นคำถามที่ทุเรศที่สุด  บอกอย่างไรคุณก็ล้ำไม่ทันผม … ” เพราะคุณไม่เคยเชื่ออะไร มหาวิทยาลัยจึงกำลังรอวันตาย นี่แหละครับ Disruption ของแท้

ไม่ต่างในอดีต ผมรู้มานานแล้วปัญหาของการพัฒนาธุรกิจที่จะทำให้เติบโตแข็งแกร่ง ไม่ใช่อยู่ที่แค่ Solutions แต่อยู่ที่ตัวจินตนาการและเทคโนโลยีพื้นฐานจริงๆ ปัญหาแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะทำตัวไหน จะมีคู่แข่งเสมอ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ถ้าไม่แข็งแรงพอในระดับเกิดการ Disruption ได้จะเหนื่อยฟรี และเสี่ยงมากครับ   ในยุคที่ทุกอย่างเคลื่อนที่เร็ว ในมิติธุรกิจ ต้นทุนสำคัญที่สุด   หากลดต้นทุนไม่ได้  ก็จะโตยาก   ขยายรายได้   ไม่ได้ก็โตยาก   ที่อธิบายมาทั้งหมด ยิ่งโต ต้นทุนยิ่งลด ยิ่งโต รายได้ยิ่งมาก

ต้องอ่านซ้ำที่ผมเขียนประเด็นนี้หลายๆ รอบนะครับ สงสัยอะไรให้ถาม สำคัญคือ อ่านเข้าไปในความคิด แล้วจับที่ความรู้สึกด้วยนะครับ  จับที่ความรู้สึกที่เกิด  ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไร ให้สูดลมหายใจแรงๆ มีสติ ที่ปลายจมูก ทำถี่ๆ จนเห็นความคิด ความรู้สึก วิธีดู คือ ปล่อยวาง เอามือจับแขน ให้รู้สึกเย็น ร้อน อย่าไปบีบให้เกิด ปล่อยให้มันไหลไป เรื่อยๆ เลือกการตั้งคำถาม สำคัญๆ … ใส่ลงไปในจิต ไม่ต้องหวังคำตอบ ปล่อยไป เดี๋ยวมันจะมาเองครับ

ภายใน 24 เดือน การตื่นรู้ของคนไทย จะขึ้นไปอีกระดับด้วยม้าศึก 12 ราศี แต่จำนวนเท่าไหร่ ประเมินยังไม่ได้แน่นอน เดินทางไปแบบนี้เดี๋ยวเราก็จะเห็นแน่นอนครับ ม้าศึก อารมณ์ที่มาพร้อมกับความสุขของผู้คน   บทความคุณบัณฑูร ล่ำซำ ที่มีคำถามต่อสังคมไทย  .. เรามีทางออกให้ผู้คนแน่นอนแล้ว มาพร้อมๆ กัน ทางหนึ่ง มองคุณปั้น คือ ตัวแทนผู้คน มองสมองฯ  คือ ผู้รับปัญหาไปแก้ไข วันนี้เบื้องต้นเรามั่นใจว่า   เส้นทางนี้ไม่ผิดเพี้ยน   ตอกย้ำ ด้วยแนวนโยบายเพื่อไทย  เน้นที่สาระกันนะครับ  ไม่เอี่ยวตัวบุคคล  แนวคิดสอดคล้องกับแนวทางของสมองฯ ตรงๆ ทุกประเด็น   เราประกาศตัวออกเดินทางก่อนด้วย   ประกาศสาธารณะอีกด้วยซ้ำ

ปี 2019 คือจุดเริ่มต้น “…คนไทยใช้สมอง ครองสติ …”   สนใจแนวคิดนี้ … แวะดูที่สมองไทยแลนด์ครับ   เรายังต้องการเพื่อนๆ มาเข้าร่วม  สร้างสรรค์  เพื่อต้นไม้ของพ่อครับ

จอภาพ UI… นำอารมณ์ความรู้สึก ของระบบปฎิบัติการ จับมาใส่ นำเอาอารมณ์การใช้ google มาใส่  ดูไม่แข็งทื่อแบบธุรกิจ  เหมือนไมโครซอฟท์ที่นำเอาความรู้สึกแบบสื่อสารด้วยภาพ  เข้ามาผสมและไม่ให้ใช้งานง่าย จนเกินไป ให้ความรู้สึกต้องปีนป่าย บ้าง เพื่อนำไปสู่การพูดคุย ศึกษา แลกเปลี่ยน

สรุปแล้ว UI แกน .. มีแค่ตามในคลิป ที่เหลือคือ รายละเอียด และการแปลงไปนำเสนอบนโมบาย ต่อไป ตัว personal นี่เปิดตัวเมื่อไหร่ ไม่เกิน 6 เดือนทะลุ 5-10 ล้านบัญชีแน่นอน รับรองได้เลยครับ  เราจะเอาเงินเข้าสู่ระบบสหกรณ์ จากนั้นอีก 6 เดือน เมื่ออีก 5-10 ล้านบัญชี เข้าระบบ   ตั้งสหกรณ์ซอฟต์แวร์ ทั่วทุกหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์ Blockchain อัดเงินลงไป แบบกองทุนหมู่บ้าน ส่งคน ทีมเฉพาะกิจ เข้าช่วยพัฒนาแก้ไขปัญหา สร้างงาน สอนอบรม ร่วมกันพร้อมพัฒนาระบบ แลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน สร้างเมืองแห่งความหวังของผู้คน

Line True Money Facebook google ยอดโฆษณา จะหายไป ธนาคารยอดกู้ ยอดฝาก ดอกเบี้ยจะหดหาย มาอยู่ที่สหกรณ์ คืนเงินปันผลกลับไปทุกชุมชน ตลาดหุ้น จะไม่ฟู่ฟ่าเหมือนก่อน CPALLราคาจะตก หุ้นชาวบ้านโชว์ห่วยในอดีต จะกลับมาพร้อมระบบเครือข่ายทั่วประเทศ ผลงานของลูกหลานของเรา ที่มีความหวังและรอยยิ้ม ผู้คนไม่ต้องกังวลตกงาน เพราะจะไม่มีใครตกงาน แต่จะมาเข้าร่วมพัฒนาสมองให้เก่งขึ้น ดีขึ้น เพราะยิ่งเก่งต้นทุนยิ่งลด เงินสะพัด กินอิ่ม นอนหลับ มีสติ ใช้สติ ปัญญาญาณก็ตามมา จิตสาธารณะก่อเกิด ต้นไม้ของพ่อ เติบโตยั่งยืน ผลิดอกออกผล อะไรจะมีความสุข ปานนี้ครับ… แค่คิดก็สุขใจแล้ว ผมนี่ตื่นเต้นจริงๆ หัวใจเต้นแรงเลย พ่อแม่ จะอยู่กับลูกมากขึ้น…. ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน… การพัฒนาและวิวัฒนาการของประเทศ จะล้ำไปไกลโดยไม่ต้องพึ่งทุนต่างชาติ ไม่ต้องพึ่งนายทุน… สมองฯ คือคำตอบแรกของประเทศ ที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริงๆ ครับ เราไม่ใช่แค่บอกว่าอะไรจะเกิด ไม่ใช่แค่บอกให้รู้ งานนี่คือการเคลื่อนย้าย ดิน ลม ไฟ น้ำ ให้ตกทั่วฟ้าเมืองไทยครับ การต่อสู้สงครามครั้งสุดท้ายในครั้งนี้ ช่วงเวลานี้คือมีค่าที่สุดในชีวิตแล้วครับ เมื่อสำเร็จแล้วหันหลังกลับ ไม่เกี่ยวกับเงินในกระเป๋า แต่เราจะไม่รู้สึกเสียดายชีวิตนี้ที่เกิดมา

แบงค์หนีตาย !

ดูจะรุนแรงเกินไปมั๊ยที่จะกล่าวหาว่าแบงค์หนีตาย !

แต่กระแสข่าวมันเยอะ  มันรุนแรงมาก ๆ  ที่สารพัดแบงค์ได้ขยับขับเคลื่อนจับมือกับคนนั้นที  คนนี้ที  ไม่ว่าจะแบงค์สีเขียว  แบงค์สีม่วง  แบ่งสีเหลืองน้ำตาล ในขณะที่หลายแบงค์ยังงก ๆ เงิ่น ๆ อยู่   แบงค์กสิกร  สีเขียว  จับมือกับ Grab Taxi , Line,  และแต่งตั้ง  เจ้าพ่อสตาร์ทอัพ  เป็น จนท ตำแหน่งใหญ่โตมโหฬาร  ก็ไม่รู้ว่าใครต้องพึ่งใคร

แบงค์สีม่วง  กวาดต้อน  developer เข้ามุ้ง   แบงค์กรุงศรีฯ  จับมือ  SIX Network  นี่ก็ไม่รู้ใครพึ่งใคร  ใครพึ่งเทคโนโลยีใคร  ใครพึ่งเงินใคร หรือจะพาล่มกันทั้งคู่เข้าทำนอง  “ผีจูงผี”

….

นานๆ ที่ผมจะแวะเข้าแบงค์ซะที   แต่ก็บ่อย  มากพอ  มากจน  จนท  แบงค์ จำได้และทักทายว่าพี่ขา  ทำงานอะไรที่ไหน  มาแบงค์บ่อยจัง   แวะมาซื้อ  กองทุนซะหน่อยมั๊ย  ไอ้ผมก็ตอบ  ผมนี่เป็นหนี้แบงค์ตรึม  พอแล้ว  ไว้ผมมีตังค์จะมาซื้อแบงค์ทีเดียวเลยจะดีกว่า  555  ไม่ขำซิครับ    จนครั้งต่อ ๆ มา  ผมก็ได้มีโอกาสนั่งคุยกับ  จนท แบงค์อย่างสนิทสนม   เป็นเวลาพอสมควร (ผมคงต้องไปซื้อกองทุนตอบแทนซะหน่อย)  เธอถามว่า  พี่ค่ะ   แบงค์จะแย่มั๊ยคะ   จะตกงานกันเยอะมั๊ยนี่  เห็นเขาประกาศปิดสาขากัน

ผมก็ตอบซิครับ  แบบไม่ต้องเกรงใจเลย  ตกงานแน่ !!

อ้าว  แล้วนี่หนูจะต้องทำอย่างไร   และเด็กรุ่นใหม่จะต้องเรียนอะไร   ผมตอบ  เรียนวิชา  ศีลธรรม  ศึกษาพุทธศาสนา  หรือ  ศาสนาอะไรก็แล้วแต่  และศึกษาคำว่า  หลัก  แก่น  ของคำว่า  “สติ”   …  เธอก็งงซิครับ ว่าพี่บ้าไปแล้ว  นี่มันยุคไอที  ดิจิทัล  ตู่ 4.0   จะให้ไปเรียน  ศีลธรรม  มาตั้งสตินี่อะนะ  ผมแถมบอกเธอให้อีกหน่อยว่า  “พอเพียง”  งัย  ในหลวงสอนไว้  “สติ”  ที่จะตื่นรู้ว่าต้องพอเพียง  “ไร้หนี้ก่อน”  แล้วค่อย ๆ คิดอ่าน  เดี่ยวก็ดีขึ้น  “มีเงินออม”    ผมบอกต่อ  ไอทีและแอพอะไรแบบนั้นพวกผมก็ทำ   นี่งัยเวบไซต์ผม  แอพผม  เยอะแยะ  ทำมันทั่วไทยเลย

ผมถามว่า  แอพอะไรที่คนต้องเปิดทุกเช้า  แล้วไอ้แอพนั่น  มันคืนตังก์ให้เรามั๊ย  แล้วไอ้แอพพวกนั้น  มันจ่ายภาษีให้ลุงตู่มั๊ย ( 20  ธค 2561  ยังไม่เห็นคืนความสุขมาเลย)  ก็ไม่อีกนะแหละ  แล้วจะดีมั๊ยถ้าเรามีแอพหลายๆ ตัวให้คนใช้กันอย่างไม่มอมเมา  ได้ประโยชน์และได้เงินคืน

ห๊ะ  มีด้วยหรือพี่    …..  ก็มีซิครับ  นี่่งัย  สมองไทยแลนด์งัย  ไอ้พวกนี้มันบ้า  บ้าไปแล้ว

ตรรกะของแบงค์  คือ  หาเงิน  ดูดเงินจากประชาชน  ที่ทุก ๆ แพกเกจ  ทุก ๆ เคมเปญ  ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่  พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา  คือ  พูดดีไป สารพัด จะบอกว่าแบงค์ขะขยายอย่างนั้นอย่างนี้  แบงค์จะใช้ big data มาใช้เพื่อ  เพื่อบริการให้เงินกู้แก่ประชาชน  พ่อง !  ลงท้ายก็คือ  รายได้และความอยู่รอดของแบงค์   

อะไรบ้างละที่คุณแบงค์คิดจะคืนสู่สังคม   ผมพูดมากก็เจ็บขอ  ปวดนิ้ว  บอกไบ้ไว้แค่นี้ก็พอ  ว่าแบงค์ควรจะทำอย่างไร

ถึงคราวแล้วที่แบงค์ต้องหนีตาย  ปืดสาขา  ลด ค่าใช้จ่าย  ให้เร็วที่สุด   การปล่อยสินเชื่อในยุคหน้าจะเป็นเรื่องของ  Crypto currency  ที่เกิดจากความเชื่อมั่น  เชื่อในคุณค่าของการให้บริการ  เชื่อในสิ่งที่ดี   เชื่อในสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนในสังคมนี้ดีขึ้น

สมองไทยแลนด์งัยครับ  สมองเวนเจอร์  สมองซอฟต์แวร์   เรานำเสนอทางออกให้สังคม  ด้วยสารพัดแพลตฟอร์ม  แพลตฟอร์มเพื่อความสุขของประชาชน 

แพลตฟอร์มเพื่อนักเรียน  แพลตฟอร์มเพื่อการสาธารณสุข  แพลตฟอร์มเพื่อเกษตรกร  แพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจ  แพลตฟอร์มที่จะสร้างรายได้ให้นักพัฒนา  สร้างรายได้ให้ประชาชน  ให้ประชาชนเข้าถึงและมีชีวิตเป็นของตนเอง  ให้ชีวิตไร้หนี้  มีความสุข

ม้าศึก  12 ราศี  คือการประกาศสงครามไอทีครั้งสุดท้าย  ที่จะเป็นการระดมเอาเครือข่ายนักพัฒนา  ร่วมมือ  ร่วมใจกันพลิกแผ่นฟ้า  สร้างทางออกให้ประเทศ  แทนรัฐบาลที่ไร้ทางออก   

ถึงเวลาที่นักพัฒนา  ต้องทำความเข้าใจคำว่า  “สติ”   “สติดิจิทัล”  สติของคนดิจิทัล  สตินักพัฒนา  ค้นหาตัวเอง  หรือจะให้เราช่วยบอก

มาเถอะครับ  มาติดตาม  ทำความเข้าใจเรากันให้ลึกซึ้งกว่านี้  ติดตามเราได้หลากหลายช่องทาง   

เราเป็นใคร  เราเป็นทีม  นักพัฒนางานระดับแพลตฟอร์ม  เรามีเทคโนโลยี  เรามีคน  เรามีเทคนิคการพัฒนา  ที่คุณต้องอึ้ง  อึ้งว่าเรามี เทคโนโลยีอะไรที่จะรองรับผู้ใช้ได้  ดีเทียบเท่าแบงค์ที่ลงทุนไปนับหมื่นล้าน  

พูดไปก็หาว่าโม้  ขวนมาลงทุนทำบุญเพื่อชาติ  ก็ว่าไหนขอดูของก่อน

ไม่ทันแล้วคุณเอ้ย  หากคุณคิดจะลงทุนแบบเห็นของก่อน   เราขายแพงนะ   ลองทักมาคุยกัน  ไม่แน่จริง  เราไม่แกว่งเท้าหาเซียน แน่นอน

บอกตามตรง  แล้วคุณจะรักเรา  ไปจนวันตาย

นานมาแล้วที่เราลืมเรื่อง “ฝนลาฟ้าแล้ง”

ลองนึกภาพในอดีต  ที่ประเทศต้องประสพกับภาวะ   “ฝนแล้ง”  บ้างก็น้ำท่วม  แต่เดชะบุญ  เรามี  “ฝนเทียม”   อันเป็นพระปรีชาสามารถที่ทรงอัจฉริยะภาพ  ทรงพระราชทาน  พัฒนา  “ฝนเทียม หรือ ฝนหลวง”

ที่ทรงใช้หลักการ  สิ่งที่มีอยู๋พื้นฐานทั่วไป  เกลือ  เมฆ  เครื่องบิน  ลม  มาผสมผสานกัน  สร้างน้ำ  ช่วยแก้ไขฝนแล้ง  ให้ประชาชน  พืช  สัตว์   ได้มีกิน  มีชีวิตต่อไป

เราจึงลืมกันไปแล้วว่าเราเคยมีความเสี่ยงของประเทศยามฝนแล้ง   แต่บัดนี้  เรากำลังพบกับภาวะเศรษฐกิจที่แห้งแล้ง

ขอบคุณภาพจาก   blognone

ในหลวง ทรงเลือก แก้ไขฝนแล้ง ….

ส่วนพวกเราคนไอที  เลือกที่จะสร้างเกราะไอที ..  ค้นคว้าวิจัย  สร้างสรร  เพื่อที่จะเป็นเกราะ  “สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม”

ยามนี้ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย อันดับ1 แล้ว  เรากำลังเร่งความเร็ว  ครับท่านนายกฯ   ทำเท่าที่ได้จริงๆ …  ปล่อยว่าง วางเฉยในจิต แต่กายก็เดินหน้าเต็มกำลัง

จากตัวอย่างภาพหน้าจอ   ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ ศูนย์การศึกษา…ศูนย์ชุมชน
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น…  สติของฉัน  นายสมชาย
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … สติของฉัน นายสุโชค 
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … สติของฉัน นางสาวสมหญิง 
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … ผู้คนเป็น ล้านคน ดูสิ…
 
ตรงทะเบียนระบบงาน…คือ ระบบการเงิน ระบบสุขภาพ ระบบวางแผนการเงิน ระบบความสัมพันธ์….และอื่นๆ สำคัญคือ ตรงระบบงานนี่เป็นแบบ Plug-In ด้วย
 
เราได้ก้าวข้ามไปสู่ดินแดนใหม่แล้ว  บนยอดภู  ที่เราได้เห็นมุมมองใหม่  วิสัยทัศน์ใหม่  เข้าทำนอง  “อยู่ตีนเขา  ฤาจะเห็น ทะเลหมอก”
และเรายังมองเห็น  ภูเขาและทิวทัศน์ที่สวยงามอีกหลากหลายมุม  หรืออีกหลายทางเลือกที่จะพัฒนาระบบให้กว้างขวาง   นี่มันบ้าชัด ๆ
 

ขอบคุณภาพจากเฟสบุค

มันคือหลักฐานสำคัญแล้วว่า … วันนี้   สมองแพลตฟอร์ม  เป็นยิ่งกว่าแพลตฟอร์ม   มันคือ Super Platform กันเลย…
คน – Personel เทียบกับ Google Slide
ธุรกิจ – Business เทียบกับ Google Sheet
นักเรียน – Student เทียบกับ Google Doc
โรงพยาบาล – Hospital เทียบกับ Google Sheet
โรงแรมและท่องเที่ยว – Hotel and Travel
เทียบกับ Google Site แล้วท่านมีแชร์ กับฉัน … ข้ามแพลตฟอร์ม แบบนี้ …  นี่งัยทัศนวิสัยใหม่ ช่างงดงามยิ่งนัก
 
เมื่อเครือข่ายประสาทนี้มันเชื่อมถึงกันได้หมด..  ตรงส่วน คน -Personal .ส่วนสุขภาพ ก็ลักษณะเดียวกับ นักเรียน-Student แค่รายละเอียดคนละอย่าง
แชร์กับฉัน…กับหมอประจำตัว ที่ปรึกษา…หมอจะได้รับรู้ข้อมูลคนไข้ทันที ก่อนถึงโรงพยาบาล แน่นอน
 
ตอนนี้…ด้วยคำตอบของ Personel Platform … เราพร้อมขยับตัว ก้าวไปสู่…Samong Chat Platform / Samong Messenger Platform ได้เลย
 
Samong Platform และ iSTEE Framework ช่วยลดขยะซอฟต์แวร์ได้ ! ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มการผลิตซอฟต์แวร์ได้ !
 
ถึงเวลาแล้ว  นี่คือประเด็น การลดขยะ…สร้างมูลค่าเพิ่ม..ยกระดับรายได้ …สร้างอุตสาหกรรมชิ้นส่วนซอฟต์แวร์  ลดขยะซอฟต์แวร์
มา  มาลองกันเลย   ประกาศศักดา ..เจ้าแรก เจ้าเดียว  ที่เรากล้าประกาศให้มาพิสูจน์
 
เราได้ก้าวสู่ดินแดนใหม่แล้วท่าน   เห็นแล้ว  แต่พระองค์  ยังอยากให้เราเดินทางแสวงธรรม  เผยแพร่ธรรมต่ออีกนิด
สาธุ

Ventures เดินทางอย่างไร ? #1 เพราะเราเชื่อว่า Dev ต้องกินอิ่มนอนหลับ

การเปิดตัว Samong Ventures  ของเราในครั้งนี้  จะเรียกว่ากล้าบ้าบิ่นนั้น  ไม่ใช่แน่นอน  แต่จะขอบอกท่านผู้ติดตามที่เคารพว่า  เรามีทีมที่ดี  มีความสามารถเพียงพอ  แต่จะทะยอยมาเล่ากันไปทีละเล็กทีละน้อย  ทีละบทความ  เท่าที่จะไม่เป็นการเปิดเผยเทคโนโลยีกันทั้งหมด

ก่อนอื่นเราอยากจะให้ผู้ร่วมเดินทางกับเรามีความเข้าใจตรงกันว่า  วิสัยทัศน์การลงทุน  การเดินไปข้างหน้าในครั้งนี้กับเรานั้น  ต้องเตรียมตัว  เตรียมใจอย่างไร ?  วันนี้ขอแจกแจงว่าประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • ประการแรก  การร่วมการลงทุนในครั้งนี้  คือการทำบุญ  การทอดกฐินดิจิทัล  เพื่อสร้างงาน  สร้างชาติ
  • ประการที่สอง  ขั้นตอนการเดินหน้า  คือ  สร้างคน  สร้างงาน  และสร้างเงิน ขนาดย่อม
  • ประการที่สาม  ขั้นเผยแพร่สร้างคน  สร้างงานขนาดใหญ่ และสร้างเงินแบบทวีคูณ

ในวันนี้ใคร่จะอธิบาย  ข้ามไปถึง  ประการที่สองก่อน  ว่ามีความสำคัญอย่างไร ?

ก็เพราะว่าความล้มเหลวของ  Start Up และผู้ต้องการบุกเบิกธุรกิจนั้น  มาจากความต้องการในเรื่องการทำเงินเป็นที่ตั้ง  กับความต้องการได้เงินทุนมาเริ่มในการพัฒนางานของตนเอง  เมื่อมีเงินเป็นตัวตั้ง  ก็จะขาดการวางแผนในเรื่องอื่น ๆ  และหากเป็นเงินทุนร้อน ๆ ประเภทมีดอกเบี้ย  ก็ยิ่งทำให้นักธุรกิจหน้าใหม่เหล่านั้นไม่มีเวลาที่จะไปเสริมแกร่งให้กับทีมงานของตนเอง  และเมื่อเดินทางไประยะหนึ่งจะพบว่า  เส้นทางยังมีอีกยาวไกล  การเดินทางจึงต้องหยุดลง  ผู้สนับสนุนเงินทุนก็ต้องล้มเหลว  เข็ดหลาบกับการสนับสนุนรายต่อฟ ไป

เราในฐานะผู้บุกเบิกแนวความคิด Samong Ventures  นี้  จึงต้องขอบอกท่านผู้สนใจลงทุนว่า   เราจะสร้างคนสร้างทีมที่มีนักพัฒนาจำนวนหนึ่งขึ้นมาให้มีความแข็งแกร่งเสียก่อน  ทีมงานเหล่านี้จะต้องมีสปิริตนักรบนักพัฒนาที่สูงส่ง  ในแบบที่เราเรียกว่า  “เจได”   เจไดของเราไม่ใช่คนที่มีเงินเป็นตัวตั้ง  หากแต่ความท้าทาย  ความสนุกในการทำงานคือเป้าหมายแรกของพวกเขา  แน่นอนครับ  เขาและเธอเหล่านั้นจำเป็นต้องกินต้องใช้อย่างเพียงพอ

พวกเหล่าเจได  จะได้รับฝึกอบรมวิทยายุทธ์จาก  CTO  และ เจไดรุ่นพี่หลายคน  เจไดจะได้รับการฝึกทั้งเรื่องการโค้ด  การออกแบบ  มาตรฐาน iSTEE & Samong Platform  และจุดที่เน้นย้ำกันสำหรับทุกคน  และจะเป็นแบรนด์ของทีมงานของเราคือ   การปลูกฝังจิตวิญญาณนักพัฒนาเพื่อชาติ  มีสติ  สมาธิที่เข้มแข็ง

เจได  ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นโปรแกรมเมอร์จ๋า  มาจากสถาบันใด ๆ  ขอเพียงให้มีใจรัก  ทุ่มเท  และมีตรรกะในการคิด  จินตนาการ  และลำดับความคิดสู่การออกแบบถ่ายทอดได้

เจได  รุ่นแรกจะได้รับการมอบหมายในการพัฒนา   UX/UI  การออกแบบระบบงาน  การทำเวบไซต์การทำงานร่วมกัน

สำหรับเจได  ที่มีความคล่องแคล่วแล้ว  ก็จะมีโอกาสได้ฝึกในเรื่อง  โค้ดเชิงลึก  ลงลึกในการจัดการกับฐานข้อมูล

การลงทุนในช่วงแรก  จึงจะเป็นการสนับสนุนในการฝึกอบรม  เหล่าเจได  ให้เข้มแข็ง  กินอิ่ม  นอนหลับ  มีความสุข  ในการพัฒนางาน

การสร้างคนหนึ่งคน  จะใช้เวลาเพียง 1 – 2 เดือน  ก็จะสามารถสร้างงานเบื้องต้นได้  บางคนอาจจะเร็วกว่า  บางคนอาจจะใช้เวลาเพิ่มเติม  แต่ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกจะสามารถสร้างเป็นนักรบเจได  ได้แน่นอน

สำหรับท่านผู้ติดตาม  ที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้  ได้โปรดทราบว่า  การเข้าร่วมเป็นทีมนักพัฒนากับเรานั้น  ไม่ใช่เรื่องยาก  เพียงแต่มีความตั้งใจ  และเรียนรู้การเขียนโปรแกรมภาษาใดภาษาหนึ่งมาก็ได้   และหากมีประสบการณ์ในการทำงานใด ๆ  ได้ผ่านโลก  ผ่านร้อนผ่านหนาวมาบ้าง  ก็จะมีภาพมีแนวคิดทางธุรกิจติดตัวมาได้เป็นประโยชน์แก่ทีมงาน

ภาระกิจที่เหลือ  คือการสร้าง  การฝึกปรือนักพัฒนาให้สร้างงานกันอย่างเป็นทีม  ประสานกันได้อย่างเก่งกาจ  และจะบินและดุดัน  เหมือนเสือติดปีก  เพราะเรามีเครื่องมือชั้นยอดที่จะเป็นหัวใจในการพัฒนางานของเรา

การเดินทางของเรา  จึงมิใช่เป็นการเริ่มต้นพูดถึงเรื่องการสร้างแอพ  หรือสร้างงานอะไรในทันที    การสร้างเงินก้อนโตมโหฬารในครั้งนี้  จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลงทุน  แต่การลงทุนในครั้งนี้  เรามีความเข้าใจสมรภูมิดี  และเราได้ขจัดความเสี่ยงของความล้มเหลวไปแล้วอย่างมากมาย  และกลายมาเป็น  เครื่องมือ iSTEE & Samong Platform  ที่สุดยอดนั่นเอง

(ขอบคุณที่มาของคลิปวิดีโอ : https://www.facebook.com/mashable/videos/10156724151874705/?t=0)

 

งานของเราจึงจะเป็นงานที่ไม่มีปัญหาในเรื่องการดูแล  บำรุงรักษา  งานของเราจะมีเสถียรภาพ  ปลอดภัย  งานของเราจะมีชีวิตและเติบโตไปข้างหน้า  ซอฟต์แวร์  งานของเรา  คือลูกของเรา  เราสร้างเราดูแลเขา  แล้วเขาจะกลับมาดูแลเรา  สร้างรายได้  สร้างความยั่งยืนให้กับเรา

ท่านผู้อ่านที่สนใจ  ไม่ว่าจะในฐานะนักพัฒนา  หรือผู็สนใจร่วมการลงทุน  สามารถกรอกใบสมัครเป็นสมาชิกกับเราได้  โดยติดต่อที่   Samong.Ventures.com ฟรี   และทีมงานจะได้มีการติดต่อท่านกลับไป  ตอบข้อสงสัยต่าง ๆ และท่านจะได้อ่านบทความพิเศษที่จัดไว้สำหรับสมาชิกเท่านั้น

ในบทความหน้า  ท่านจะได้พบกับแนวคิด  ในการสร้างงาน  ท่านจะได้ทราบว่า  เรากำลังจะทำอะไร  หรือเราทำอะไรได้บ้าง

กราบขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ