เมื่อ Samong และ iSTEE ก้าวสู่เวทีอาเชียน

วันนี้  17 สิงหาคม  2562  เวบไซต์  DIA  ได้ครบกำหนดประกาศผลการคัดเลือกการแข่งขัน หาตัวแทนภาคนักศึกษาและผู้ประกอบการ  ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลเปิดภาครัฐ

หนึ่งใน  10 ทีม (รายการ DIA)  และ หนึ่งใน 20 ทีม (รายการ  AODC)  นั้น  มีชื่อ  โครงการ  G-SAMONG  สติดิจิทัล  ที่ส่งเข้าประกวดโดย  ทีมงานสมองไทยแลนด์  ในนาม  สมองซอฟต์แวร์   ที่รอฟังผลการประกาศ

เป็นขณะเวลาที่น่าตื่นเต้น  และภาคภูมิใจว่า  แนวคิด  ความลึกล้ำ  สิ่งที่เราเฝ้าพัฒนามาอย่างยาวนานและหาคนเข้าใจยากนั้น  ได้ผลิดอกออกผลระดับหนึ่งแล้ว  ขอบคุณที่กรรมการชุดนี้มองงานของเราได้ทะลุและเข้าใจแนวทางทั้งหมด  และให้ได้รับการคัดเลือกไปแข่งขันในประเภทในกำกับของ  Microsoft  โดยมีคู่แข่งคือ  ทีมจากต่างชาติอีก  3 ทีมที่ประกวดในประเภทนี้  และมีจำนวนทีมโดยรวมเพียง 10 ทีม  โดยการแข่งขันจะจบสิ้นลงประมาณปลายเดือน  กันยายน 2562  (ที่จะต้องรอความคืบหน้ากันต่อไป)

โดยในข้อเสนอ  นอกจากจะเป็นการอธิบายแนวคิด  และยกตัวอย่างงานที่เราพัฒนาไปแล้วนั้น  เรายังยกตัวอย่างและให้คำมั่นว่าเราจะทำการสร้างระบบที่เชื่อมต่อกับระบบ Opendata  ของรัฐได้เป็นจำนวน 10 ระบบในระยะเวลาอันสั้น  และจะเป็นสิ่งที่เราทำได้จริง  และจะมีขั้นตอนการประกวดใน DIA อีกครั้งหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

iSTEE Middleware & Samong Platform  ที่คราวนี้เราหยิบเอาเครื่องมือมาพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง  ที่จะช่วยในการเชื่อมต่อกับ  Opendata เป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้น  จะช่วยให้รัฐลดภาระการพัฒนางาน  และประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น

โครงการ  DIA, DGA  หรือ  สพร  นั้น  คือ  หนึ่งฟันเฟืองตัวใหญ่ในโครงการ  ยุทธศาตร์ชาติ  20  ปี

และนี่คือ  สิ่งที่เราเรียกว่า  ความภาคภูมิใจที่จะได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้รู้จักประเทศไทยว่า  เรามีการพัฒนา  Middleware  ที่มีมาตรฐานระดับสากลได้เอง  หนทางที่ผ่านมากได้พิสูจน์ความอดทนของเราต่อเสียงรอบด้าน  ว่าทำไมคุณไม่ผลิตแอพขายซะที  ทำอะไรมานานเกินไปแล้วหรือยัง

และเวลาได้หล่อหลอมให้เราแข็งแรง  ให้คนรอบข้างแข็งแกร่ง  และวันนี้เราจะเป็นแสงสว่างน้อยๆ ที่จุดนำทางการพัฒนาประเทศ  ด้วยดิจิทัล  เพื่อนำพาและเป็นกำลังใจ  ให้นักพัฒนาที่จะมาร่วมเครือข่ายงาน  พัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนกับเรา

ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ร่วมโครงการ  ขอบคุณผู้อุปถัมภ์   ขอบคุณ  สำนักงานทรงลักษณ์  ผู้สนับสนุนรายใหญ่  และผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกจำนวนหนึ่ง

ชัยชนะหรือไม่ในเวทีอาเชียน  ไม่ได้เป็นสาระมากนัก  แต่สำคัญที่สุด  คือการพิสูจน์แล้วว่า  ม้าศึก  มีชีวิตจริงๆ  ซอฟต์แวร์มีชีวิตจริง ๆ

ขอคารวะ ….

16/8/2562

 

 

 

น้ำหยดเดียว ไม่ใช่พายุ ฉันใด กองทัพดิจิทัล จึงต้องการ ม้าศึกแพลตฟอร์ม

ถอยหลังไป  20 ปีครับ  ที่  คนๆ หนึ่ง   ถามตัวเองและสังคมว่า   จะแก้ไขปัญหาการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างไร   และซอฟต์แวร์จะต้องช่วยแก้ไขปัญหาสังคมในระดับมหภาคให้ได้ด้วย

18 ปีต่อมา  คือ  วันที่กำเนิดเกิดก่อเครื่องมือ  iSTEE & Samong Platform  เหมือนเป็นเด็กทารก  ที่เรารู้ว่าเมื่อเขาโตขึ้น  เขาจะฉลาดอย่างไร

อีก 2 ปีต่อมา  เด็กคนนั้นอายุ  2 ขวบ  ได้แสดงความฉลาดปลาดเปรื่อง  พัฒนาตัวตนเป็น  ม้าศึก  12 ราศี  ที่มีลักษณะของม้าศึก  ที่ทรงพลัง  เก่งกาจรอบด้าน  มันคือ  ม้าศึก  ดิจิทัลแพลตฟอร์ม  ที่ได้ก่อกำเนิดขึ้นแล้วบนระบบ Cloud  เป็นแพลตฟอร์ม  ที่ซ่อนเร้นคุณค่าให้แสวงหา  ว่ามันจะทำอะไร  จะแก้ไขปัญหาอะไรให้สังคม

ลองชมคลิป  ม้าศึกกันครับ

น้ำหยดเดียว  คงไม่รุนแรงเป็นพายุ  ม้าตัวเดียวคงไม่มีแรงเหวี่ยงรุนแรงมากพอ  กองทัพม้าศึก  พร้อมทะยานเป็นกองทัพ 

Digital DNA พิสูจน์ พันธุกรรมดิจิทัลม้าศึก

ทำไมมนุษย์โลก  โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์  นักฟิสิกส์จึงพยายามทำความเข้าใจ  ค้นหาการก่อกำเนิดของโลก  การก่อเกิดของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ?

หรือมนุษย์  กำลังศึกษาหาความจริง  เพื่อที่จะสร้างโลกใบใหม่  เพื่อที่จะสร้างชีวิต  สร้างคนให้เป็นอมตะ  ไม่มีวันตาย ?

ทำไมมนุษย์  ไม่คิดเพียงแต่การเดินไปข้างหน้า  หรือมนุษย์ไม่พึงพอใจเพียงแค่ในการมีชีวิตไปข้างหน้า  แก้ไขปัญหาไปรายวัน ย้อนหลังอดีตนับล้านปีเพื่ออะไร?

และยุทธศาสตร์การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ดี  ควรทำอย่างไร ?

หรือ  อะไรที่ควรจะเป็นต้นน้ำอุตสาหกรรม ?

ในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์  มีคำ 2 คำที่รู้จักกันอยู่แล้ว  คือ Refactor  และ  Rewrite  ล้วนต่างก็มีความหมายว่า  เป็นการทำให้ Source Code เป็นที่เข้าใจง่าย  แก้ไขง่าย  โดยยังคงทำงานได้ดีเช่นเดิม  แต่ Refactor  มีความหมายที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

มีอีกคำ  ในวงการ  การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ OOPs หรือ Object Oriented Programmings นั้นคือ  Class  หรือต้นกำเนิด  ที่ใช้กัน กล่าวถึงกันในหลายๆ ภาษาเชิง OOPs   หากเรานำเอา Refactor  มาผสมรวมกันกับ  Class และ ให้หมายความถึงการ  คิดย้อนสร้างโค้ด  ต้นกำเนิด  คือทำการ  refactor code  จนไปหา  Class บนสุดที่เป็นต้นกำเนิดเป็น DNA  ที่จะถูกใช้ผสม  หรือกลายสายพันธุ์ในวันข้างหน้า

มันจึงเป็นเรื่องเดียวกับการที่นักฟิสิกส์  มนุษย์โลกบางส่วนกำลังค้นหาต้นกำเนิดของโลก

และก็มีมนุษย์โลกอีกมาก  ที่ไม่ได้สนใจ  ไม่ได้วางแผนชีวิตว่าจะมีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุขอย่างไร

ที่อนาคตแต่ละคนจะมีมรสุมเข้ามาหลาย ๆ ลูก 1 คน 1 ชีวิต  ไม่มีโอกาสแก้ตัวมากนักเมื่อเจอมรสุมใหญ่ๆ

วิธีการ  ที่จะบรรเทาหายนะจากมรสุมชีวิตในอนาคตที่ดี  คือการวางแผนเสียตั้งแต่วันนี้ ทั้งการวางตัว วางใจ และวางแผนในเรื่องนอกกาย เช่นการประกันภัย การไม่ประมาทในชีวิต 

เรื่องการวางแผนชีวิตเช่นนี้ยังใช้ได้กับการวางแผนเรื่อง โค้ด  กล่าวคือ  โค้ดที่ดี  จะต้องวางแผนการสร้างการพัฒนาให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยาวนาน  มีการใช้ประโยชน์จาก DNA ของบรรพบุรุษได้อย่างเต็มที่  ลดขนาดของโค้ด  เพิ่มประสิทธิภาพ  เสถียรภาพของโค้ด

iSTEE & Samong Framework จึงอาจจะเป็นเพียงเจ้าเดียว  ที่มุ่งมั่นจริงจัง  ค้นคว้าวิจัยวิธีการพัฒนาโค้ด  แบบย้อนหลัง ย้อนไปหาต้นกำเนิด โดยเอาสิ่งที่เหมือนกัน  DNA ที่เหมือนกัน  โยนกลับขึ้นไปในชั้นของ  Class ต้นกำเนิดแบบสุด ๆ  และยิ่งไปกว่านั้น  เรายังมองไปถึงการที่จะต้องทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้  ให้นักลงทุนผู้สนับสนุนอยู่รอด  ให้นักพัฒนาได้ค้นพบตนเอง  ในขณะที่การพัฒนาเพียงผิวเผินแบบเปลือกนอกทั่วไป  จะต้องเจอมรสุมในอนาคต  คือ “เจ๊ง” เพราะต้นทุนผลิต และต้นทุนบำรุงดูแลรักษา ที่สูงลิว ปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี 

พันธุกรรม  ไม่ใช่เพียงแค่พยายามหาเครื่องมือที่ดีเลิศสำเร็จรูป  ซึ่งสิ่งดีเลิศไม่มีอยู่จริง  แต่มันคือ  ทางออกหนึ่งเพื่อความสำเร็จ  ที่จะทำให้เราได้ผลิตภัณฑ์ และเจได ที่มีพลังจิตวิญญาณของการตื่นรู้

(ขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต )

อย่างไร  คือ  การพัฒนาย้อนขึ้นไปหาต้นกำเนิด ??

การพัฒนาม้าศึก  12 ราศี  คือ  ตัวอย่างที่ดีที่จะใช้ประกอบ  ที่เราได้ประกาศแผนการสร้างแพลตฟอร์มจำนวน 12 แพลตฟอร์มที่จะเดินหน้าพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

ในม้าศึก 12 ราศี  หรือแพลตฟอร์มทั้ง 12  จะมีสิ่งที่เหมือนกัน  คล้ายกันจำนวนมาก   สิ่งที่เหมือนร่วมกันจำนวนมากนี้แหละ  คือสิ่งที่จะถูกผลักขึ้นไปอยู๋ในชั้น class  ต้นกำเนิดสายพันธุ์   ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราได้แพลตฟอร์มที่มีความสามารถ  ฉลาดที่สุดและใกล้เคียงกัน  โดยแต่ละแพลตฟอร์ม  มีความแตกต่างกันในเรื่องวัตถุประสงค์หรือประโยชน์เฉพาะอย่างของแต่ละแพลตฟอร์ม  เช่น  ระบบโรงพยาบาลที่มุ่งตอบโจทย์  โรงพยาบาล   ส่วนระบบบุคคล  ก็มุ่งตอบโจทย์บุคคล    โดยทั้งระบบบุคล  และระบบโรงพยาบาลก็มีหลายอย่างที่เหมือนกันที่ทำงานอยู่บื้องหลัง

หรือจะอธิบายเปรียบเทียบการสร้างแพลตฟอร์ม  12 แพลตฟอรมพร้อมๆ กัน  เข้ากับการสร้าง  Condominium Complex  เช่น เมืองทองธานี   ที่ซึ่งในตอนท้ายจะมีอาคารหลายๆ  อาคารอยู่ที่นั่น  ทั้งแบบเหมือนกัน  คล้ายกัน  และแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราไปถามสถาปนิก  และวิศวกรโครงการ  ว่าท่านจะวางแผนสร้าง  complex นี้อย่างไร  ก็จะได้คำตอบกลับมาว่า  เขาจะไม่สร้างมันทีละหลังแน่นอน  กล่าวคือ  จะต้องมีการเตรียมการวางเครน  ในตำแหน่งที่สามารถเหวี่ยงไปใช้งานได้กับหลาย ๆ ตึก   เพื่อลดต้นทุนเรื่องเครน   และลดการจราจรที่หนาแน่นในโครงการ   และจะต้องไล่มาจากการตอกเสาเข็ม  สร้างคาน  รอบ่มคอนกรีตอายุคาน  และหมุนคนงาน  หมุนเครื่องจักรไปทำอย่างอื่นในจุดอื่นๆ  ตึกอื่น ๆ ในโครงการวนๆ กันไป  หากพบข้อผิดพลาดในตึกหนึ่ง  ก็สามารถเอาข้อผิดพลาดนี้ไปแก้ไขในการสร้างอีกตึกหนึ่งได้ทันท่วงที

การเตรียมการ  การวางแผนสร้างโครงการ  หรือสร้างโค้ดแบบนี้จึงจะเป็นการลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลและจะเป็นการมั่นใจได้ว่าระบบจะทำงานได้ดี

นักพัฒนาที่จะมาเขียนโค้ด  หรือสร้างเครื่องมือ  iSTEE ได้ดี  จะต้องมีความเข้าถึงอารมณ์และพลังแห่งธรรมมะ  ไม่จำเพาะว่าเป็นหลักธรรมของศาสนาใด ๆ  จากหลักความจริง  หลักธรรมชาติ  แล้วนำเอาไปใช้สร้างงาน  ระหว่างการเขียนก็ต้องฝึกพลังจิตไปด้วยตลอด  จึงมีความคุ้มค่ามากมาย  วันนี้เราไม่ได้พูดลอย ๆ แต่มี ม้าศึก  พิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามันคือแพลตฟอร์มที่ดี  มีประโยชน์  มีเสถียรภาพ
 
วิธีการคิด  การสร้างงานแบบนี้อาจจะถูกเรียกว่า “บ้าไปแล้ว”  ด้วยเหตุเพราะว่าไม่ตรงกับของฝรั่งที่เอามาให้ใช้กัน  เป็นวิธีที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อ  ซึ่งก็ห้ามปรามกันไม่ได้
ที่วิธีเดิม ๆ  เรามักจะศึกษากันแค่เปลือก  ลงไปไม่ถึงแก่น  ปัญหาไม่ใช่เรื่องของภาษาหรือเทคนิคที่เลือกใช้  แต่เป็นเรื่อง  แนวคิด  การสกัด  สาระสำคัญ แล้ววางลำดับการสร้างงานให้ถูกต้องต่างหาก
ม้าศึก  12  ราศี  จึงเป็นต้นแบบยุทธศาสตร์   สร้างต้นน้ำอุตสาหกรรม  สร้างนักพัฒนา  และพิสูจน์  Digital DNA
ขอขอบคุณที่ได้ติดตาม  บทความของเรามาโดยตลอดครับทุกท่าน  ร่วมกันทำบุญสร้างชาติ  ด้วยการแชร์บทความ  แชร์เพจให้เกิดการรับรู้แพร่หลายทั่วไทยครับ

นานมาแล้วที่เราลืมเรื่อง “ฝนลาฟ้าแล้ง”

ลองนึกภาพในอดีต  ที่ประเทศต้องประสพกับภาวะ   “ฝนแล้ง”  บ้างก็น้ำท่วม  แต่เดชะบุญ  เรามี  “ฝนเทียม”   อันเป็นพระปรีชาสามารถที่ทรงอัจฉริยะภาพ  ทรงพระราชทาน  พัฒนา  “ฝนเทียม หรือ ฝนหลวง”

ที่ทรงใช้หลักการ  สิ่งที่มีอยู๋พื้นฐานทั่วไป  เกลือ  เมฆ  เครื่องบิน  ลม  มาผสมผสานกัน  สร้างน้ำ  ช่วยแก้ไขฝนแล้ง  ให้ประชาชน  พืช  สัตว์   ได้มีกิน  มีชีวิตต่อไป

เราจึงลืมกันไปแล้วว่าเราเคยมีความเสี่ยงของประเทศยามฝนแล้ง   แต่บัดนี้  เรากำลังพบกับภาวะเศรษฐกิจที่แห้งแล้ง

ขอบคุณภาพจาก   blognone

ในหลวง ทรงเลือก แก้ไขฝนแล้ง ….

ส่วนพวกเราคนไอที  เลือกที่จะสร้างเกราะไอที ..  ค้นคว้าวิจัย  สร้างสรร  เพื่อที่จะเป็นเกราะ  “สุขภาพดี ไร้หนี้ มีเงินออม”

ยามนี้ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทย อันดับ1 แล้ว  เรากำลังเร่งความเร็ว  ครับท่านนายกฯ   ทำเท่าที่ได้จริงๆ …  ปล่อยว่าง วางเฉยในจิต แต่กายก็เดินหน้าเต็มกำลัง

จากตัวอย่างภาพหน้าจอ   ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ ศูนย์การศึกษา…ศูนย์ชุมชน
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น…  สติของฉัน  นายสมชาย
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … สติของฉัน นายสุโชค 
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … สติของฉัน นางสาวสมหญิง 
ลองจินตนาการ …เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนของฉัน  เป็น … ผู้คนเป็น ล้านคน ดูสิ…
 
ตรงทะเบียนระบบงาน…คือ ระบบการเงิน ระบบสุขภาพ ระบบวางแผนการเงิน ระบบความสัมพันธ์….และอื่นๆ สำคัญคือ ตรงระบบงานนี่เป็นแบบ Plug-In ด้วย
 
เราได้ก้าวข้ามไปสู่ดินแดนใหม่แล้ว  บนยอดภู  ที่เราได้เห็นมุมมองใหม่  วิสัยทัศน์ใหม่  เข้าทำนอง  “อยู่ตีนเขา  ฤาจะเห็น ทะเลหมอก”
และเรายังมองเห็น  ภูเขาและทิวทัศน์ที่สวยงามอีกหลากหลายมุม  หรืออีกหลายทางเลือกที่จะพัฒนาระบบให้กว้างขวาง   นี่มันบ้าชัด ๆ
 

ขอบคุณภาพจากเฟสบุค

มันคือหลักฐานสำคัญแล้วว่า … วันนี้   สมองแพลตฟอร์ม  เป็นยิ่งกว่าแพลตฟอร์ม   มันคือ Super Platform กันเลย…
คน – Personel เทียบกับ Google Slide
ธุรกิจ – Business เทียบกับ Google Sheet
นักเรียน – Student เทียบกับ Google Doc
โรงพยาบาล – Hospital เทียบกับ Google Sheet
โรงแรมและท่องเที่ยว – Hotel and Travel
เทียบกับ Google Site แล้วท่านมีแชร์ กับฉัน … ข้ามแพลตฟอร์ม แบบนี้ …  นี่งัยทัศนวิสัยใหม่ ช่างงดงามยิ่งนัก
 
เมื่อเครือข่ายประสาทนี้มันเชื่อมถึงกันได้หมด..  ตรงส่วน คน -Personal .ส่วนสุขภาพ ก็ลักษณะเดียวกับ นักเรียน-Student แค่รายละเอียดคนละอย่าง
แชร์กับฉัน…กับหมอประจำตัว ที่ปรึกษา…หมอจะได้รับรู้ข้อมูลคนไข้ทันที ก่อนถึงโรงพยาบาล แน่นอน
 
ตอนนี้…ด้วยคำตอบของ Personel Platform … เราพร้อมขยับตัว ก้าวไปสู่…Samong Chat Platform / Samong Messenger Platform ได้เลย
 
Samong Platform และ iSTEE Framework ช่วยลดขยะซอฟต์แวร์ได้ ! ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มการผลิตซอฟต์แวร์ได้ !
 
ถึงเวลาแล้ว  นี่คือประเด็น การลดขยะ…สร้างมูลค่าเพิ่ม..ยกระดับรายได้ …สร้างอุตสาหกรรมชิ้นส่วนซอฟต์แวร์  ลดขยะซอฟต์แวร์
มา  มาลองกันเลย   ประกาศศักดา ..เจ้าแรก เจ้าเดียว  ที่เรากล้าประกาศให้มาพิสูจน์
 
เราได้ก้าวสู่ดินแดนใหม่แล้วท่าน   เห็นแล้ว  แต่พระองค์  ยังอยากให้เราเดินทางแสวงธรรม  เผยแพร่ธรรมต่ออีกนิด
สาธุ

สมอง ไทยแลนด์ การเดินทางด้วยศรัทธา

ย้ำกันมาหลายครั้งหลายครา  ว่าเราทำอะไรกัน  ยาวนานน่าดูเลย

2 ปี ที่  สมองไทยแลนด์  เปิดตัวกันมา  แต่อีกกว่า 20 ปีที่เป็นเบื้องหลังมหากาพย์การพัฒนาเครื่องมือ  มันไม่ได้สุดยอดเหนือใครในสามโลก  หากแต่มันคือเครื่องมือที่ดี  มีคุณภาพ บวกกับเจตนารมย์ในการสร้างสรร ถ่ายทอด  ผมอยากจะเอาเรื่องราว  จากส่วนหนึ่งของการพูดคุยกันมาแบ่งปันว่าเราคิดอย่างไร   มันออกมาสด ๆ และนำมาวางกันไว้เป็นบันทึกเรื่องราว  ที่เกิดขึ้นระหว่างแคมป์การฝึกอบรมเหล่าเจได  นักพัฒนาฯ แห่งค่ายสมองซอฟต์แวร์  สมองไทยแลนด์

…..

“…ทุกอย่างเกิดขึ้น และลงมือกระทำด้วยความรวดเร็ว เราได้ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นข้างทางออกไปเยอะแล้วด้วย และแก้ไขด้วย  iSTEE Framework
โหดสักนิด แต่การขึ้นเขียงผ่าตัด ต้องมีบาดแผลนิดหน่อย แค่สัปดาห์เดียว  จากความสงสัยเมื่อเข้ามาสัมผัส จะทยอยหายไป กับศักยภาพและความรู้ที่  “เหล่าเจได” ได้รับไป
….
ของจริง ความจริง…เหมือนเราเลี้ยงลูก…
เมื่อเราเห็นลูกสำเร็จ…เมื่อเราเห็นน้องๆ สำเร็จ คำว่า สำเร็จ คือ เขาตื่นรู้ เขาบินได้ด้วยตนเอง ค้นพบตนเอง…เขาเติบโต
ความรู้สึกนี้คือ Association with your success. Collaboration with your success.
เมื่อมันถูกส่งมอบอย่างเป็นวัฒนธรรมองค์กร…มองออกไหมครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ประเมินค่าไม่ได้เลย!
……………….

ราคาของเรื่องนี้ตีค่าเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่มันยิ่งใหญ่ และเป็นวิธีลัดที่จะกอบกู้ความล้มเหลวในหลายด้านของประเทศ
สิ่งที่เราลงทุนลงแรงไป จะงอกเงยออกมาแทงยอด ให้ผู้คนรู้ว่า ได้ทำอะไรลงไป ซึ่งไม่ผิดทิศผิดทางแน่นอน
…..
เวลา  ชีวิต ผู้คน…จิตวิญญาณ ที่ได้รับการขัดสนิมใหม่ … เหมือน สติ เป็นน้ำยาพิเศษ
ที่ไม่ได้เกิดคราบสนิม ของคนรุ่นใหม่… จิตวิญญาณใหม่ เปรียบเหมือนกระจกใส ที่มีพลังสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเต็มที่
การบ่มเพาะ Startup …แบบที่ทำกันมา ดี แต่ไปไม่สุด ไม่ได้รองรับการแก้ไขปัญหาอะไร นอกจากกำไรและเงิน
ซึ่งไม่ใช่ของจริงสำหรับชีวิต…”
….
บันทึกจากศรัทธา

“เลิกทาสไอที สงครามครั้งสุดท้าย”

หลาย ๆ บทความที่ผ่านมา  ที่เราพาท่านเริ่มต้นและจบลงเหมือนจะกลั้นหายใจแล้วกระโดดหน้าผาดิ่งพสุธาอะไรประมาณนั้น  แต่แล้วก็ต้องตื่นจากฝันขยี้ตาเบา ๆ  เอ๊ะนี่ฝันไป  และดูๆ เหมือนจะไปไม่ถึงสวรรค์ซักกะที

มีผู้ติดตามอ่านบางท่านติชมเราแรงส์ๆ  ว่า  ทำไมมันเยิ่นเย้อ  ไม่ไคลแม็กซ์  ซะที  ฝันลมๆ แล้ง ๆ ตลอด จะลงทุนด้วยก็ไม่กล้า

ใช่ครับ  เราไม่รีบร้อนเรื่องเงิน  และเพราะความจริงที่พวกเราได้ค่อย ๆ ถ่ายทอดออกมานั้น  เพราะมันไม่ใช่ฝันที่เราจะเดินทางไปสู่ฝั่งได้ในพริบตา

เพราะ  ในชีวิตจริง  ธุรกิจจริง ๆ  ไม่มีความสำเร็จใด ๆ ที่จะได้มาโดยบังเอิญเลย  ล้วนต้องเจ็บปวด  ต้องอาศัยปัจจัย  ความพยาบามและความพร้อมต่าง ๆ มากมาย

แม้นสถาปนิกเก่ง ๆ ยังต้องใช้เวลา  ต้องการบรรยากาศในการบิวท์อารมณ์ ก่อนจะสร้างผลงานดีๆ ออกมา  และยังต้องใช้เวลาอีกพอควรแม้นว่าจะตกผลึกความคิดไอเดียปิ๊ง ๆ เพื่อประดิษฐ์งานชิ้นเอกได้แล้ว

“5G”  คือ  จุดเริ่มต้นของยุคดิจิทัลใหม่อย่างสมบูรณ์ที่สุด  กล่าวคือ  ความเร็วและประสิทธิภาพ  จะช่วยให้งานใหญ่ๆ ยาก ๆ  บรรจุและติดตั้งปฏิบัติการได้สำเร็จในเครื่องอิเลกทรอนิกส์เล็ก ๆ  และจะเป็นสิ่งเสริมให้งานแอพพลิเคชั่นในระดับแพลตฟอร์มเกิดขึ้นได้อย่างมีความเชื่อมั่น  เติบโตรวดเร็วและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน

งานของสมองไทยแลนด์  ได้ก้าวเดินมายาวนาน  มีร่องรอย  มีการออกแบบ  สร้างสิ่งแวดล้อม  ปัจจัยที่จำเป็นไว้ก่อนอย่างพร้อมสรรพ  ผมยกตัวอย่างเช่นว่า ในการสร้างแพลตฟอร์ม 1 ระบบ จำเป็นจะต้องมีพื้นที่สำหรับเฟสการเดินเรื่องต่าง ๆ กัน เช่น

  • การเตรียมพื้นที่ออนไลน์เวบไซต์ทำงานสำหรับโปรแกรมเมอร์ที่จะเป็นคู่มือการผลิต (ที่จะต้องรองรับนักพัฒนาจำนวนมาก  มาทำงานต่อเนื่องการรุ่นต่อรุ่น เป็นเวอร์ชั่น  ที่ยากที่ใครจะจดจำไว้ในสมอง  และนี่คือมาตรฐานการทำงาน)
  • เราเตรียมเวบไซต์คู่มือออนไลน์สำหรับผู้ใช้งานเหมือนแพลตฟอร์มระดับโลกทั้งสอง  และจะเป็นทางเข้าสำหรับเวบแอพพลิเคชั่น
  • และเราเตรียมเวบไซต์ออนไลน์สำหรับผู้ดูแลแพลตฟอร์ม  ซึ่งหมายถึง  ลูกค้า องค์กร  ที่จะมาบริหารธุรกิจบนแพลตฟอร์มที่ร้องขอให้พัฒนาต่อยอดในอนาคต

ในด้านเทคนิคการพัฒนาแพลตฟอร์ม  เรามุ่งเน้นไปที่การออกแบบโครงสร้างและโมเดลทางธุรกิจมากกว่าการลงมือพัฒนาโค้ด  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเรามีโซลูชั่นเรื่องโค้ดอย่างชัดเจน  และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นการจะสร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้กับลูกค้าระดับเจ้าของแพลตฟอร์ม (Platform Operator) ที่จะต้องบริหารธุรกิจเชิงปฏิบัติการหรือ Operation Management   ได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกันกับซอฟต์แวร์  และประสพความสำเร็จอย่างแท้จริง

การออกแบบแพลตฟอร์ม  จึงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างฐานข้อมูลหลายระดับ  ทั้งความลึก  ความกว้าง  ที่มีความเป็น Microservices และรองรับ  Blockchain  พร้อมการเข้าออกประตูระบบด้วย API  อีกชั้นหนึ่ง

เหล่านี้คือ  สิ่งที่ผู้ให้บริการพัฒนาระบบทั่วไปไม่ได้คิดไปถึง   เพราะระบบเหล่านั้นเป็นเพียงระบบขนาดเล็ก  ไม่มีบูรณาการกับระบบอื่น ๆ  หรือจะเรียกว่าระบบไม่มีการเจริญเติบโต หรือจะเรียกว่า  “ไม้ล้มลุก”  ก็ได้

หลาย ๆ StartUp ที่ไปต่อไม่ได้  เพราะไม่มี Dev หรือหมดตัวกับการเริ่มต้น Dev-Ops  หรือ  Scale ไม่ได้  หรือหาคนร่วมลงทุนจริง ๆ ไม่ได้  เพราะโมเดลธุรกิจมันไม่ใช่ตั้งแต่ต้น

หลาย ๆ StartUp ที่ฟังดูดี  แต่เหมือนจะมีการระดมทุนอยู่บ่อย ๆ  ประมาณว่าทำเพื่อขาย  หรือไม่ก็มีผลประกอบการที่ไม่สวยงาม  ผมว่าคนจะลงทุนซื้อเขาก็ไม่โง่นะ   จึงเข้าทำนองว่าทำได้แค่แหกตาชาวบ้าน  ปลุกกระแส StartUp ให้แตกตื่น  จบลงตรงที่  ใครมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นแถมหมดตูดอีกตะหาก

ดูเหมือนจะมืดมน  หมดหนทางจริง ๆ  ที่จะให้  Tech StartUp ของไทยเดินไปได้

Tech StartUp ของไทยจึงยังต้องเป็นลูกมือ  เป็น “ทาสไอที”  “ทาสเครื่องมือ”  “ทาส  ดิจิทัล”  ไปอีกยาวนาน

บทความนี้ผมเขียนขึ้นเนื่องในโอกาส  วันสำคัญ  วันปิยะมหาราช   พระมหากษัตริย์  ผู้ทรงบุกเบิกและพัฒนาระบบสื่อสาร  คมนาคม  เทคโนโลยีต่าง ๆ ของไทย  และทรงเป็นผู้ประกาศปลดเปลื้อง ระบบทาสไว้ในสมัยของพระองค์

วันนี้  “เราจะเลิกเป็นทาสไอทีกันอย่างไร”   หรืออย่างน้อย  เราจะแข่งขันกับชาวโลกได้อย่างไร

ทาสไอทีฟังดูเป็น “วาทะกรรมดิจิทัล”  อีกแล้ว   ผมคิดออกเมื่อวันวานนี้นี่เอง  แต่จะแก้ออกอย่างไรนี่ซิท้าทายกว่า

แต่ผมกล้าพูดว่า  อย่างน้อยเราจะทำให้คนไทย และชาวโลกได้เห็นว่า  เรามี  “สติตื่นรู้   สติดิจิทัล”  แล้ว  และสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ  ผมมีภาพสวยๆ จาก Internet  มาแชร์  เขาว่าด้วยรูปแบบของ  Blockchain  ที่นำมาใช้กับการ  Tracking สินทรัพย์  ในแวดวง  Fintech

และอีกภาพคือ  สถาปัตยกรรม  การออกแบบโครงสร้างงาน  และฐานข้อมูลทั้งทางกว้างและทางลึก  และความเหมือนที่เข้ากันได้ (Applicability)  กับเรื่อง  Blockchain

ลองพิจารณาดูนะครับว่า  ในทุก ๆ ระบบงาน  มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างไร  และมีสิ่งที่ต่างกันอย่างไร

หรืออาจจะลองคิดดูว่า  ร้านค้าธุรกิจต่าง ๆ ที่แตกต่างกันที่หน้าร้าน  แต่ระบบจัดการภายในเหมือนกันอย่างไร

นี่แหละครับตัวอย่างสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม   ที่พร้อมจะ “แปลงกายสยายปีก”  โดยมีคุณสมบัติพันธุกรรมเดียวกัน  พร้อมเติบโตและแข็งแรงปลอดภัย

…..  ดูเหมือนบทความนี้จะจบลงแค่การขายฝันอีกครั้ง

ปล่าวเลยครับ  นี่เป็นการแง้ม  การปล่อยข่าว  การประกาศตัวสงครามไอทีครั้งสุดท้ายต่างหาก  ที่จะต้องไม่ผิดพลาด  แต่จะเดินหน้าสำเร็จเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้คนจริง ๆ พร้อมๆ ไปกับการสร้างงานนับแสนนับล้านตำแหน่ง  และอาจจะเป็นการประกาศเลิกทาสไอทีกันเลยทีเดียว  เหลือจากนั้นก็เป็นความสมัครใจของผู้คนเอง  ว่าจะเป็นอยู่อย่างนี้สืบไป  หรือจะปลดเปลื้องพันธนาการ  แล้วเดินหน้าด้วยจินตนาการที่เสริมพลังด้วย  Samong Platform  & iSTEE Framework

นับถอยหลังหลักเดือนเท่านั้น  กับ ปรากฏการณ์   “เลิกทาสไอที  สงครามครั้งสุดท้าย”

โอกาสการร่วมเดินทางมีได้หลากหลาย  ทั้งการเป็นนักพัฒนาร่วมฯ   นักลงทุน  ผู้ถือหุ้น  และเจ้าของแพลตฟอร์มที่ออกแบบเติมสีตีเส้นตามใจของท่าน  

กดไลก์  กดเพจ  กดแชร์  รอๆ กันได้เลยครับ

เจอกันในบทความหน้านะครับ  ขอบคุณครับ

Enterprise Architecture & IOT Platform

  • งานสถาปัตยกรรม   มีความสำคัญยิ่งต่อโครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่สำหรับการอยู่อาศัย  หรือสำหรับศูนย์การค้า
  • งานสถาปัตยกรรมผังเมือง  จำเป็นอย่างยิ่งก่อนที่จะสร้างบ้านแปลงเมืองให้มีระบบต่างๆ ถูกต้องสมบูรณ์
  • งานออกแบบโครงสร้าง  การพัฒนา  การแปรรูปองค์กรใดๆ  ทั้งภาคธุรกิจ  และภาครัฐ  ที่จะต้องดีพร้อม  ทุกมุมทุกองศา  ก่อนการก่อสร้างองค์กรเพื่อให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุคดิจิตัล  ที่องค์กรโดยเฉพาะภาครัฐที่มีขนาดใหญ่มาก   มีความซับซ้อนมาก  ที่ต้องให้บริการประชาชนและนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก  ที่มี demand สูงๆ  เน้นความฉับไวมาก ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องพลิกโฉมองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการ

ใช่ครับผมกำลังเกริ่นเรื่องความจำเป็นในการออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture)   เครือข่ายองค์กร  ทั้งทางกว้าง  และทางลึก  ให้มีการประสานสัมพันธ์กันอย่างมีประสิทธิภาพ   รวมไปถึงการมีระบบไอทีดิจิตัลที่สอดรับกับโครงสร้างองค์กรของภาครัฐอย่างแท้จริง

ระบบไอทีดิจิตัลที่จะติดตั้งใช้งานสำหรับภาครัฐ   จึงไม่ใช่เพียงการช็อปปิ้ง  ERP สำเร็จรูปมาใช้โดยให้ข้าราชการปรับตัว   ปรับกระบวนการการทำงานให้เข้ากับ ERP เหล่านั้น  ซึ่งล้วนเป็นสูญเสียในเชิงประสิทธิภาพ  ในเชิงระบบงาน   และเสียความเป็นอิสระภาพที่ภาครัฐอาจจะต้องตกเป็นทาส  ERP จากต่างด้าวสืบไปทั้งด้านค่าใช้จ่ายและการร้องขอการบริการในภายภาคหน้า

ถึงเวลาที่องค์กรภาครัฐ  จะได้ออกแบบองค์กรก่อน   โดยนำเอาหลักการออกแบบองค์กรสมัยใหม่  และสถาปัตยกรรมไอทีดิจิตัลประสมประสานกันเข้าไป   ผมหมายความว่าจำเป็นจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมไอที  และรู้ดีในเรื่องสถาปัตยกรรมโครงสร้างองค์กร  ปัญหาการไหลของงานในองค์กร  รวมไปถึงข้อกฏหมายของประเทศ  ให้มีการทำงานร่วมกันของคนในองค์กร (Callobrative)  ในการร่วมออกแบบงาน    โดยเปิดใจ  เปิดข้อเท็จจริง  ข้อบกพร่อง  จุดคอขวด  เพื่อออกแบบระบบที่แย่น้อยที่สุด   เมื่อเห็นว่าดีแล้วก็ถึงคราวการพัฒนาโปรแกรมระบบทางด้าน  ไอทีดิจิตัล  หรือ  ERP สำหรับภาครัฐ

ผมขอยกตัวอย่างแผนผัง  ส่วนประกอบงานในระบบ ERP มาให้ชมกัน    พร้อมกันนี้ก็นำเอาภาพเปรียบเทียบว่า  ผู้เล่นหรือผู้ผลิตและให้บริการ  ERP ต่าง ๆ นั้น  เน้น Module ไหนกันบ้าง

ภาพโครงสร้างส่วนประกอบ Module สำคัญ ๆ ในระบบ ERP

ผู้ผลิตและให้บริการ ERP  สำหรับองค์กร

ประการแรกที่จะสังเกตได้จากแผนผัง  คือ  ขนาด  หรือจำนวนของ  module  ที่มีอยู่มากมาย   และหากจะคิดพิจารณาต่อไปว่า  แล้วจะมีกี่องค์กร  กี่ภาคธุรกิจ  และองค์กรเหล่านั้นมีความต้องการ module  อะไรที่เหมือนกัน  มีความต้องการ module  อะไรที่ต่างกัน   หากนับรวมส่วนที่ต่างกันอาจจะได้ module นับ หมื่นนับแสนชิ้น  หากนับส่วนที่เหมือนกันอาจจะมีนับหมื่นนับแสนชิ้นเช่นกัน  และย่อมจะมีความต้องการนักพัฒนาจำนวนมาก  ทั้งในขั้นตอนการผลิต  ทดสอบและบริการหลังการขาย

มาถึงจุดนี้จึงจะเห็นในอีกมิติหนึ่งว่า  การพัฒนา ERP ไปสู่ธุรกิจนั้น  มีขนาด  มูลค่าตลาดที่ใหญ่มาก ๆ  หากผู้ใดสามารถผลิตออกมาโดยตอบโจทย์สารพัดได้ในระยะเวลาอันสั้นก็จะเป็นเจ้าตลาดได้อย่างง่ายดาย  แต่ความยากคือ  ใครจะออกแบบ 1  ERP  ให้ตอบโจทย์ใครได้ทั้งหมด   หมายความว่าสุดท้ายผู้นั้นก็จะเป็นเพียงผู้เล่น ERP ที่ผลิตเพียง  Module  หนึ่ง ๆ  อีกรายหนึ่งแค่นั้นเอง

แปลว่าหากองค์กรใด ๆ สามารถสร้างคน  ให้สามารถออกแบบสถาปัตกรรมโครงสร้างระบบงาน  และสร้างงาน module  ERP  ได้เอง  และประสานกับองค์กรที่เกี่ยวข้องได้  และทำขนานกันไป  ก็จะเกิดเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ  ต้นทุนต่ำ  และมีความยั่งยืน  เครื่องมือ ERP ของระบบนั้นจะมีความสามารถตรงตามที่ต้องการ  ที่จะสามารถถ่ายทอด  ส่งมอบข้อมูล  รายงาน  การประมวลผลที่จำเป็นระหว่างกันได้  ก็จะยิ่งทำให้ระบบพัฒนาได้เร็ว และมีเสถียรภาพ

ในอีกมิติ  คือ  มิติการพัฒนา และการบำรุงรักษา   ใครจะเป็นผู้พัฒนา  จะพัฒนาด้วยระบบอะไร  และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา  จะต้องมีมูลค่าขนาดไหน  ต้องการบุคลากรกี่คน  ล้วนเป็นคำถามที่ใหญ่มาก ๆ

ภาพมิติ  ERP องค์กร  และ ERP ภาครัฐนั้นดูใหญ่มาก ๆ  แต่ก็สามารถอธิบายเทียบเคียงได้กับอีกเทรนด์หนึ่ง  ที่กำลังมาแรง และกำลังจะแซงนำทิ้งห่างเราไปอย่างรวดเร็ว  นั่นคือเรื่อง  ระบบ IOT   โดยภาพแรกที่นำเสนอนี้  คือ   Layer  หรือระดับชั้น  หรือ  Platform ย่อย ๆ ของระบบ IOT    ที่ไล่เรียงมาจากอุปกรณ์ระดับ ภาคสนาม  การส่งข้อมูล  การคำนวณแยกแยะข้อมูลเบื้องต้น  การจัดเก็บ การประมวลผล  ไปจนถึงการนำเสนอ  การใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกัน

ที่มา  Automation.com

ในแต่ละชั้นของระบบ IOT นั้นมีความต้องการ  3 ส่วน  คือ

  • การออกแบบภาพรวมระบบในแต่ละชั้น
  • การออกแบบการสื่อสารทะลุขึ้นไป  ลงไปยังชั้นล่าง   การออกแบบฮาร์ดแวร์  ในแต่ละชั้น  เช่น  ชั้นล่างต้องการอุปกรณ์ชนิดไหน   ส่วนชั้นเครือข่ายก็ต้องออกแบบว่าต้องการเครือข่าย  การสื่อสารชนิดไหน  และ
  • การออกแบบ  พัฒนาซอฟต์แวร์ในแต่ละชั้น  และให้ทั้งหมดมันร้อยเรียงคุยกัน  ทำงานกันได้ถูกต้อง

มีคำถามว่า  เราจะต้องการนักพัฒนาจำนวนมากมายแค่ไหน  และสามารถหาได้หรือไม่ในสภาพตลาดปัจจุบัน  คำตอบที่ผมขอท้าทายวงการเลยคือ  “ไม่มี ไม่มีเหลือ  และจะตายหมด   ต่างคนต่างอยู่  หรือจะมีการจับกลุ่มกันก็น้อยมาก  และจับกลุ่มกันก็เพื่อแข่งขันกับอีกกลุ่มหนึ่ง  และไม่นานก็จะมีผู้แพ้และเดินออกไปจากวงการ  ต่อมาก็จะเกิดการแข่งขันกันภายในกลุ่ม  จนต้องแยกทางกันไป”

จะเห็นว่า  ปัญหามีสองส่วนใหญ่คือ  เรื่อง

  • เทคนิค  เทคโนโลยีที่จะมาตอบโ๗ทย์ความต้องการขนาดใหญ่  ที่ซับซ้อน   และ
  • อีกด้านคือจิตวิญญาณ  พลังในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน

มีคนกล่าวว่า   “ไทยแลนด์ 4.0  คำตอบ  คือ  คน”  แต่ผมขอแย้งว่า  คือ  “จิตวิญญาณ”  ของคนต่างหาก  หากคนมีจิตวิญญาณดี  คิดดี  ทำดี  มีความคิดในการร่วมกันทำงาน  มีกลไกในการควบคุมดูแลกันเอง  มีรายได้ที่ต่อเนื่องและมากเพียงพอ  ให้กินอิ่มนอนหลับ  ฝันดี  มีไอเดียบรรเจิด  งานที่ออกมาจากกลุ่มก้อนของพวกเขาเหล่านั้นก็จะเป็นงานสร้างสรร  มีคุณภาพ  และพวกเขาจะสร้างอะไรต่อไปอีกก็ได้  ประเทศนี้ก็จะเล็กนิดเดียวสำหรับพวกเขา

  • พวกเขาอยู่ที่ไหน  จะให้เกิดการรวมพลังกันได้อย่างไร

ผมได้แตกประเด็นออกมาไกล  ไกลมาก   ที่เริ่มจาก สถาปัตกรรม  ถึง  ERP องค์กร  ERP รัฐบาล  ถึง  สถาปัตยกรรมของ ไอโอที  มาจนถึงความจำเป็นในการสร้างนักพัฒนา  เพื่อความยั่งยืนและแข่งขันได้ของประเทศ

คำตอบอยู่ที่ไหน

  1. การมีเทคโนโลยีที่จำเป็นของตนเอง
  2. เทคโนโลยีที่มีสายพันธุ์ต้นแบบ
  3. เทคโนโลยีที่ยืดหยุ่นขยายตัวเติบโตได้แบบเซล  แบบรังผึ้ง  ด้วยเทคโนโลยี  Microservices
  4. เทคโนโลยีที่สื่อสารได้ด้วย API กับเทคโนโลยีค่ายอื่น
  5. แนวคิดการสร้างคนอย่างมีเอกลักษณ์
  6. เทคนิคการพัฒนาคนเหล่านั้นให้สร้างงานได้รวดเร็ว
  7. พันธมิตร  แนวร่วม  หรือช่องทางการสนับสนุนด้านการเงิน
  8. โครงการหรือชิ้นงานเพื่อพิสูจน์ความสามารถ
  9. การสนับสนุนจากภาครัฐ

วันนี้เราอยากจะบอกว่า  เราเดินทางในที่สว่างมาแล้วใกล้ครบเวลา 2 ปี   เรามีการพัฒนาความพร้อมเป็นอย่างมากในระยะเวลาที่ผ่านมา    และเราปัจจัยพร้อมสำหรับข้อ  1 – 6  เราสามารถแสดงให้ท่านเห็นได้ว่าเทคโนโลยีและแนวคิดของเราสามารถตอบโจทย์ด้านไอทีดิจิตัลได้   นับมาตั้งแต่เรื่อง  IOT  ไปจนถึงงานระดับ Enterprise

ระดับชั้น  รูปแบบการให้บริการ

การออกแบบมองระบบรวมเปนชั้น ๆ ของแพลตฟอร์มย่อย  ที่มีส่วนเชื่อมโยงถึงกัน  มีองค์ประกอบการกระจายข้อมูลแบบ blockchain 

iSTEE & Samong platform  คือ  คำตอบที่ไม่ต้องพิสูจน์อีก  ผู้ที่กล้าหาญที่มองเห็นอนาคตเท่านั้น  ที่จะรีบหยิบฉวยโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้  และร่วมเดินทางไปกับเรา

องค์กรภาครัฐ  ภาคเอกชน  ที่สนใจในแนวคิดดังกล่าวแล้ว  สามารถติดต่อมาได้ที่   email : paipat.s@samongthailand.com

Samong Platform ปกป้องและเข้าใจคุณ

มีคำถามว่า  แท้ที่จริงแล้วใครร่ำรวยจากกิจการเหล่านี้    

  • StartUp หลายรายไปไม่รอด  แต่ VC ทำกำไระยะสั้นขาย StartUp เป็นช่วง ๆ หลายต่อ  แนวโน้ม  StartUp คงเป็นแค่ตำนาน
  • Samong Thailand ไม่ได้เป็น StartUp พันธุ์นั้น  หากแต่เราคือ  ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยพันธุ์แท้
  • มีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนางานวิจัยเพื่อคิดค้นนวัตกรรมซอฟต์แวร์  ให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยและเทคโนโลยีในทุกด้านได้นำเอาไปใช้งาน
  • ด้วยแอพพลิเคชั่นแรก  ที่ไม่สนุก  ไม่ทำเน้นทำกำไร  แต่ต้องรอดได้ในระยะยาว  แต่เพื่อเป็นเพื่อนคุณ  ดูแลคุณ  ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล  ความรวดเร็ว  จนเกินที่คุณจะรับมือตามลำพัง
  • ให้เราได้ดูแลคุณ  เพราะเราพร้อมจะปกป้องคุณ  Privacy ของคุณต้องมีค่าที่สุด

iSTEE & Samong Framework คือ  เครื่องมือ แนวคิด และซอฟต์แวร์  ในการพัฒนางานด้านซอฟต์แวร์  ที่พร้อมจะต่อยอดพัฒนาการไปสู่การผลิตแอพพลิเคชั่นที่มีความซับซ้อน  ที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย  ให้บริการด้วย Microservices  รองรับการใช้งาน Blockchain และพร้อมเดินหน้าสู่ AI & Robotics

RPA หรือ Robotics Process Automation คือ Virtual Robotics คือ  กระบวนการ Process Automation ที่ระบบคอมพิวเตอร์ จะจัดการงานหลายอย่างแทนคน  เป็นการะทำในเบื้องหลัง  โดยไม่มี ตัวหุ่นยนต์ให้เห็นในงาน Physical Robot ทั่วไป   

Samong Framework ทำให้ RPA  เกิดขึ้นได้

 

 

 

 

ถ้ามีวัตถุซอฟต์แวร์หรือคนหลายล้านคน ทำงานอยู่ในหน่วยความจำเครื่องหรือระบบเครือข่าย ด้านขวามือ ในแต่ระดับก็มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน หากเรานำสูตรปัญญาประดิษฐ์หรือชุดคำสั่งซอฟต์แวร์ทำงานแบบอัตโนมัติ บรรจุไว้ที่ต้นกำเนิดในระดับ Gene ด้านซ้าย ท่านนึกออกไหมว่า มันจะเกิดอะไรขึ้น? วัตถุที่ทำหน้าที่คล้ายอวัยวะของร่างกาย หลายล้านชิ้นในทุกระดับที่ทำงานร่วมกันอยู่ จะมีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกันได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ในขณะที่ความสามารถของระบบจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ ขึ้นอยู่กับจำนวนองค์ประกอบที่นำมาทำงานร่วมกัน จำนวนยิ่งมาก ยิ่งทวีคูณ นี่แหละ Disruption ของแท้เป็น Dynamic Disruption เปรียบเหมือน หลุมดำ ยิ่งขยาย ยิ่งแกร่ง ภาพนี้คือ โลกของ รูป และ นาม ภาพนี้คือ โลกของ จิต และ กาย ด้านซ้าย คือ โลกของคลาส และสายพันธ์ุกรรมซอฟต์แวร์ ที่จะนำไปสร้างเป็นวัตถุซอฟต์แวร์ ทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ เปรียบเหมือน แม่พิมพ์ ด้านขวา คือ โลกของวัตถุซอฟต์แวร์ ที่จำลองควบคุมการทำงานต่างๆ ทั้งส่วนคิดและส่วนความจำ ทำงานเป็นเครือข่ายความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกัน ภาพนี้คือ โครงสร้างของของระบบเทคโนโลยีเชิงวัตถุ นวัตกรรมสมองแพลตฟอร์ม (Samong Platform) ข้อสังเกตง่ายๆ คนมีอวัยวะเหมือนกัน 32 ประการ แต่ทำงานได้มากมายแตกต่างกัน สมองแพลตฟอร์มก็เช่นเดียวกัน มีระบบภายในส่วนหนึ่งที่เปรียบเสมือนอวัยวะบางส่วนที่คล้ายกัน แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ทำงานได้กับธุรกิจมากมายหลายประเภท รวมถึงส่วนบุคคลด้วย

iSTEE & Samong Framework เกิดมาเพื่อสิ่งใด ?

ก่อนอื่นต้องให้เครดิตกับผู้สร้างภาพ Inforgraphic  ดังต่อไปนี้  ที่จะขออธิบายภาพด้วยข้อความสั้นใต้ภาพ  ก่อนที่จะสรุปในภาพรวมว่าทำไมต้องให้บทความนี้มีชื่อเรียกเช่นนี้  และต้องให้เครดิตสำหรับท่านที่พยายามแสวงหาภาพตัวแทนในจักรวาลแห่งนี้เพื่ออธิบายภาพแห่งอนาคตของ Digital Platform ที่มันควรจะเป็น  โดยไม่ได้เป็นการประดิษฐ์ประดอยขึ้นมาเอง

เปิดเรื่องด้วยรูปนี้ว่า  มันคือ มิติของแพลตฟอร์ฒที่จะเชื่อมประสานอย่างน้อย 4 ส่วน คือ กลุ่มลูกค้า (Customers)  กลุ่มสิ่งของ (IOT Device)  ระบบ IT ดั้งเดิม  และสิ่งแวดล้อมต่าง  (Ecosystems)   โดยตัวเชื่อมที่จะทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้คือ  ระบบอัจฉริยะ

 

 

 

 

 

 

ในภาพที่ 2 นี้เป็นการมองในเรื่อง  แพลตฟอร์มของธุรกิจทางดิจิตอลว่า  แพลตฟอร์มของธุรกิจดิจิตอลที่ดีคือธุรกิจที่ประยุกต์เอาส่วนที่ดีที่สุดจากนวัตกรรมด้านต่าง ๆ

กล่าวคือ  Digital Platform ที่ดีเหมาะแก่การลงทุน  คือ  Platform ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง  5 Platform คือ

  • Process Platforms  แพลตฟอร์มภาคการผลิตอุตสาหกรรม
  • Application Platforms  แพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่น
  • Internet of Things Platform แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ
  • Integration & Development Platform  แพลตฟอร์มการพัฒนาและวิจัย
  • Analytic & Cognitive Platforms  แพลตฟอร์มการวิเคราะห์และการบ่งชี้จดจำ

 

 

 

  ในอีกมุมมองหนึ่ง  ที่มองเชิงมิติลำดับชั้น  หรือจะเรียกว่า Digital Dimension หรือ มิติแห่งดิจิตอล  ว่าจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น  คือ ชั้น นอกสุดเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมเพื่อดิจิตอล  หรือจะเรียกว่าปัจจัย  อันประกอบไปด้วย  รัฐบาล  ลูกค้า  การค้าปลีก  นักพัฒนา  ผู้สร้างเนื้อหาสื่อ  และองค์กรธุรกิจ

และชั้นในคือ ชั้นที่เรียกว่า  Digital Platform ที่จะต้องประกอบด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีการบริการภายในของตนเอง  ในลักษณะของ Microservices  และการอาศัยและเชื่อมต่อกับงานพัฒนาจากนักพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง

รวมกันเป็นระบบ Digital Dimension ที่เป็นอัจฉริยะสมบูรณ์

ที่มา : Peter-Service

 

 

 

 

 

รูปนี้  ถือ่าเป็นพระเอกของงานก็ว่าได้   ต้องชมว่าผู้สร้าง  มีความล้ำลึกมาก  ในการมองมิติตั้งแต่อดีต  ปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้  รูปนี่สามารถที่จะทะยอยตีความไปได้ทั้งแนวราบ  ที่ละชั้น  ตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง 4  คือ 4th Platform คือ แพลตฟอร์มคลื่นที่  4 หรือ 4th wave   และการตีความในแนวดิ่ง  อย่างที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไป

เรามาลองย่อยภาพนี้ออกเป็นส่วน ๆ  ตามรูป

ภาพนี้เป็นการมองในแง่กายภาพของระบบคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี  ที่เริ่มต้นด้วยการมีศูนย์กลางคอมพิวเตอร์  เหมือนที่เป็นอยู่ในอดีต   และเปลี่ยนไปเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายทั้งการจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผล  ต่อมากลายเป็นชุมชนทางดิจิตอลในระดับสากลที่มีโมเดลทางธุรกิจในแบบผสม  และไปสู่  ชุมชนทางดิจิตอลที่กลายเป็นสถาบัน   โดยรวมในมุมมองนี้เห็นว่า  ในเชิงของที่ตั้งของเทคโนโลยีจะกลายไปสู่สถาบันของชุมชนแห่งดิจิตอล

 

 

 

 

 

 

 

 

  

ในภาพนี้มองในด้านผลลัพธ์ของกระบวนการในทุก ๆ กระบวนการ  ที่ยุคแรกจะมองกันในเรื่องประสิทธิภาพของระบบ  ที่ต่อมามองในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตหรือการสร้างได้เร็ว  ต่อมาก็เป็นเรื่องของการจัดการความรู้แบบ Realtime และการวิเคราะห์ข้อมูล  และบนสุดคือการมองเรื่องการสร้างแอพพลิเคชั่นในแบบชิ้นส่วนที่จะหยิบมาประกอบกันได้เป็นระบบๆ เฉพาะงานได้ทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อมาเป็นมุมมองในแง่ของการใช้ประโยชน์  ที่ก่อนหน้าจะใช้ในเรื่องของ Automation  คลี่คลายไปสู่เรื่องของการแบ่งปัน  การทำงานร่วมกัน  และการรวบรวมองค์ประกอบไอทีเขาด้วยกัน  จนอนาคตจะเป็นรูปแบบของการการให้บริการด้าน IT ที่มีความพัฒนาเปลี่ยนแปลงเชิงรูปแบบอย่างต่อเนื่อง  มีการแบ่งปันมุมมอง และเกิดสภาวะของสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 ในภาพนี้เป็นส่วนกลางของภาพที่ให้คำสรุปสภาวะสิ่งแวดล้อมในการใช้งานเทคโนโลยีว่าเป็นอย่างไร  กล่าวคือ

  • เป็นแค่การประมวลผล  หรือ Computing ในแบบ Standalone ที่มีแอพพลิเคชั่น รันบนเครื่อง ๆ เดียว
  • ต่อมาเน้นการใช้ประโยชน์เป็นเครือข่าย  ที่เริ่มมีการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ผ่านทางสายและการ์ดเครือข่าย
  • เริ่มเกิดแอพพลิเคชั่นในลักษณะที่มีการเชื่อมต่อระหว่างข้อมูล  การเชื่อมต่อกับบุคคล  ด้วยความสามารถของ Cloud computing
  • และสุดยอดที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้คือ  การเชื่อมต่อแบบทุกช่องทางของผู้คน  ของระบบอัจฉริยะและกิจกรรมต่าง ๆ  ที่อาจจะเรียกว่า  สภาวะสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ หรือ Smart ที่เรียกกันจนติดปาก  ที่มีการเชื่อมต่อกันของอุปกรณ์  มีความอัจฉริยะของเครื่องที่เรียนรู้ด้วยตนเองไปจนถึงระบบที่เครื่องเรียนรู้จากคนในแบบของ AI

 

 

 

 

 

 

ในขณะนี่ด้านซ้ายของภาพ  เป็นการมองกันในแง่ของจำนวนของอุปกรณ์  ที่เริ่มจากระบบที่มีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว  ไปจนกระทั่งเป็นระบบที่มีอุปกรณ์นับพันๆ ล้านชิ้นต่อถึงกัน

และเกิดคำถามว่า  ระบบอัจฉริยะส่วนกลางนั้น  จะเกิดขึ้น  หรือถูกพัฒนาให้เกิดผลลัพธ์ที่ทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพและเป็นอัจฉริยะจริง ๆ ได้อย่างไร

ภาพนี้เป็นเพียงภาพเดียวที่ทีมงานเราดัดแปลงแก้ไขเล็กน้อยในบริเวณส่วนกลาง  ว่าเราจะแทนที่มันด้วยระบบที่เราเรียกว่า Samong Platform  ที่ประกอบด้วย iSTEE Middleware และ Samong Platform  ที่มีความสามารถครบถ้วนเพียงพอทีจะสร้างเป็นระบบอัจฉริยะเกิดขึ้นได้จริง ๆ  โดยกลไกสำคัญคือ  ความสามารถในการสร้างระบบที่ต้องมีบริการย่อย ๆ จำนวนมากที่เรียกว่า Microservices  ที่ต้องมีการพัฒนาด้วยแนวคิดเชิงวัตถุที่ล้ำลึกจริง ๆ 

แทบจะกล่าวได้ว่า  iSTEE  ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้จริง ๆ  โดย i  ในส่วนหน้าของ iSTEE หมายถึง Intelligence  คือ  อัจฉริยะปัญญา  ปัญญาที่เกิดจากปัญญาแห่งการใช้สติตรึกตรอง  วิจัยค้นคว้า  พยายาม  จนสามารถที่จะค้นพบเครื่องมือ  ที่นำไปสู่สภาวะอัจฉริยะขึ้นมา

จึงไม่ได้เป็นเรื่องราวของความบังเอิญที่สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น

 

 

 

 

 

แต่จะหาประโยชน์อะไรไม่ได้เลยหาก  iSTEE ไม่ได้ถูกนำไปใช้ หรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมใดๆ ได้

 

ในภาพนี้  คือ มิติของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่จะมาถึงในปี 2017  ซึ่งก็ผ่านมาแล้ว  และก็เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นจริง ๆ 

โดยเทคโนโลยีที่จะอยู่ในกลุ่ม  Disruptive & Strategic ที่เรียกว่า  เป็นการปฏิวัติเชิงกลยุทธ์เลยคือ  เทคโนโลยีเรื่อง ดังต่อไปนั้

  • การเปิดเชื่อมต่อ API  การเกิดขึ้นของธุรกิจทางสังคม
  • และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น  คือ 
  • การเชื่อมต่อของสิ่งต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสาร
  • การพัฒนาของวิทยาศาสตร์ข้อมูล  และ Big Data
  • การเรียนรู้ด้วยตนเองของเครื่องและ AI
  • การเกิดและการใช้งาน Blockchain  และสภาวะเศรษฐกิจในแบบการพึ่งพา  การได้ประโยชน์ร่วมกัน  
  • จะเห็นว่า  ขวาสุดตกขอบในแง่ของการปฏิวัติเทคโนโลยีคือเรื่อง Blockchain
  • และเหนือสุดเลยเมฆ และชิดขอบฟ้า  คือ  เรื่อง  สิ่งแวดล้อมธุรกิจสังคมที่พึ่งพากัน  ได้ประโยชน์ร่วมกัน  ที่มันดูอนิจจังจริง ๆ ว่า  มนุษย์โลก  สัตว์โลกต่างต้องพึ่งพากัน  คือ จุดสมดุลที่สุด  ดีที่สุด

 

นอกจากนี้  ยังจะได้เห็นเทคโนโลยีสำคัญ ๆ ต่าง จะทะยอยพัฒนาขนานกันไปตามเส้นทาง ดังแสดงในส่วน Horizon ของแผนภาพ

ทำไม iSTEE จึงเรียกตัวเองว่าคืออัจฉริยะที่จะยืนเป็นสูนย์กลางของสภาวะทางเทคโนโลยี

  • เพราะ  iSTEE มีการออกแบบในการทำงานในแบบ Microservices ที่มีฐานข้อมูลแบบกระจายส่วนที่มีความปลอดภัยสูงของแต่ละก้อนข้อมูล 
  • เพราะ iSTEE มีการออกแบบรองรับโครงสร้างการใช้ Blockchain
  • เพราะ iSTEE มีจุดเด่นในการสร้างการบริการแบบ SaaS  ที่จะเป็นการใช้งานร่วมกัน  ได้ประโยชน์สูงสุดร่วมกัน
  • iSTEE  จึงเป็นเทคโนโลยี  ในชั้นกลยุทธ์ชิดขอบขวาและขอบฟ้า  ภายใต้กรอบแนวคิด Samong is the Digital Brain
  • iSTEE จะกอบกู้  SME  ที่เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย  ด้วยการสร้างโซลูชั่นที่ตอบโจทย์  สิ่งนั้นคือ …. Samong SaaS , SME Rescue
  • iSTEE & Samong Platform เป็นแพลตฟอร์มที่เกิดมาด้วยความเข้าใจถึงปัญหาของสังคม 
  • Samong Platform จึงจะเป็นเครื่องมือที่จะปกป้องและเข้าใจคุณ

ขอขอบคุณภาพ  จาก Internet

FAQ101-011 มีจัดอบรมการใช้งาน iSTEE & Samong ไหม?

จะมีการจัดอบรมการใช้งาน iSTEE & Samong ไหม ?

ตอบได้เลยครับว่ามี   ทั้งหลักสูตรแบบฟรี  และหลักสูตรแบบต้องชำระค่าอบรม  เรียกว่า  ค่าบำรุงงานวิจัยจะดีกว่า  เพราะเทคโนโลยีใด ๆ จะไม่จบอยู่แค่วันนี้ตรงนี้
การอบรมฟรี  จะเป็นช่วงของการเปิดตัว  ให้นักพัฒนาได้ทำความรู้จักและคุ้นเคย  ได้ลดข้อสงสัย  เมื่อเรียนแล้วก็จะถึงบางอ้อแน่ว่า  มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด  มันเป็นเรื่องของแนวคิด  ลำดับความคิด  ส่วนเรื่องโ๕้ดนั้นหากเคยเขียนโปรแกรมมาบ้างแล้ว  ก็จะง่ายขึ้น
แน่นอน  พอติดใจ  จะลงเรียนในส่วนที่ล้ำลึก  ติดกระบี่แบบนักรบเจได   ก็ต้องช่วยกันสนับสนุนทุนวิจัยกันหน่อย
ส่วนจะเปิดสอนเมื่อไหร่  ต้องคอยติดตามกันครับ  แต่เกิดขึ้นแน่นอนในปี 2561 นี้